ย้อนอดีต! “ซาดาโกะ” นกกระเรียนพันตัว ตำนานพับนกที่โลกร่ำไห้

25 ต.ค. 2561 เวลา 7:01 น.

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะรู้จัก การพับนกกระเรียนกระดาษพันตัว ที่จะทำให้คำอธิษฐานสมหวัง แต่มันกลับไม่เป็นจริงสำหรับ เด็กหญิงซาซากิ ซาดาโกะ เพราะวันนี้ 25 ต.ค. เมื่อ 63 ปีก่อน เป็นวันที่เด็กหญิงคนนี้ต้องจากโลกไปอย่างน่าเศร้า จากพิษระเบิดนิวเคลียร์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จนทำให้กลายเป็นตำนานนกกระเรียนพันตัวจนถึงทุกวันนี้

เด็กหญิงซาซากิ ซาดาโกะ เกิดเมื่อวันที่ 7 มกราคม ค.ศ.1943 ที่เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น เป็นลูกคนที่ 2 ของครอบครัวช่างตัดผม ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งพ่อของเธอถูกเกณฑ์ไปทำงานที่โรงพยาบาลทหาร ที่บ้านจึงเหลือเพียง ยาย แม่ พี่ชาย และซาดาโกะ เพียง 4 คน จนเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 1945 ซาดาโกะ ที่เพิ่งจะลืมตาดูโลกมาได้เพียง 2 ขวบเศษ เมืองฮิโรชิมา ถูกกองทัพสหรัฐถล่มด้วยระเบิดนิวเคลียร์ จนเมืองพังราบเป็นหน้ากลอง มีผู้เสียชีวิตหลายแสนคน แต่พระเจ้ายังคงให้โอกาสในการเติบโตของ ซาดาโกะ อยู่ ทำให้เธอเป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิต แต่ก็เพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น!!

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

เวลาผ่านไปจน ซาดาโกะ อายุ 11 ปี เธอใช้ชีวิตตามปกติ เธอเป็นคนที่ร่างกายแข็งแรง เป็นเด็กขยัน และเป็นนักกีฬาวิ่งของโรงเรียน แต่พิษของนิวเคลียร์ได้เริ่มก่อตัวขึ้นช้าๆ เธอมักมีอาการเวียนหัว และอาเจียนอยู่บ่อยครั้ง จนถึงวันนั้น วันที่ ซาดาโกะ กำลังซ้อมวิ่ง อยู่ๆ เธอก็เวียนหัวจนสลบไป ทางโรงเรียนได้รีบแจ้งไปยังพ่อแม่ของ ซาดาโกะ และรีบพาเธอส่งโรงพยาบาล และทำให้ทุกคนต่างแปลกใจ เพราะที่ผ่านมา เธอเป็นเด็กแข็งแรง และในการตรวจสุขภาพ เมื่อเธออยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปี 1954 ก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ

แต่หลังจากนั้นอีก 3 เดือน เธอได้ป่วยเป็นไข้หวัด มีก้อนเนื้อบวมที่ด้านหลังคอและกกหู จนเดือนมกราคม 1955 อาการบวมมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าก็บวมคล้ายโรคคางทูม จากนั้นในเดือนกุมภาพันธ์ ซาดาโกะ เข้ารับการตรวจจากศูนย์วิจัยขององค์กรคณะกรรมาธิการผู้ประสบภัยจากระเบิดปรมาณู (Atomic Bomb Casualty Commission : ABCC) ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยอเมริกา ที่เมืองฮิโรชิมา หลังจากการทิ้งระเบิดปรมาณูไปได้ประมาณ 1 ปีเศษ จนพบว่า ซาดาโกะ ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว และจะมีอายุอีกไม่เกิน 1 ปีเท่านั้น!!!!

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ซึ่งสาเหตุก็คาดเดาไม่ยาก นอกจากผลกระทบจากระเบิดนิวเคลียร์ ที่สหรัฐฯ ส่งลงมาโจมตีญี่ปุ่น นั่นก็คือระเบิดปรมาณูลิตเติลบอย ผู้คนที่เหลือรอดต่างต้องเผชิญกับสารกัมมันตรังสีที่ถูกปล่อยออกมา มีผู้ได้รับผลกระทบมากถึง 258,310 คนเลยทีเดียว หนึ่งในนั้นก็คือ ซาดาโกะ เพราะว่าบ้านของเธออยู่ห่างจากบริเวณศูนย์กลางเพียง 1.7 กิโลเมตร ระหว่างที่เธออพยพหนีเธอก็ถูกฝนกัมมันตรังสีตกใส่

เด็กน้อยผู้ร่าเริง ต้องกลายเป็นเด็กแสนเศร้า ซาดาโกะ เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลกาชาด ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 1955 ทำให้เธอร้องไห้แทบตลอดเวลา เธออยากกลับไปโรงเรียน อยากออกจากโรงพยาบาลแต่ก็ทำไม่ได้ จน ชิซูโกะ เพื่อนสนิทของเธอมาเยี่ยม และนำโอริกามิ หรือ กระดาษสำหรับพับมาให้ พร้อมเล่าตำนาน “ซูรุ” หรือตำนานนกกระเรียนให้ ซาดาโกะ ฟัง โดยคนญี่ปุ่นถือว่านกกระเรียนเป็นนกที่ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นสัญลักษณ์ของการมีอายุยืนยาว ความหวัง และความสุข รวมถึงช่วยป้องกันการเจ็บไข้ได้ป่วย ถ้าสามารถพับได้ถึง 1,000 ตัว จะมีอาการดีขึ้น

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

เมื่อได้ยินแบบนี้ความหวังได้ก่อตัวขึ้นภายในใจของ ซาดาโกะ อีกครั้ง เธอตัดสินใจพับนกกระเรียน และเขียนคำว่าสันติภาพลงบนปีกนก เพื่อให้มันบินไปได้ทั่วโลก จน อาการของเธอก็เริ่มเข้าแย่ลงเรื่อยๆ จึงได้รับอนุญาตให้กลับบ้านครั้งละ 2-3 วัน เพื่อใช้ช่วงเวลาสุดท้ายกับครอบครัวอย่างมีความสุข และเธอยังคงพับนกกระเรียนต่อไปเรื่อยๆ จนในที่สุด เด็กหญิง ก็ต้องกลับมารักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกครั้ง และเช้าวันที่ 25 ตุลาคม หลังจากที่เธอรักษาตัวได้เพียง 8 เดือน ซาดาโกะ ก็สิ้นลมหายใจท่ามกลางอ้อมกอดของครอบครัวอย่างสงบ ในวัย 12 ปี 9 เดือน

ส่วนนกกระเรียนของ ซาดาโกะ นั้น บางแหล่งก็บอกว่า เธอพับได้ 644 ตัว และเพื่อนๆ มาช่วยสานต่อจนครบ 1,000 ตัว และฝังนกกระเรียนไปพร้อมกับร่างของ ซาดาโกะ แต่ข้อมูลจากพิพิธภัณฑ์สันติภาพฮิโรชิมาระบุว่า ซาดาโกะ พับได้มากกว่า 1,300 ตัวหรือมากกว่า 1,500 ตัว (ข้อมูลจาก Hiroshima Starship, Hiroshima International Youth House) หรือมากกว่า 2,000 ตัว (ข้อมูลจาก ซาซากิ ยูจิ นักร้องและนักแต่งเพลง ผู้เป็นหลานของซาดาโกะ) แต่จำนวนที่แท้จริงจะมีทั้งสิ้นเท่าใด ครอบครัวของเธอไม่ได้นับไว้โดยละเอียด

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

หลังจากที่ ซาดาโกะ เสียชีวิตลง เพื่อนๆ ของเธอ ได้ตัดสินใจร่วมกันสร้างรูปปั้นให้กับเธอ และเด็กๆ ที่ต้องเสียชีวิตจากระเบิดปรมาณู จนมีการรณรงค์ขอรับเงินบริจาคแพร่สะพัดไปทั่วเมืองฮิโรชิม่า ขยายสู่เมืองจากๆ ทั่วประเทศมากกว่า 3,000 โรงเรียน “รูปปั้นเด็กที่ถูกระเบิดปรมาณู” ตั้งอยู่ที่สวนสันติภาพฮิโรชิมา สร้างเสร็จในวันที่ 5 พฤษภาคม 1958 ตรงกับวันเด็กของประเทศญี่ปุ่น เป็นรูปปั้น ซาดาโกะ ยืนชูมือทั้งสองข้าง ที่มีนกกระเรียนกางปีกอยู่บนนั้น หน้ารูปปั้นมีแท่นหินแกะสลักไว้ว่า “นี่คือคำขอร้องและคำภาวนาของเรา สันติภาพจงบังเกิดขึ้นบนโลก” และทุกๆ ปี จะมีนกกระเรียนกระดาษจำนวนมากถูกส่งมายังรูปปั้นแห่งนี้

เรื่องราวของ เด็กหญิงซาดาโกะ กับการพับนกกระเรียน ได้ถูกเผยแพร่ออกไปในสื่อต่างๆ ทั่วโลก หลายรูปแบบ หลายภาษา เรื่องราวของเธอ ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพและความหวัง แม้ว่าจะไม่เกิดปาฏิหาริย์ขึ้นกับ ซาดาโกะ เธอไม่ได้หายจากอาการป่วย แต่เชื่อว่าตอนนี้คำอธิษฐานของเธอเป็นจริงแล้ว เพราะ ซาดาโกะและนกกระเรียนพันตัว จะคงมีชีวิตอยู่ในความทรงจำของผู้คนทั้งโลกไม่เคยถูกลืมเลือน

ขอบคุณภาพจาก wikipedia และ japansociety.org