ข่าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

คปภ.มอบเงินเยียวยาครอบครัว “น้องเเยม” ถูกทิ้งในรถ 650,000 บ.

ผู้ว่าฯมอบเงินช่วยเหลือครอบครัว “น้องแยม” ที่ถูกครูพี่เลี้ยงลืมทิ้งไว้ในรถจนเสียชีวิต จาก คปภ.จำนวน 650,000 บาท ย้ำชัดให้เวลาครูพี่เลี้ยงได้ทำใจ ก่อนเข้าสู่กระบวนการสอบสวนเอาผิดทางวินัย วอนทุกฝ่ายเห็นใจและเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

วันนี้ (22 มิ.ย. 61 ) เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ห้องปฎิบัติราชการ ชั้น 4 ศาลากลาง จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์  จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้มอบเงินสินไหมทดแทดแทนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. ให้กับ น.ส.กัลยา  น้อยแก้ว แม่ของ ด.ญ.ประวินทรา  เค้าพวง หรือ “น้องแยม”  เด็กหญิงวัย 5 ขวบ ที่เสียชีวิตจากการที่ครูพี่เลี้ยงที่ลืมไว้ในรถเมื่อ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของคนในครอบครัวที่ยังทำใจไม่ได้

นาย สมศักดิ์  จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น  กล่าวว่า จากการชันสูตรพลิกศพพบว่า น้องแยมติดอยู่ในเบาะด้านหน้าคนขับของรถยนต์กระบะ สมองขาดออกซิเจน และขาดอากาศหายใจ  ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.ภูผาม่าน ได้แจ้งข้อกล่าวหากับ น.ส.พิจิตรา  สุดคะนา ครูประจำศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ผู้ขับขี่รถยนต์คันที่เกิดเหตุ ว่ากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย  ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ในระหว่างการประกันตัว

ส่วนการมอบเงินสินไหมทดแทนนั้น  สำนักงาน คปภ.ภาค 3 ขอนแก่น ได้ทำการตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยคันเกิดเหตุพบว่า มีการทำประกันภัยกับ บริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ประกอบด้วย กรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับ หรือ พรบ.ซึ่งคุ้มครองกรณีเสียชีวิต 300,000 บาท กรมธรรม์ภาคประกันภัยสมัครใจ ประเภท 3 ซึ่งรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอกกรณีเสียชีวิตเฉพาะส่วนวงเงินสูงสุดตาม พรบ.กรณีเสียชีวิต 300,000 บาท ต่อหนึ่งคน และความคุ้มครองตามเอกสารแนบท้าย อุบัติเหตุส่วนบุคคลกรณีเสียชีวิต ผู้โดยสารคนละ 50,000 บาท รวมการให้ความช่วยเหลือทั้งหมดจำนวน 650,000 บาท

“ หลังเกิดเหตุการณ์ จังหวัดได้ประสาน คปภ.และ บริษัทมิตรแท้ ในการจัดส่งเจ้าหน้าที่สินไหมเข้าไปตรวจรับเอกสาร เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและสิทธิ์ที่ควรจะได้ของผู้เสียชีวิต จนนำไปสู่การให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้ ซึ่งได้มีการกำชับครอบครัวของน้องแยมในการนำเงินดังกล่าวไปใช้ในการเลี้ยงดูบุตรอีก 2 คนให้เป็นคนดี คนเก่งและเป็นกำลังที่สำคัญของชาติต่อไปในอนาคต”

ขณะที่การสอบสวนเอาผิดทางวินัยนั้น ทาง อบต.ห้วยม่วง ได้ดำเนินการอยู่และจะมีการรายงานให้กับทางอำเภอและจังหวัดได้รับทราบตามขั้นตอนและระเบียบของกระทรวงมหาดไทย อย่างไรก็ตามต้องใช้เวลาสักระยะ เนื่องจากครูพี่เลี้ยงรายดังกล่าวเพิ่งออกจากโรงพยาบาล  สภาพจิตใจที่บอบช้ำและยังคงรับไม่ได้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ด้วยวิญญาณของความเป็นครู เมื่อรู้ว่ารถรับ-ส่ง นักเรียนของศูนย์ฯ นั้นชำรุดไม่สามารถใช้งานได้จึงได้อาสาทำหน้าที่ดังกล่าว  ซึ่งหากครูพี่เลี้ยงมีสภาพจิตใจที่ดีขึ้นกว่านี้และพร้อมที่จะให้ปากคำกับคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่ อบต.ห้วยม่วง ได้แต่งตั้ง ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินงานตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทยต่อไป