ข่าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ผู้ต้องหาร่วมคดี “ผู้การสุทิพย์”ย่องคืนเงินสด

ผู้ต้องหาร่วมคดี “ผู้การสุทิพย์” โกงเงินตำรวจเลย เข้าพบพนักงานสอบสวน พร้อมคืนเงินสด 600,000 บาท ด้าน รอง ผบช.สกบ. กำชับทีมสืบสวนสอบสวนทำสำนวนอย่างละเอียด คาดสั่งฟ้องเอาผิดยกแก๊ง ตุลาคม นี้ พบเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวอื้อ

วันที่ 15 ก.ย.2561 ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนคดีสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค จ.ขอนแก่น พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รองผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง (รอง ผบช.สกบ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์รับเรื่องคดีสหกรณ์ออมทรัพย์ ภ.จว.เลย พร้อมด้วย พล.ต.ต.บุญลือ  กอบางยาง รอง ผบช.ภ.ประชุมร่วมชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีการทุจริตโครงการรวมหนี้และโครงการบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดีร่วมระหว่างคณะทำงานของ บช.ภ.และสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการเอาผิดกับผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว ซึ่งมีทั้งหมด 17 คน โดยเฉพาะ พล.ต.ต.สุทิพย์  ผลิตกุศลธัช รอง ผบช.สำนักงานกำลังพล (รอง ผบช.สกพ.)สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อดีต ผบก.ภ.จว.เลย ซึ่งเป็นผู้ต้องหารายสำคัญในคดีดังกล่าว โดยในการประชุมดังกล่าวนี้เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนและผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าสังเกตุการณ์หรือรับฟังการประชุมดังกล่าวแต่อย่างใด และได้กำหนดพื้นที่ให้สื่อมวลชนอยู่บริเวณด้านนอกห้องประชุมเท่านั้น

ขณะเดียวกันมีรายงานว่าผู้ต้องหา รวมไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีได้เดินทางมาพบกับพนักงานสอบสวน โดยในวันนี้มี คนเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเดินทางมาพบกับพนักงานสอบสวน โดยได้เดินทางเข้าพบกับเจ้าหน้าที่ที่ห้องสืบสวนสอบสวนทันที และในขณะนี้อยู่ในระหว่างการสอบปากคำของทางเจ้าหน้าที่

พล.ต.ต.กฤษกร  พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สกบ. กล่าวว่า ในวันนี้ผู้ต้องหาเข้ารายงานตัวและมอบตัวกับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม และนำเงินสด 600,000 บาท มอบให้กับพนักงานสอบสวน ซึ่งทั้งหมดได้ระบุไว้ในสำนวนการสอบสวนที่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ โดยพนักงานสอบสวนอนุญาตให้ประกันตัว ทั้งนี้ในคดีความดังกล่าวสรุปแล้วมีผู้ต้องหาทั้งหมด 17 คน เข้ามอบตัวและเข้าพบกับพนักงานสอบสวนแล้ว 11 คน ที่เหลือได้ติดต่อขอมอบตัวกับจ้าหน้าที่แล้วในอีก 2-3 วันนี้

“ ผู้ต้องหาทั้งหมดมีสิทธิ์ที่จะขอประกันตัว โดยมีทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐและพลเรือน ขณะที่คดีนี้มีผู้เสียหายรวม 240 คน มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 500 ล้านบาท เฉพาะข้าราชการตำรวจที่ได้รับความเสียหายรวม 196 คน วงเงิน 240 ล้านบาท ดังนั้นในวันนี้จึงได้กำชับและเน้นย้ำแนวทางการปฎิบัติให้กับทีมสืบสวนและสอบสวนนั้น ต้องทำงานอย่างละเอียดใน ขั้นตอนหลักคือการดำเนินคดีทางอาญาในข้อกล่าวหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน การทำการยึดทรัพย์และการเยียวยาให้กับผู้เสียหายทั้งตำรวจและประชาชน ซึ่งในส่วนของผู้ต้องหาในคดีนั้นบางรายอาจจะเป็นทั้งผู้เสียหายและผู้ต้องหา การทำงานของพนักงานสอบสวนนั้นต้องละเอียดรอบคอบและให้รวมคดีความทั้งหมดให้เป็นคดีเดียวกัน ซึ่ง พล.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา ผบ.ตร. เน้นยำชัดเจนว่าคดีดังกล่าว ถ้าสอบสวนแล้วพบว่าผู้ต้องหาเป็นกลุ่มเดียวกัน มีพฤติกรรมเหมือนกัน แม้จะมีเครือข่ายหรือการสืบสวนพบการเชื่อมโยงถึงกันให้รวมเป็นคดีเดียวกัน”

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

 พล.ต.ต.กฤษกร กล่าวต่ออีกว่า พนักงานสอบสวนได้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และประสานงานร่วมธนาคารพาณิชย์ในการยึดบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาและผู้ที่ที่เกี่ยวข้องไว้ได้ในบางส่วนแล้วในขณะที่การยึดทรัพย์ของเครือข่าย  พล.ต.ต.สุทิพย์ นั้นขณะนี้คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 130 ล้านบาทซึ่งมีทั้งเงินสด,บ้านจัดสรร,ปั้มน้ำมัน,อสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งรถยนต์ อย่างไรก็ตามคดีดังกล่าวนี้นั้นจะสามารถที่จะสรุปสำนวนคดีและสั่งฟ้องเอาผิดกับผู้ต้องหาทั้งหมดได้ภายในช่วงต้นเดือน ต.ค.ที่จะถึงนี้