ข่าว

ชาวบ้านบุกโรงสูบน้ำ หาสาเหตุหยุดเครื่องสูบ ขณะประสบภัยแล้งนานสุดรอบ 15 ปี

ที่ จ.นครราชสีมา ชาวบ้านนับร้อย บุกโรงสูบน้ำ เพื่อหาสาเหตุที่ไม่ปล่อยน้ำ ให้พื้นที่ทำการเกษตร ขณะที่ชาวนา อ. โนนสูง ประสบปัญหาภัยแล้งยาวนานที่สุดในรอบ 15 ปี ต้นข้าวยืนต้นตายหมด ขาดทุนยับเยิน

สภาพที่นาของชาวบ้าน ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา โดยเฉพาะใน อ.โนนสูง ประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงนานหลายเดือน พื้นดินแตกระแหง, ข้าวแห้งตาย นายแทน จงกลาง ชาวนา ต.ชาวนา อ.โนนสูง บอกว่า ปีนี้ตัวเองลงทุน ปลูกข้าวนาปี จำนวน 45 ไร่ รอมาจนถึงเดือนมิถุนายน ฝนก็ไม่มา ถือว่าเป็นภัยแล้งที่ยาวนานในรอบ 15 ปี ทำให้ต้นข้าวยืนต้นตายทั้งหมด ด้าน สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา สำรวจพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาฝนทิ้งช่วงหลายแสนไร่

ขณะที่ ชาวบ้าน 3 หมู่บ้าน ใน ต.กระเบื้องใหญ่ อ.พิมาย กว่าร้อยคน บุกไปที่โรงสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้าบ้านท่ามะเขือ หลังพบว่าโรงสูบน้ำดังกล่าวหยุดการสูบน้ำ ตัวแทนชาวบ้าน เผยว่า โรงสูบน้ำนี้ จะสูบน้ำจากแม่น้ำมูล ส่งไปตามคลองส่งน้ำชลประทาน เพื่อใช้ทำการเกษตร มากกว่า 1,400 ไร่ แต่ที่ผ่านมา เครื่องสูบน้ำมักจะติดขัดชำรุดเป็นประจำ เมื่อร้องเรียนก็จะส่งช่างมาซ่อมเป็นครั้งคราว แต่ใช้ได้ไม่นานก็พังอีก

ด้านผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์(ชลประทานพิมาย) บอกว่า จะติดต่อไปยังทีมวิศวกรให้เข้ามาตรวจเครื่องสูบน้ำที่พังชำรุด รวมถึง จะขอเครื่องสูบน้ำใหม่ในปีงบประมาณ 2563 นอกจากนี้จะนำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่มาติดตั้งเป็นการชั่วคราวก่อน ทำให้ชาวบ้านที่เข้ารับฟังต่างพึงพอใจ แยกย้ายกลับบ้าน

เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ นายพรเชษฐ์ แสงทอง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นครราชสีมา ประกาศภัยแล้ง 7 อำเภอ 11 ตำบล 19 หมู่บ้าน ประกอบด้วย อ.เมืองนครราชสีมา ,อ.คง ,อ.โนนสูง ,อ.ลำทะเมนชัย, อ.ปักธงชัย, อ.จักราช ,และอ.ห้วยแถลง โดยทาง ปภ. ได้นำน้ำเข้าไปแจกจ่ายช่วยเหลือประชาชนเฉลี่ยวันละแสนลิตรต่อวัน

ขณะที่ จ.นครพนม โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำก่ำ สำนักงานชลประทานที่ 7 อ.ธาตุพนม ที่ดูแลประตูระบายน้ำ ที่รองรับน้ำจากลำน้ำก่ำ ไหลจากหนองหาร จ.สกลนคร ก่อนไหลลงสู่น้ำโขง ได้ชะลอการระบายน้ำ รวม 7 จุด ให้ปริมาณน้ำก่ำ มีปริมาณที่ 50 เปอร์เซ็นต์ ของความจุ คือที่ประมาณ 50 ล้านลูกบาศก์เมตร

ปัจจุบันมีน้ำอยู่ที่ประมาณ 27 ล้านลูกบาศก์เมตร อีกทั้งพบมีปริมาณน้ำฝน ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา โดยปีที่แล้วเฉลี่ยประมาณ 150 มิลลิเมตร แต่ปีนี้วัดได้เพียง ประมาณ 80 มิลลิเมตร ทำให้ปริมาณน้ำโขงต่ำ รวมถึงลำน้ำสาขามีน้ำน้อย จึงต้องมีการประเมินรักษาปริมาณน้ำให้เพียงพอต่อพื้นที่การเกษตร กว่า 60,000 ไร่