นายกรัฐมนตรี รับ “ณรงศักดิ์” ทำงานดี บอกเลิกดราม่าปมแคปซูล"อีลอน"ไม่ได้ใช้ได้แล้ว 

บิ๊กตู่ แจงดราม่าไม่ได้ใช้แคปซูล “อีลอน มักส์” – ชม “ณรงค์ศักดิ์” ทำงานดี [คลิป]

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติติ(คสช.) กล่าวถึงกรณีโลกออนไลน์มีประเด็นดราม่านายอีลอน มัสก์ ประธานบริษัทเทสลาสเปซ เอ็กซ์ และบริษัทบอริงคอมพะนี ทวิตเตอร์ตอบโต้กับนายณรงศักดิ์ โอสถธนาธร ผวจ.พะเยา ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ที่ระบุว่า แคปซูลดำน้ำที่นายอีลอน มัสก์เสนอมานั้น ไม่สามารถใช้งานได้จริงจนว่า นายอีลอน ให้ตนดูอุปกรณ์ที่นำมาช่วยเหลือที่สนามบินเชียงราย พร้อมให้คนทดสอบ ซึ่งตนได้ขอบคุณที่นำมา แต่ก็จะไปพิจารณาที่ถ้ำด้วยว่าสามารถใช้ได้มากน้อยเพียงใด หากใช้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรต้องดูสถานการณ์ ซึ่งเขาเคยใช้ในสถานการณ์อื่นมาแล้ว แต่ในประเทศไทยอาจไม่สามารถทะลุผ่านช่องที่แคบได้ นายอีลอน เองก็ระบุว่าจะไปหาวิธีการอื่นมาอีกครั้ง จึงขออย่าเป็นเรื่องดราม่าไปหมด และอย่าพูดอะไรเสียหาย และเชื่อว่าผอ.ศอร. ไม่ได้มีเจตนารมณ์เช่นนั้น ซึ่งการที่นายอีลอน ก็บินมาเองด้วยความเต็มใจ ตนก็ได้ให้กระทรวงต่างประเทศรวมทั้งรมว.ท่องเที่ยวติดต่อคุยโดยตรง และให้รมว.มหาดไทยเป็นผู้ตัดสินใจ นอกจากเรื่องช่วยได้หรือไม่ได้ สิ่งที่เราต้องการคือเทคโนโลยี ความรู้ และประสบการณ์ ดังนั้นขอให้จบเรื่องดราม่า เลิกกันได้แล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องการจัดเลี้ยงหลังเสร็จสิ้นภารกิจนั้น จะมีการพิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยกำลังปรึกษาหารือกับรมว.มหาดไทย ซึ่งต้องให้สถานการณ์จบจริงๆ ก่อน วันนี้ยังไม่เรียบร้อย จะเรียบร้อยเมื่อเด็กออกจากโรงพยาบาล วันนี้ศูนย์อำนวยการร่วมก็จะย้ายมาอยู่ที่จังหวัด ในพื้นที่จะเป็นส่วนหลังที่จะมีการเก็บของต่างๆ ขณะที่สำนักงานบริหารจัดการน้ำ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรฯ ที่ต้องปรับพื้นที่ ซึ่งสิ่งที่กังวลที่สุดคือการปรับพื้นที่ให้กลับสู่สภาพเดิมให้เร็วที่สุด รวมถึงให้พิจารณาทำที่กักเก็บน้ำในพื้นที่ดังกล่าวด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงเสียงสะท้อนที่ยกย่องนายณรงศักดิ์ ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดีว่า บทบาทของนายณรงศักดิ์ถือว่าดี แต่ก็มีคนอื่นร่วมทำงานด้วย ขณะที่ตนก็ต้องรู้ทุกเรื่อง การจะทำอะไรต่างๆ ก็รายงานขึ้นมาผ่านรมว.มหาดไทย ซึ่งตนได้โทรศัพท์และติดตามทุกวัน ถ้าไม่ถึงคราวคับขันตนก็ไม่ลงไปสั่งการ เพราะให้กรอบการทำงานไปหมดแล้วและได้นำวิชาการทหารแนะนำไปในเรื่องแผนที่ได้บอกให้ใช้แผนที่เดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ขณะเดียวกันต้องขอบคุณสื่อมวลชนส่วนใหญ่ที่เชื่อฟังและเข้าใจเหตุผลของการปิดกั้นพื้นที่ ซึ่งทราบว่าทุกคนอยากได้ข่าวแต่อย่าลืมว่าการเสนอข่าวมีสองทางเสมอ ดังนั้นเรื่องใดที่ยังไม่ชัดเจนแต่ไปประเมินสถานการณ์ไว้ก่อนก็จะทำให้หมดกำลังใจ คนดูก็ท้อแท้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้จึงต้องลดการเสนอข่าวที่ดราม่าลงไปบ้าง เพราะจะวุ่นวายไปหมด ทั้งนี้จะเห็นว่าตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายใจตนคิดว่าต้องสำเร็จ เพราะแรงศรัทธา เหมือนที่ตนทำงานวันนี้ที่ใช้แรงศรัทธาในการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าไม่มีแรงศรัทธาก็คงยอมแพ้ สำหรับใครที่จะนำเหตุการณ์ 13 ชีวิตติดถ้ำหลวงไปทำเป็นภาพยนต์นั้น จะต้องของอนุญาตตามขั้นตอนผ่านคณะกรรมการภาพยนตร์และวิดีทัศน์แห่งชาติ เพื่อพิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม จะเข้าไปถ่ายทำในพื้นที่ใดก็ต้องของอนุญาต ไม่ใช่จะนำไปทำได้เลยต้องอนุญาตก่อน

เมื่อถามว่าดูเหมือนช่วงนี้นายกฯ เหนื่อยล้า พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า”มีหลายงานมั้ง ตั้งแต่กี่อาทิตย์มาแล้ว เราก็ทำงานมาโดยตลอด ตั้งแต่ประชุมครม. แล้วไปต่างประเทศ กลับมาทำงานแล้วไปต่างประเทศต่อ กลับมาก็เจอสองงานนี้ พรุ่งนี้ก็ไปศรีลังกาและต่อด้วยภูฏาน เป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งเราต้องเดินทุกอย่าง ไม่ใช่จมติดอยู่กับปัญหาอย่างเดียว ปัญหาอยู่ที่การบริหาร ถึงนายกฯ อยู่ที่นี่ แต่มีการติดต่อสื่อสารตลอดเวลา ไม่ใช่ผมไม่รับผิดชอบอะไรเลย วันนี้ต่างประเทศชื่นชมยินดี เราอย่ามาทำให้เสียหายเลย”