ลูกพะยูนเกยตื้น จ.กระบี่ อาการน่าเป็นห่วง ผุดไอเดีย สร้างเปล “มาเรียม”

02 ก.ค. 2562 เวลา 13:35 น.

ตัวแทนบริษัทเอสซีจี ลงพื้นที่พบหน่วยงานเกี่ยวข้อง หาข้อสรุปการทำ "เปล"อนุบาลมาเรียมชั่วคราว ช่วงมรสุมใหญ่ ขณะลูกพะยูนเกยตื้น จ.กระบี่ อาการยังน่าเป็นห่วง

วานนี้ (1 ก.ค.62) เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก จ.ภูเก็ต พร้อมทีมสัตวแพทย์เดินทางไปดูอาการ ลูกพะยูน ตัวผู้ อายุประมาณ 3 เดือน ที่เกยตื้นบริเวณชายหาดบ่อม่วง ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่

พร้อมตรวจชีพจรเบื้องต้น พบลูกพะยูน มีบาดแผลตามตัวมากถึงร้อยละ 50 คาดว่าน่าจะเกิดจากถูกคลื่นซัด จนตัวกระแทกโขดหิน นอกจากนี้ยังมีอาการอิดโรย ชีพจรเต้นอ่อน จึงให้นมดื่มไป 100 ซีซี ก่อนเตรียมนำตัวไปรักษาต่อ ที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก จ.ภูเก็ต

ส่วนที่ จ.ตรัง นายอาบีดีน จิเหลา ตัวแทนบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด หรือ เอสซีจี พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่อ่าวดุหยง ต.เกาะลิบง เพื่อตรวจสภาพพื้นที่การอนุบาล “มาเรียม” พะยูนน้อย วัย 6 เดือน พลัดหลงแม่ ที่อยู่ในความดูแลของทีมสัตวแพทย์ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ,อาสาสมัคร และกลุ่มพิทักษ์ดุหยง และหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หลังได้รับการประสานให้ร่วมศึกษาออกแบบ "เปล"อนุบาล“มาเรียม” ในช่วงฤดูมรสุมใหญ่ หรือช่วงที่เกิดคลื่นลมแรงติดต่อกันหลายวัน เพื่อความปลอดภัยของ “มาเรียม”และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

นายอาบีดีน กล่าวว่า จากการพูดคุยทุกฝ่ายต้องการให้เร่งสร้าง “เปล” อนุบาล เพราะมีความจำเป็นมากในช่วงมรสุมใหญ่ โดยยึดหลักรูปแบบของ “เปล” จะต้องไม่บั่นทอนพัฒนาการของ “มาเรียม” แต่ต้องส่งเสริมความเป็นสัตว์ เพื่อให้ “มาเรียม” สามารถเติบโตได้ตามธรรมชาติ จะได้มีโอกาสพบฝูงหรือเผ่าพันธุ์ตัวเอง เพื่อสร้างครอบครัวใหม่ ไม่เป็นการกักขัง “มาเรียม” แต่จะใช้เป็น"เปล" ชั่วคราวในยามสถานการณ์ฉุกเฉินหรือวิกฤติในทะเลเท่านั้น

หลังจากนี้ จะนำข้อเสนอรูปแบบความต้องการจากในพื้นที่ไปหารือกับทีมวิศวกรรมให้ร่วมกันออกแบบอย่างเหมาะสม จากนั้น จะเร่งลงพื้นที่ไปดำเนินการโดยเร็ว เพื่อให้ทันกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้