ชาวประมงพังงาค้าน C188 วอนนายกเห็นความต่างระหว่าง ไทย-เมืองนอก

ชาวประมง จ.พังงา กว่า 200 คนเข้ายื่นหนังสือค้านกฎหมายบังคับประมงไทย พร้อมเสนอความแตกต่างเรือประมงต่างประเทศกับไทย

นายทวี แพใหญ่ กรรมการสมาคมประมงจังหวัดพังงา พร้อมด้วย สมาชิกสมาคมเรือประมง เจ้าของเรือประมง แพปลา แม่ค้ารับซื้อปลาและผู้ประกอบธุรกิจประมง และประมงพื้นบ้าน ในพื้นที่จังหวัดพังงา ร่วมชุมนุม ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดพังงา จำนวนกว่า 200 คน เพื่อยื่นหนังสือให้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านนายภาคภูมิ อินทรสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ก่อนที่ทางรัฐบาลจะผ่านการเห็นชอบข้อกฎหมายและระเบียบ โดยต้องการให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมงและขอคำตอบภายใน 7 วัน หากไม่มีการดำเนินการแก้ไขปัญหา ชาวประมงทั่วประเทศจะพร้อมใจกันจอดเรือหยุดทำการประมงประท้วงรัฐบาล

ซึ่งข้อเรียกร้องจะมีในส่วนของ เรื่องขาดแคลนแรงงาน ขอให้ใช้ ม.83 พรก.ประมง เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน เป็นการช่วยให้ภาคการประมงประกอบอาชีพและดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยขอให้เปิดให้คนต่างด้าวที่อยู่ในราชอาณาจักรไทยอย่างผิดกฎหมายและเปิดโอกาสให้บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ทำบัตรซีบุ๊คได้ ซึ่งมีความต้องการแรงงานจำนวน 50,000 คน

ส่วนเรื่องปัญหาของกฎและระเบียบต่างๆ ของกรมสวัสดิการ ฯ ที่ออกมาบังคับใช้กับผู้ประกอบการเรือประมงในช่วงระยะหลัง ไม่สอดคล้องกับการประกอบอาชีพฯทำให้เกิดปัญหา ตลอดกฎต่างๆ ที่ออกมาเกินข้อกำหนดของอนุสัญญาต่าง ๆ ขอให้กรมเจ้าท่าเร่งรัดการแก้ไข ปรับปรุง กฎข้อบังคับการตรวจเรือที่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นไปหลายเดือนแล้ว ขอให้กรมประมงแก้ไขปัญหากฎหมาย กฎระเบียบต่างๆของกรมประมงที่เป็นปัญหาต่อการปฏิบัติของชาวประมงในหลายๆ ฉบับ

ขอให้ PIPO แก้ไขปัญหาในการแจ้งเข้า – ออก เนื่องจากแต่ละหน่วยและเจ้าหน้าที่แต่ละศูนย์ปฏิบัติไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน แม้จะมีการร่วมกันจัดทำคู่มือแนวการปฏิบัติแล้วก็ตาม  รวมถึงปัญหาการติดตั้ง VMS ค่าบริการรายเดือนของอุปกรณ์ VMS ที่ชาวประมงต้องรับภาระในช่วงที่เรือจอด ในขณะเดียวกันสมาชิกชาวประมงทั่วประเทศ มีมติคัดค้านการที่รัฐบาลจะไปให้สัตยาบันเพื่อรับอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศฉบับที่ 188 (C.188)

ด้านนายทวี แพใหญ่ กรรมการสมาคมประมงจังหวัดพังงา กล่าวว่า ต้องการให้ภาครัฐมองเห็นความแตกต่างของชาวประมงอย่างแท้จริง โดยเฉพาะเรื่องที่เตรียมออกกฎข้อบังคับให้มีห้องน้ำของคนในเรือประมงที่บังคับว่า คนเรือ 4 คน ต่อห้องน้ำ 1 ห้อง และยังบังคับให้มีห้องนอน 1 คน ต่อ 1 ห้อง ห้องกินข้าว ห้องนันทนาการ ซึ่งความแตกต่างของเรือประมงต่างประเทศกับเรือประมงไทย คือ เรือประมงไทยมีคนเรือไม่ต่ำกว่า 10 คน ต่อเรือ 1 ลำ ออกเรือไปเช้าเย็นกลับ ส่วนเรือประมงต่างประเทศ มีคนเรือไม่เกิน 4-5 คนต่อลำ ออกเรือไม่ต่ำกว่า 15 วันต่อเที่ยว ซึ่งทางภาครัฐควรมองเห็นถึงความแตกต่างด้วย

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

นางวงษ์ษา อุดมอำนวย แม่ค้าจำหน่ายสัตว์น้ำ ตลาดตะกั่วป่า จ.พังงา กล่าวว่า รับซื้อและจำหน่ายปลามานานกว่า 30 ปี ราคาสัตว์น้ำขึ้น-ลง ตามสภาพของชาวประมง แต่เมื่อมีกฎหมายออกมาบังคับใช้กับชาวประมงทำให้การออกหาปลายากขึ้น ต้นทุนสูงขึ้น ส่งผลกระทบกับพ่อค้า แม่ค้า ขณะที่ราคาปลาไม่สามารถตั้งราคาให้สูงขึ้นตามต้นทุนจึงต้องแบกภาระต้นทุนเพิ่มขึ้น กฎหมายแรงงานบังคับใช้กับแรงงานประมงที่ยากต่อสภาพความเป็นจริง คนงานอายุต้องเกิน 18 ปี ไม่เกิน 55 ปี จะใช้ให้ลูกหลานทำงานประมงในครอบครัวไม่สามารถทำได้ นับว่ากฎหมายที่จะเกิดขึ้นทำความยุ่งยากและเกินไปต่อสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันนี้