ญี่ปุ่นเคือง! เมนูงานเลี้ยงหลังประชุมสองเกาหลีมีแผนที่ภาพหมู่เกาะพิพาท

26 เม.ย. 2018 เวลา 3:53 น.

รัฐบาลญี่ปุ่นออกมาเรียกร้องไม่ให้เกาหลีใต้เสิร์ฟเมนูมูสมะม่วงในงานเลี้ยงรับรองหลังงานประชุมสองเกาหลี เพราะมีหมู่เกาะทาเคะชิมะหรือหมู่เกาะด็อกโดรวมอยู่ในแผนที่เกาหลีที่ตกแต่งบนขนมด้วย

ญี่ปุ่นค้านเมนูขนมหวานงานเลี้ยงหลังประชุมเกาหลี เหตุแผนที่รวมภาพเกาะด็อกโด

รัฐบาลญี่ปุ่นออกมาเรียกร้องไม่ให้เกาหลีใต้เสิร์ฟเมนูมูสมะม่วงในงานเลี้ยงรับรองหลังงานประชุมสองเกาหลี เพราะมีหมู่เกาะทาเคะชิมะหรือหมู่เกาะด็อกโดรวมอยู่ในแผนที่เกาหลีที่ตกแต่งบนขนมด้วย

หลังจากที่ทำเนียบรัฐบาลเกาหลีใต้ปล่อยภาพเมนูอาหารที่จะเสิร์ฟในงานเลี้ยงรับรองหลังการประชุมระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ในวันศุกร์ที่ 27 เมษายน รัฐบาลญี่ปุ่นได้ออกมาแสดงความไม่พอใจเพราะหนึ่งในเมนูที่จะนำมาขึ้นโต๊ะอาหารนั้น มีภาพแผนที่คาบสมุทรเกาหลีที่รวมเกาะด็อกโดหรือเกาะทาเคะชิมะ ซึ่งญี่ปุ่นอ้างกรรมสิทธิ์ โดยโฆษกกระทรวงต่างประเทศของญี่ปุ่นได้กล่าวเรียกร้องให้ตัดขนมหวานจานนี้ออกจากเมนู

 

 

หมู่เกาะด็อกโด หรือที่ญี่ปุ่นเรียกว่าหมู่เกาะทาเคะชิมะเป็นประเด็นพิพาทที่บั่นทอนความสัมพันธ์ของเกาหลีใต้และญี่ปุ่นมาเป็นเวลานานกว่าร้อยปี ปัจจุบันเกาะด๊อกโดอยู่ใต้การควบคุมของเกาหลีใต้ แม้ญี่ปุ่นจะอ้างกรรมสิทธิ์ โดยหมู่เกาะนี้อยู่ตรงกลางระหว่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ห่างจากประเทศเกาหลีไป 134 ไมล์ทะเล และห่างชายฝั่งของญี่ปุ่นไปประมาณ 155 ไมล์ทะเล

 

[caption id="attachment_245774" align="aligncenter" width="840"] ภาพจาก http://www.dokdo-takeshima.com/why-japan-cant-have-dokdo-i.html[/caption]

 

เกาหลีใต้อ้างว่ามีหมู่เกาะด็อกโดปรากฏอยู่ในบันทึกทางประวัติศาสตร์ของเกาหลีย้อนกลับไปได้ตั้งแต่ปีค.ศ. 512 ส่วนญี่ปุ่นอ้างว่าเกาหลีใต้ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นเจ้าของเกาะในช่วงเวลาก่อนญี่ปุ่นจะเข้ายึดครองในปี 1905 ต่อมาเกาหลีใต้ตกอยู่ใต้การปกครองของญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1910 จนถึงจุดสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้ในปี 1945 แต่สนธิสัญญาหลังสงครามไม่ได้ตัดสินให้ชัดเจนว่าใครเป็นเจ้าของเกาะกันแน่ ในตอนนั้นเองเกาหลีใต้ถือโอกาสฉวยด็อกโดกลับมาเป็นของตน

 

ด็อกโดหรือทาเคะชิมะเป็นประเด็นที่ร้อนแรงเสมอมา เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องอาณาเขตหรือน่านน้ำเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจในชาติที่ทั้งสองฝ่ายยอมกันไม่ลง สำหรับเกาหลีใต้แล้ว ด็อกโดนั้นเทียบได้กับศักดิ์ศรีที่ได้กลับคืนมาหลังถูกนักล่าอาณานิคมช่วงต้นศตวรรษที่ 20 อย่างญี่ปุ่นข่มเหงคุกคามเป็นเวลาหลายสิบปี และยังดึงประเทศที่ 3 อย่างสหรัฐที่เป็นพันธมิตรกับทั้งสองประเทศให้เข้ามาอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ในขณะที่เกาหลีเหนือซึ่งทางเทคนิคแล้วทำสงครามกับเกาหลีใต้อยู่ ยังออกมาเข้าข้างเกาหลีใต้และประณามญี่ปุ่น

 

นอกจากนี้ ในแง่ของประโยชน์ทางเศรษฐกิจ น่านน้ำรอบหมู่เกาะด็อกโดยังเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ รวมถึงเป็นแหล่งจับปลาและเป็นไปได้ว่าอาจมีแหล่งน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติให้สำรวจอีกด้วย

จึงน่าติดตามว่า เกาหลีใต้จะตอบโต้คำคัดค้านจากญี่ปุ่นอย่างไร และไม่แน่ว่า ญี่ปุ่นที่ทั้งเกาหลีเหนือและใต้เห็นว่าเป็นศัตรูร่วมกันอาจทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองเกาหลีแน่นแฟ้นขึ้นมาอีกก็เป็นได้ โดยผู้นำเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้จะหาพบปะกันเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปีที่เขตปลอดทหารระหว่างชายแดนเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ในวันศุกร์นี้ โดยทั้งสองประเทศจะหารือกันเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือและเส้นทางสู่สันติภาพ

อ้างอิง - Eurasia Review, New York Times

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด