ข่าว ข่าวภาคเหนือ

สภาลมหายใจเชียงใหม่ เตรียมเสนอถึง “บิ๊กตู่”

สภาลมหายใจเชียงใหม่ แถลงข่าวเตรียมยื่นข้อเสนอ 7 หมวด 17 ประเด็นถึง นายกรัฐมนตรี จี้ให้เร่งแก้ไขปัญหาหมอกควันอย่างจริงจัง หลัง 15 ปีผ่านไป ยังไม่มีอะไรคืบหน้า

ฝุ่นมลพิษ วันนี้ (19 พ.ค. 63) – นายบัณรส บัวคลี่ ผู้ประสานงานสภาลมหายใจเชียงใหม่ ได้มีการแถลงข่าวในการเตรียมข้อเสนอ ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่อง 15 ปีมลพิษอากาศฝุ่นละอองภาคเหนือ ปี 2564 ต้องมีความก้าวหน้าที่จับต้องได้ ที่สำนักงานสภาลมหายใจเชียงใหม่ ถ.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

โดยจะมีการนำข้อเสนอไปมอบให้นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในโอกาสที่จะเดินทางมาปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูป่า และรับฟังสรุปการประชุมถอดบทเรียนการทำงาน ในสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นควันของจ.เชียงใหม่ ในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้

นายบัณรส บัวคลี่ ผู้ประสานงานสภาลมหายใจเชียงใหม่ กล่าวว่า สภาลมหายใจเชียงใหม่ ได้มีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลระดมความคิดถอดบทเรียนความล้มเหลวที่ผ่านมาอย่างจริงจัง รับฟังความเห็นแตกต่างของภาคส่วนอื่นที่ไม่ใช่หน่วยราชการ ทบทวนกระบวนทัศน์และแนวคิดของการแก้ปัญหา รัฐบาลต้องแสดงความกล้าหาญในการตัดสินใจอย่างมีเจตจำนงทางการเมือง เพื่อแก้ปัญหานี้ให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพราะปัญหานี้มีความซับซ้อนโยงใยกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ทั้งในเมืองในป่า ภาคอุตสาหกรรมส่งออก รัฐบาลต้องเร่งรัดพิจารณาเสนอกฎหมายอากาศ-สะอาด เช่นเดียวกับอารยประเทศเพื่อเป็นเครื่องมือของเจตจำนงที่จะให้มีอากาศสะอาดให้กับประชาชน

สำหรับสภาลมหายใจเชียงใหม่และประชาคม จะนำเสนอหลักการสำคัญ ผ่านจังหวัดเชียงใหม่ไปแล้ว และขอให้รัฐบาลพิจารณาผนวกและเร่งรัดดำเนินการในกลไกของภาครัฐอย่างจริงจังใน 7 หมวด 17 ประเด็นดังนี้

หมวดที่ 1 กระบวนการให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วม
1.1. รวมพลังทุกภาคส่วน กันเขตชุมชนและที่ทำกิน ออกจากป่าธรรมชาติให้แล้วเสร็จ นำร่องในนาม “เชียงใหม่โมเดล”โดยใช้ข้อมูลและข้อเท็จจริงตามหลักวิชาการ
1.2. สร้างกระบวนการวางแผนและแก้ปัญหาฝุ่นควันอย่างยั่งยืน บูรณาการทั้งดูแลป่า ป้องกันไฟ และแก้ปัญหาฝุ่นควัน ร่วมกับชุมชน วางระเบียบกติกา โดยมีคณะกรรมการบริหาร
1.3. มีการจัดการบริหารเชื้อเพลิงตามหลักวิชาการในทุกมิติ และแผนบริหารฯ อย่างชัดเจนที่ทุกฝ่ายยอมรับ
1.4. สนับสนุนและให้กำลังใจพื้นที่ Best Practice ที่สามารถจัดการและแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันได้ และเข้าไปสนับสนุนการแก้ปัญหาในพื้นที่ที่มีการเผาซ้ำซากโดยเร่งด่วน
1.5. เสนอให้ อปท. เป็นแกนประสานการทำงานในระดับพื้นที่ ร่วมกับท้องที่ และชุมชน

หมวดที่ 2 พัฒนาระบบความรู้และฐานข้อมูล
2.1. ทบทวนวิธีตรวจสอบและวิเคราะห์จุดความร้อนให้ถูกต้องแม่นยำ
2.2. เร่งทำแผนที่ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง-ชื้น รวมทั้งแนวกันไฟในแต่ละเขตพื้นที่ให้ชัดขึ้นให้สามารถบริหารเชื้อเพลิงได้เหมาะสมกับระบบนิเวศของป่า
2.3. จัดทำข้อมูลเชิงวิชาการ เพื่อนำมาวางแผนในการแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันอย่างยั่งยืน
2.4. จัดเวทีวิชาการเพื่อหาข้อตกลงเรื่องการจัดการที่ดินและการบริหารจัดการเชื้อเพลิงให้เป็นที่ยอมรับ รับรู้ร่วมกันทุกฝ่าย
2.5. เสนอให้ฝ่ายนโยบายปลดล็อคข้อกฎหมายบางข้อ เพื่อให้นโยบาย”เชียงใหม่โมเดล”เกิดขึ้นจริง และคำนึงถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิต

หมวดที่ 3 ความร่วมมือให้เกิดภาคีของการทำงานในการแก้ปัญหาฝุ่นควันส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนในป่าเป็นอาสาสมัครพิทักษ์ป่า โดยมีการสร้างแรงจูงใจ เช่นมีสวัสดิการบางอย่างให้ หรือตั้งเป็นกองทุนชุมชน ขณะที่ภาคธุรกิจจะทำ Blockchain ที่สนับสนุนชุมชนดูแลและแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันได้ดี สนับสนุนการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์จากพื้นที่ปลอดไฟเพื่อลดการเผา

หมวดที่ 4 การสร้างแหล่งรายได้ให้องค์กรปกครองท้องถิ่นหาแหล่งรายได้ท้องถิ่นเพิ่มขึ้น เช่นจัดเก็บภาษีท้องถิ่นจากนักท่องเที่ยว สร้าง “กองทุนเชียงใหม่ยั่งยืน”เพื่อใช้ในการบริหารจัดการเมือง

หมวดที่ 5 เปลี่ยนแปลงพืชเชิงเดี่ยวที่ใช้ไฟและพื้นที่ป่า จัดทำโซนนิ่งพืชเกษตรอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ไฟ เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บนพื้นที่สูงต้นน้ำ และออกมาตรการเปลี่ยนผ่านรองรับเพื่อนำไปสู่พื้นที่เกษตรยั่งยืน

หมวดที่ 6 การจัดการพื้นที่เมือง
6.1. มีมาตรการลดแหล่งกำเนิดมลพิษอากาศในพื้นที่เมือง ให้เท่าเทียมกันกับระดับและมาตรการ ลดมลพิษอากาศในพื้นที่นอกเมือง พื้นที่เกษตรและพื้นที่ป่าเช่นการเดินทางขนส่ง โรงงาน อุตสาหกรรม และการเผาไหม้อื่นๆ
6.2. เพิ่มพื้นที่สีเขียวในทุกพื้นที่ ตั้งแต่ระดับครัวเรือน ชุมชน และเมือง ให้เกิดความสมดุลทางนิเวศของเมืองลดฝุ่น สร้างอากาศสะอาด และลดอุณหภูมิของเมืองลง
6.3. ให้คณะกรรมการศึกษาจังหวัดเชียงใหม่มีบทบาทหรือผลักดันการปลูกจิตสำนึกการฟื้นฟูและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตั้งแต่วัยเยาว์ ให้นักเรียน นักศึกษารับรู้เข้าใจ และรับมือปัญหามลพิษอากาศและอื่นๆให้ชัดเจนมากขึ้น

หมวดที่ 7 การบริหารปัญหาระดับนโยบาย รัฐบาลต้องประกาศนโยบายอากาศสะอาดเพื่อประชาชนคนไทยทุกคนจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเร่งรัดให้มีกฎหมายอากาศสะอาดพร้อมหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย และในช่วงที่รอกฎหมายให้รัฐบาลจัดให้มีคณะกรรมการบริหารอากาศแห่งประเทศไทย รับผิดชอบการควบคุมค่าอากาศให้มีคุณภาพเหมาะสมกับการดำรงชีวิต