เปิดโปง 'แก๊งกุมารจีน' แพ็กเกจเงินล้านซื้อสัญชาติไทย ทางลัดฟอกเงินข้ามรุ่น

เปิดโปง 'แก๊งกุมารจีน' แพ็กเกจเงินล้านซื้อสัญชาติไทย ทางลัดฟอกเงินข้ามรุ่น

เปิดโปงขบวนการ "แก๊งกุมารจีน" ที่จัดหาแพ็กเกจให้ชาวจีนซื้อสัญชาติไทยให้บุตรหลานผ่านการแจ้งเกิดเท็จ ใช้วิธีจ้างชายไทยเป็น 'พ่อทิพย์' เพื่อรับรองบุตรในใบสูติบัตร โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชนร่วมมือในขบวนการ

SHORT CUT

  • เปิดโปงขบวนการ "แก๊งกุมารจีน" ที่จัดหาแพ็กเกจให้ชาวจีนซื้อสัญชาติไทยให้บุตรหลานผ่านการแจ้งเกิดเท็จ
  • ใช้วิธีจ้างชายไทยเป็น 'พ่อทิพย์' เพื่อรับรองบุตรในใบสูติบัตร โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชนร่วมมือในขบวนการ
  • มีเป้าหมายเพื่อสร้าง "นอมินีตั้งแต่เกิด" ให้สามารถถือครองทรัพย์สิน ธุรกิจ และเป็นช่องทางฟอกเงินจากธุรกิจสีเทาในประเทศไทย
  • กระทรวงมหาดไทยได้ออกมาตรการใหม่ที่เข้มงวดขึ้น โดยกำหนดให้บิดาหรือมารดาชาวต่างชาติต้องมาแสดงตนต่อหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันการสวมรอย

เปิดโปงขบวนการ "แก๊งกุมารจีน" ที่จัดหาแพ็กเกจให้ชาวจีนซื้อสัญชาติไทยให้บุตรหลานผ่านการแจ้งเกิดเท็จ ใช้วิธีจ้างชายไทยเป็น 'พ่อทิพย์' เพื่อรับรองบุตรในใบสูติบัตร โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชนร่วมมือในขบวนการ

จุดเริ่มต้นของคดีนี้ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2567 จากผลงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ที่ได้ขยายผลจากการจับกุม นายเฉิน ยินไล สแกมเมอร์ชาวจีนรายใหญ่ ที่มีเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 70,000 ล้านบาท

จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปยังภรรยาชาวจีน พบข้อพิรุธสำคัญคือ บุตรทั้ง 3 คน กลับถือสัญชาติไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นำมาสู่การตั้งคำถามสำคัญของชุดสืบสวนว่า เด็กชาวจีนเหล่านี้ได้สัญชาติไทยมาได้อย่างไร

ภายจากการขยายผลปฏิบัติการ ถอดเกล็ดมังกร EP.1 เมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งมีการจับกุมเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตธนบุรีและกลุ่มพ่อทิพย์ เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 69 เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางกว่า 40 หมาย ควบคุมตัวได้แล้วประมาณ 20 ราย

กลุ่มผู้ต้องหาประกอบด้วย พ่อ-แม่ชาวจีน, กลุ่มชายไทยที่รับจ้างเป็น 'พ่อทิพย์' , เจ้าหน้าที่รัฐ (เจ้าหน้าที่เขต) และที่น่าตกใจคือ พบเจ้าหน้าที่เวชระเบียนของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เข้าร่วมกระบวนการด้วย

เปิดโปง 'แก๊งกุมารจีน' แพ็กเกจเงินล้านซื้อสัญชาติไทย ทางลัดฟอกเงินข้ามรุ่น

แฉกลโกง โปรโมชั่น 999

กลุ่มทุนจีนจะซื้อแพ็กเกจคลอดของโรงพยาบาลเอกชนตามปกติ แต่จะมี 'แพ็กเกจเสริมพิเศษ' ที่เรียกกันในกลุ่มว่า โปรโมชั่น 999

สิ่งที่ได้รับบริการจัดหา 'พ่อทิพย์' ชาวไทยให้เบ็ดเสร็จ เพื่อนำไปออกใบสูติบัตรเท็จ เป้าหมายเพื่อให้เด็กได้สิทธิ์สัญชาติไทยโดยสมบูรณ์ สำหรับใช้ทำธุรกรรม ครอบครองทรัพย์สิน เปิดบริษัท นิติกรรม และรับสวัสดิการรวมถึงการศึกษาในประเทศไทย

 

อีกรูปแบบหนึ่งร้ายแรงกว่า เพราะเป็นการสร้างเอกสารเท็จขึ้นมาทั้งระบบ ทั้งที่ไม่มีการคลอดเกิดขึ้นจริง โดยพบกรณีออกสูติบัตรย้อนหลังให้เด็กที่มีอายุประมาณ 3-4 ขวบ กระบวนการเช่นนี้สะท้อนว่า การสวมสิทธิไม่ได้อาศัยเพียงช่องว่างของกฎหมาย แต่ต้องมีบุคคลในระบบราชการร่วมรับรองข้อมูลปลอมให้กลายเป็นข้อมูลจริง

ทั้งนี้ข้อมูลจากการตรวจสอบพบเด็กเข้าข่ายต้องสงสัยมากกว่า 160 ราย โดย 62 รายมีธุรกรรมเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่เขตคนเดียวกัน ตัวเลขนี้ทำให้ข้อสงสัยขยายจากการทุจริตเป็นรายกรณี ไปสู่ความเป็นไปได้ว่ามีการผลิตเอกสารสัญชาติอย่างเป็นระบบ

การตรวจดีเอ็นเอกลายเป็นหลักฐานสำคัญ เพราะช่วยยืนยันว่าชายไทยซึ่งลงชื่อรับรองบุตรไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับเด็ก

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อดีตผู้บังคับการกองปราบปราม เตือนว่า แม้แต่ขั้นตอนตรวจดีเอ็นเอก็อาจถูกแทรกแซง หากไม่มีหน่วยงานกลางควบคุมอย่างรัดกุม ทั้งการสลับตัวบุคคล ตัวอย่างเลือด หรือผลตรวจ

ซึ่งเบื้องหลังการลงทุนเกือบล้านบาทเพื่อให้เด็กหนึ่งคนได้สัญชาติไทย ย่อมมีผลตอบแทนมากกว่าสถานะบนกระดาษ สำหรับครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา เด็กซึ่งมีสถานะเป็นคนไทยสามารถเติบโตขึ้นมาถือครองที่ดิน ทรัพย์สิน ธุรกิจ และสินทรัพย์ดิจิทัลแทนบิดามารดาที่เป็นชาวต่างชาติได้

สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างนอมินีตั้งแต่เกิด เป็นการวางโครงสร้างปกป้องทรัพย์สินและผ่องถ่ายเงินที่อาจได้มาจากการกระทำผิดจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง โดยใช้สถานะพลเมืองไทยเป็นเกราะอำพรางเส้นทางการเงิน

 

เมื่อเด็กเติบโตขึ้น ย่อมได้รับสิทธิในฐานะพลเมืองอย่างครบถ้วน ทั้งสิทธิเลือกตั้งและโอกาสเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง ปัญหาจึงไม่ใช่เชื้อชาติของเด็ก แต่คือการที่เครือข่ายอาชญากรรมสามารถซื้อทางเข้าสู่โครงสร้างทางเศรษฐกิจและอำนาจรัฐ ผ่านการทุจริตของเจ้าหน้าที่ไทย

พล.ต.ต.สุพิศาลเปรียบเครือข่ายลักษณะนี้กับ 'ไฮดรา' ซึ่งแม้ตัดหัวหนึ่งออก ก็อาจมีอีกหลายหัวซ่อนอยู่ การตรวจสอบจึงต้องย้อนหลังอย่างน้อย 10 ปี ครอบคลุมโรงพยาบาล สำนักงานเขต หน่วยงานท้องถิ่น ผลตรวจดีเอ็นเอ และเส้นทางการเงิน เพื่อค้นหารูปแบบซ้ำทั่วประเทศ

มหาดไทยสั่งด่วน ปรับมาตรการ 'รับรองบุตร' ป้องกัน 'พ่อทิพย์'

วันนี้ (11 ก.ค. 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการป้องกันการทุจริตและการแสวงหาประโยชน์จากระบบทะเบียนราษฎรของไทย โดยกระทรวงมหาดไทยได้เร่งยกระดับมาตรการป้องกันการรับรองบุตรโดยมิชอบ เพื่ออุดช่องโหว่ที่ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติใช้เป็นช่องทางให้เด็กต่างด้าวได้รับสัญชาติไทย ก่อนนำไปใช้ถือครองทรัพย์สิน ประกอบธุรกิจ หรือฟอกเงินผ่านบุคคลสัญชาติไทย

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมแถลงผลการขยายผลปฏิบัติการปราบปรามขบวนการอำพรางการสมรสและรับรองบุตรเท็จ ซึ่งพบพฤติการณ์จ้างคนไทยเป็น 'พ่อทิพย์' เพื่อรับรองบุตรของคนต่างด้าวให้ได้รับสัญชาติไทย โดยภายหลังการสืบสวน กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการเร่งด่วนไปยังสำนักทะเบียนทั้ง 878 อำเภอทั่วประเทศ ปรับปรุงมาตรการรับรองบุตร กำหนดให้กรณีที่บิดาหรือมารดาเป็นชาวต่างชาติ ต้องมาแสดงตนต่อหน้าเจ้าพนักงานทะเบียนด้วยตนเอง เพื่อยืนยันความเป็นบิดามารดาและป้องกันการแอบอ้างหรือการใช้เอกสารเท็จ

มาตรการดังกล่าวเป็นการยกระดับการตรวจสอบเชิงป้องกัน เพื่อปิดช่องโหว่ของระบบทะเบียนราษฎร ลดโอกาสที่เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติจะนำสัญชาติไทยไปใช้เป็นเครื่องมือในการถือครองอสังหาริมทรัพย์ ประกอบธุรกิจ หรือฟอกเงินผ่านบุคคลสัญชาติไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและผลประโยชน์ของประเทศ

รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายพลพีร์ยืนยันว่า รัฐบาลจะเดินหน้าปรับปรุงระบบควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยยึดหลัก "ปิดชื่อ ดูพฤติกรรม" ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นประชาชน ชาวต่างชาติ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จะถูกสืบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

"รัฐบาลมุ่งแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่เพียงดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด แต่ยังเร่งอุดช่องโหว่ของระบบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำ สร้างความโปร่งใสในการบริหารงานทะเบียนราษฎร และรักษาผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาว"

ที่มา : คมชัดลึก 

related