เขาให้แค่นี้!! ขนเข้ามาได้ ไม่เกิน 20,000 บาท

17 ก.ค. 2562 เวลา 4:27 น.

กระเทือนวงการคนเที่ยว และพ่อค้าแม่ขาย ที่นิยมเดินทางไปขนของ นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ มาขาย หลังกรมศุลกากร ประกาศเข้มจำนวนและมูลค่าของสินค้าที่นำเข้ามา จนมีเสียงผู้โดยสารโวยเรื่องจัดเก็บภาษี ด่านสนามบินต่างๆ

กรมศุลกากร ชี้แจงเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 62 ถึงสิทธิของผู้โดยสารในการนำของติดตัวเข้ามาพร้อมกับตน ทางท่าอากาศยาน ผู้ได้รับยกเว้นอากรภาษีส่วนตัว ต้องเป็นของเพื่อใช้เอง หรือใช้ในวิชาชีพ มูลค่าไม่เกิน 20,000 บาท และต้องไม่เป็นของต้องห้าม ของต้องกำจัด ไม่มีลักษณะทางการค้า

ทั้งนี้ ถ้าผู้โดยสารนำของที่มีมูลค่าเกิน 20,000 บาทหรือเป็นของที่มีลักษณะเชิงพาณิชย์แม้จะมีมูลค่าไม่เกิน 20,000 บาท ของดังกล่าวเป็นของต้องเสียภาษีอากร ซึ่งผู้โดยสารสามารถมาสำแดงของเพื่อเสียภาษีอากร ที่ช่องตรวจมีของต้องสำแดง (ช่องแดง)

กระเทือนวงการคนเที่ยว และพ่อค้าแม่ขาย ที่นิยมเดินทางไปขนของ นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ มาขาย หลังกรมศุลกากร ประกาศเข้มจำนวนและมูลค่าของสินค้าที่นำเข้ามา จนมีเสียงผู้โดยสารโวยเรื่องจัดเก็บภาษี ด่านสนามบินต่างๆ

หากของนั้นเป็นของต้องกำจัด ของนั้นต้องได้รับอนุญาตให้นำเข้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน โดยอัตราภาษีอากรนำเข้าจะแตกต่างกันตามชนิดและประเภทสินค้า เช่น กระเป๋า 20% นาฬิกา 5% เครื่องสำอาง 30% เข็มขัด 30% เป็นต้น และรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%โดยมีวิธีการคำนวณคือ

ราคาสินค้า x อัตราภาษีขาเข้า = อากรขาเข้า

(ราคาสินค้า + อากรขาเข้า) x อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% = ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ค่าภาษีทั้งหมดที่ต้องชำระ= อากรขาเข้า + ภาษีมูลค่าเพิ่ม

กระเทือนวงการคนเที่ยว และพ่อค้าแม่ขาย ที่นิยมเดินทางไปขนของ นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ มาขาย หลังกรมศุลกากร ประกาศเข้มจำนวนและมูลค่าของสินค้าที่นำเข้ามา จนมีเสียงผู้โดยสารโวยเรื่องจัดเก็บภาษี ด่านสนามบินต่างๆ

นอกจากนี้ ประกาศฉบับใหม่ ของกรมศุลการ ฉบับ 60/2561 กำหนดสาระสำคัญที่นักเดินทางต้องตระหนักรู้ และพึงรู้....

ผู้โดยสารที่จะนำของมีค่าซึ่งเป็นของเก่าใช้แล้ว ออกนอกราชอาณาจักร เช่น นาฬิกา กล้องถ่ายรูป หรือคอมพิวเตอร์สำหรับพกพา (โน๊ตบุ๊ก) จะต้องแจ้งต่อพนักงานศุลกากรทุกครั้ง ณ ห้องที่ทำการศุลกากรบริเวณห้องผู้โดยสารขาออก โดยต้องนำภาพถ่ายของสิ่งของที่นำมาแจ้งจำนวน 2 ชุด เพื่อจะได้รับมอบ ใบรับแจ้งของมีค่าที่ผู้โดยสารนำติดตัวอออกไปและนำกลับมาแสดงในวันเดินทางกลับ

เมื่อเดินทางกลับมายังประเทศไทย ให้แสดงใบรับแจ้งของมีค่าต่อพนักงานศุลกากรช่องแดงในวันเดินทางกลับประเทศไทย เพื่อขอรับการยกเว้นอากรในฐานะของใช้ส่วนตัว โดยต้องเป็นของเก่าใช้แล้ว และมีจำนวนพอสมควรแก่การเดินทาง

ของมีค่าหรือของส่วนตัวผู้โดยสารที่นำติดตัวไปขณะเดินทางออกนอกประเทศ และใช้เป็นปกติวิสัยในระหว่างการเดินทาง หรือเป็นเครื่องประดับการแต่งกายตามปกติ ไม่ต้องแจ้งต่อพนักงานศุลกากร

สำหรับผู้โดยสารขาเข้าจากต่างประเทศ ของใช้ส่วนตัวที่เจ้าของนำเข้ามาพร้อมกับตน สำหรับไว้ใช้เองหรือใช้ในวิชาชีพและมีจำนวนพอสมควร มีราคารวมกันไม่เกิน 20,000 บาท ให้ได้รับการยกเว้นอากร

สุรา บุหรี่ หรือซิการ์ เป็นของส่วนตัวที่เจ้าของนำเข้ามาพร้อมกับตน ให้ได้รับการยกเว้นอากรต่อเมื่อไม่เกินปริมาณที่กำหนด ดังนี้ บุหรี่ 200 มวน หรือซิการ์ หรือยาเส้น อย่างละ 250 กรัม หรือหลายชนิดรวมกันมีน้ำหนักทั้งหมด 250 กรัม แต่ทั้งนี้บุหรี่ต้องไม่เกิน 200 มวน สุรา 1 ลิตร หากนำเข้ามาเกินกว่าปริมาณที่กำหนด ให้เจ้าของสละการครอบครองโดยนำไปใส่ไว้ในกล่องโปร่งใส ที่ทางศุลกากรจัดทำไว้ให้

หากผู้โดยสารมีสิ่งของที่นำติดตัวเข้ามาพร้อมกับตน ในวันที่เดินทางมาจากต่างประเทศ โดยมีมูลค่ารวมกัน ไม่เกิน 200,000 บาท หรือเป็นของที่มีมูลค่าเกินกว่า 200,000 บาท และนำติดตัวเข้ามาเพียงชิ้นเดียว ให้อยู่ในอำนาจของพนักงานศุลกากรผู้ควบคุมกำกับดูแลการเก็บอากรปากระวางเป็นผู้พิจารณาอนุญาตให้จัดเก็บอากรปากระวางได้ ประกอบด้วย อากรขาเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต ภาษีเพื่อมหาดไทย และค่าธรรมเนียมอื่นๆ (ถ้ามี)

กระเทือนวงการคนเที่ยว และพ่อค้าแม่ขาย ที่นิยมเดินทางไปขนของ นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ มาขาย หลังกรมศุลกากร ประกาศเข้มจำนวนและมูลค่าของสินค้าที่นำเข้ามา จนมีเสียงผู้โดยสารโวยเรื่องจัดเก็บภาษี ด่านสนามบินต่างๆ

ของที่ซื้อจากร้านค้าปลอดอากรขาออกในเมือง (Duty Free) หรือร้านค้าปลอดอากรภายในอาคารผู้โดยสารขาออก ณ สนามบิน จะต้องนำออกไปนอกราชอาณาจักรเท่านั้น หากนำกลับเข้ามาให้ผ่านการตรวจที่ช่องแดง (Goods to Declare) และชำระอากร