สังเกตอย่างไร?? “อาหาร” บูด-เสีย แม้เก็บใน “ตู้เย็น”

09 มิ.ย. 2561 เวลา 11:43 น.

“อาหาร” แม้จะมีวันหมดอายุ แต่หากเก็บรักษาใน “ตู้เย็น” มันสามารถยืดอายุออกไปได้ ไม่มีวันเสีย แต่อันที่จริง ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทใด ก็ย่อยมีวันหมดอายุ หรือสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการได้ ค่าเก็บไว้เป็นเวลานานเกินไป

“อาหาร” แม้จะมีวันหมดอายุ แต่หากเก็บรักษาใน “ตู้เย็น” มันสามารถยืดอายุออกไปได้ ไม่มีวันเสีย แต่อันที่จริง ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทใด ก็ย่อยมีวันหมดอายุ หรือสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการได้ ค่าเก็บไว้เป็นเวลานานเกินไป

  1. เช็ควันหมดอายุ

หากไม่ใช่ผักผลไม้ เช็คได้จากบรรจุภัณฑ์ว่าเลย “วันหมดอายุ” มาหรือยัง แต่หากเป็น “อาหารสด” ไปข้อ 2 กันเลย

“อาหาร” แม้จะมีวันหมดอายุ แต่หากเก็บรักษาใน “ตู้เย็น” มันสามารถยืดอายุออกไปได้ ไม่มีวันเสีย แต่อันที่จริง ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทใด ก็ย่อยมีวันหมดอายุ หรือสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการได้ ค่าเก็บไว้เป็นเวลานานเกินไป

  1. กลิ่นที่เปลี่ยนไป

สัญชาตญาณแรกของเรามักคือการ “ดม” เหม็น ไม่เหม็น หากมีกลิ่นไม่ค่อยดี เหม็นเปรี้ยว เหม็นหืน บอกลาสิ่งเหล่านั้นลงถังขยะไปได้เลย

“อาหาร” แม้จะมีวันหมดอายุ แต่หากเก็บรักษาใน “ตู้เย็น” มันสามารถยืดอายุออกไปได้ ไม่มีวันเสีย แต่อันที่จริง ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทใด ก็ย่อยมีวันหมดอายุ หรือสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการได้ ค่าเก็บไว้เป็นเวลานานเกินไป

  1. เนื้อสัมผัสเปลี่ยน

หากมันไม่ส่งกลิ่น เผยตัวตน เช็คจากผิวสัมผัสของอาหารอีกทางก็ใช้ได้ หากเป็นอาหารที่เนื้อหอม แต่เริ่มแข็ง หรืออาหารแห้ง แต่เริ่มมีน้ำ หรือมีฟองออกมา อย่าดื้อดึงต่อไปเลย เพราะคุณค่าอาหารจากเราไปแล้ว

“อาหาร” แม้จะมีวันหมดอายุ แต่หากเก็บรักษาใน “ตู้เย็น” มันสามารถยืดอายุออกไปได้ ไม่มีวันเสีย แต่อันที่จริง ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทใด ก็ย่อยมีวันหมดอายุ หรือสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการได้ ค่าเก็บไว้เป็นเวลานานเกินไป

  1. ขึ้น “รา”

เรียกได้ว่าเป็น “วายร้าย” ที่แสดงตัวจับกุม มันขึ้นมาให้เราเห็นเลยว่า มีสิ่งแปลกปลอมเกิดขึ้นแล้ว

“อาหาร” แม้จะมีวันหมดอายุ แต่หากเก็บรักษาใน “ตู้เย็น” มันสามารถยืดอายุออกไปได้ ไม่มีวันเสีย แต่อันที่จริง ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทใด ก็ย่อยมีวันหมดอายุ หรือสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการได้ ค่าเก็บไว้เป็นเวลานานเกินไป

  1. รสชาติที่เปลี่ยนไป

ในเมื่อคุณไม่สามารถระบุชัดเจนได้ว่ามัน “เสีย” หรือ “บูด” แล้วหรือยัง นี่เป็นขั้นตอนที่เสี่ยงที่สุดก็ว่าได้ เพราะมันคือการพิสูจน์โดยตรง จากการ “กิน” หรืออาจจะเรียก “ชิม” ก็แล้วแต่ แนะนำว่าหากไม่แน่ใจ หรือลังเล ใช้ลิ้นแตะๆ ก็พอ เพราะหากคุณฝืนไปต่อ อาจจะต้องคายออกมาคำโตๆเลยก็ได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด