“นายกฯ” ถก รมว.กต.สหราชอาณาจักร กระชับความสัมพันธ์

“ประยุทธ์” ให้การต้อนรับ รมต.กต. สหราชอาณาจักร เข้าเยี่ยมคารวะในโอกาสเยือนไทย เพื่อกระชับความสัมพันธ์

วันนี้( 12 ก.พ.) เวลา 11.00 น. นายบอริส จอห์นสัน (The Right Honourable Boris Johnson MP) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมการหารือด้วย ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญการหารือดังนี้

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักรที่เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก นายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับ สหราชอาณาจักรที่ความสัมพันธ์กันอย่างยาวนานกว่า 400 ปี จนเป็นความผูกพันในทุกระดับ และ เห็นว่า ทั้งสองฝ่ายต้องมองไปข้างหน้าด้วยกัน โดยขอให้มุ่งกระชับความสัมพันธ์ต่อกัน สร้างมิตรภาพที่ดีต่อกันบนพื้นฐานและผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักรได้ขอบคุณนายกรัฐมนตรีสำหรับการต้อนรับที่อบอุ่นและยินดีที่ได้มีโอกาสเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ

ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันที่จะส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างกัน โดยนายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนให้ นักลงทุนชาวอังกฤษพิจารณามาลงทุนในโครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) และหวังว่า สหราชอาณาจักรจะใช้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านการค้าการลงทุนผ่านไปยังประเทศ CLMV และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็ได้หยิบยกนโยบาย Global Britain ของสหราชอาณาจักรที่เน้นการค้าเสรี เปิดโอกาสให้สหราชอาณาจักรมีการค้ากับประเทศ ต่าง ๆ ทั้งในและนอกยุโรปมากยิ่งขึ้น จึงเป็นโอกาสดีที่ไทยและสหราชอาณาจักรจะกระชับความสัมพันธ์ทางการค้า การลงทุนระหว่างกัน นอกจากนี้ ยังเห็นว่าสภาผู้นำธุรกิจไทย-สหราชอาณาจักรเป็นโครงสร้างที่ดีที่จะสามารถส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านการค้าการลงทุนระหว่างกันต่อไป

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักรได้ยืนยันที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกันในด้านต่างๆ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย โดยประเทศไทยมีนโยบายที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน อาทิ ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมอากาศยาน ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ความร่วมมือด้านการศึกษา และการท่องเที่ยว โดยนายกรัฐมนตรีขอให้รัฐบาลอังกฤษช่วยดูแลนักเรียนไทยที่ศึกษาที่อังกฤษจำนวนกว่าหนึ่งหมื่นคนและกิจการร้านอาหารไทยในสหราชอาณาจักร ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่ายินดีต้อนรับนักเรียนไทยที่มีความสามารถและภูมิใจที่นักเรียนไทยเลือกเดินทางไปศึกษาที่สหราชอาณาจักร และนักเรียนไทยเป็นส่วนสำคัญของสังคมด้านวิชาการของสหราชอาณาจักร และรับที่จะไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางไปทำงานที่สหราชอาณาจักรของพ่อครัวแม่ครัวไทย

ซึ่งในระหว่างการหารือครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้หยิบยกประเด็นที่ต้องการให้มีความร่วมมือระหว่างไทยและสหราชอาณาจักร ได้แก่ ความร่วมมือด้าน Cyber Security ความร่วมมือด้าน E-Government ความร่วมมือด้าน Start up และความร่วมมือด้าน Data protection ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร เห็นว่าเป็นประเด็นที่มีความสำคัญ และตนจะแจ้งรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาจัดตั้งคณะทำงานร่วมกับไทยเพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านนี้ต่อไป เพราะจะเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาการค้าการลงทุนระหว่างกันในอนาคตในยุค digital economy ต่อไป

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักรชื่นชมไทยที่ได้รับการปรับสถานะเป็นประเทศที่น่าลงทุนอันดับที่ 26 (Ease of Doing Business) เชื่อมั่นในพัฒนาการทางประชาธิปไตยของไทย และสนับสนุนกระบวนการไปสู่การเป็นประชาธิปไตยที่ยั่งยืนของไทยตาม roadmap

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณสหราชอาณาจักรที่มีส่วนผลักดันให้มีการปรับข้อมติสหภาพยุโรปที่มีต่อไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักรเชิญชวนฝ่ายไทยให้ส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุม London Conference on the Illegal Wildlife Trade 2018 ในช่วงเดือนตุลาคม 2561 นายกรัฐมนตรีได้ชื่นชมในความเป็นผู้นำของสหราชอาณาจักรในด้านนี้ และพร้อมที่จะสนับสนุนความริเริ่มดังกล่าว และจะมอบหมายรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว และนอกเหนือจากการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าผิดกฎหมาย รัฐบาลไทย ให้ความสำคัญการแก้ไขปัญหาระดับโลกด้านอื่นๆ อาทิ การค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ IUU การค้ามนุษย์ ซึ่งจะเห็นผลที่ดีขึ้นต่อไป