Alive Edutainment

ข้อแนะนำการรักษาสัมพันธ์ให้ยั่งยืน

การให้คำแนะนำเรื่องความสัมพันธ์เมื่อไม่มีใครถาม มักกลายเป็นสร้างความรำคาญให้คนได้ยิน แต่เมื่อยามที่เราอยากได้คำแนะนำ บางครั้งกลับยากที่จะหาคำตอบที่ตรงกับปัญหา และนี่คือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่จะทำให้ความสัมพันธ์เข้มแข็งขึ้น

จัดเวลาเพื่อคุยกันเรื่องความสัมพันธ์

ลองจัดเวลาสักสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมงมานั่งคุยกัน เป็นการลงทุนเวลาในการทำให้ความสัมพันธ์เข้มแข็ง แก้ไขปัญหาที่ค้างคาใจ หรือถ้าสัปดาห์ละครั้งบ่อยเกินไป เดือนละครั้งก็ยังดี นัดกันไปดินเนอ์ด้วยข้อตกลงว่าจะคุยเรื่องความสัมพันธ์หรือเป้าหมายชีวิตเท่านั้น ใช้เวลาที่จัดสรรไว้คิดหาวิธีแก้ปัญหาเพื่อที่จะลดโอกาสเกิดซ้ำในอนาคต แล้วอย่าลืมบอกอีกฝ่ายด้วยว่ามีเรื่องไหนที่เขาทำให้คุณรู้สึกซาบซึ้งหรือตื้นตันใจ

เปิดเผยเรื่องความรู้สึก ทั้งดีและไม่ดี

การเปิดใจเป็นปกติจะช่วยทำให้คุณสองคนใกล้ชิดกันมากขึ้น เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกว่าความรู้สึกของเขาไม่สำคัญ ไม่มีอยากใครได้ยิน หรือไม่ควรค่าแก่การเล่าให้ใครฟัง มันจะกลายเป็นการเปิดประตูสู่ความรู้สึกด้านลบและความขุ่นเคือง การเปิดเผยความรู้สึกนี้รวมถึงความรู้สึกด้านบวกด้วย บอกให้อีกฝ่ายรู้เมื่อคุณรู้สึกดี คนทุกคนต้องการรู้สึกมีคุณค่าในความสัมพันธ์

คิดว่าปัญหาซ้ำๆ คืออะไร และทำอะไรสักอย่างกับมัน

คู่รักทุกคู่มีประเด็นที่ทะเลาะกันซ้ำๆ อาจเป็นเรื่องอีกฝ่ายให้เวลากับงานมากเกินไป หรืออีกฝ่ายใช้เงินมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม หากไม่บ่งชี้รากเหง้าของปัญหา หมายความว่าคุณก็จะทะเลาะเรื่องเดิมไปเรื่อยๆ ทั้งคู่ควรหารือกันว่าประเด็นที่ทำให้ทะเลาะกันซ้ำๆ คืออะไร และตัดสินใจวิธีการแก้ปัญหาร่วมกัน ลองเจาะจงที่พฤติกรรมและการกระทำ แทนที่จะเป็นการตีความว่าการกระทำนั้นๆ หมายถึงอะไร อย่างเช่น หากฝ่ายหนึ่งไปซื้อตู้เย็นเล็กโดยไม่ปรึกษากันก่อน  และคุณรู้สึกว่าเขากำลังปิดบังอะไรอยู่ ลองให้ความสนใจไปที่ประเด็นว่าทำไมไม่ปรึกษากันก่อน แทนที่จะบอกว่าเธอไปซื้อตู้เย็นมาเธอต้องการปิดบังอะไร

อย่าคาดหวังให้คู่รักของคุณเป็นเพื่อนรักด้วย

นักบำบัดครอบครัวกล่าวว่า คนสมัยนี้มีความคาดหวังกับความสัมพันธ์มากมาย อยากให้อีกฝ่ายเป็นเพื่อนรักด้วย เป็นคนสนิท เป็นเพื่อนเดินทางที่ดี แต่นี่เป็นความคาดหวังที่จะนำไปสู่ความผิดหวังเมื่ออีกฝ่ายไม่สามารถเป็นได้อย่างที่ต้องการ แน่นอนว่าคุณอยากให้คู่ของคุณเป็นอะไรหลายๆอย่างที่คุณต้องการ แต่การเป็นเพื่อนรักนั้นมีความซับซ้อนมาก มองหาทางออกที่ดี อย่าคาดหวังให้คู่รักเป็นเพื่อนรักด้วยจะดีกว่า

ก่อนจะออกความเห็น ทวนคำพูดอีกฝ่ายให้เขาได้ยินก่อน
เทคนิคนี้เหมือนเป็นการส่องกระจก เมื่อคุณกำลังคุยเรื่องสำคัญกับคู่รักของคุณ ลองทวนคำพูดของเขาให้เขาได้ยินก่อนที่คุณจะออกความเห็น แล้วคุณจะประหลาดใจว่าเพียงเท่านี้ก็สามารถปรับปรุงการสื่อสารระหว่างคนสองคนได้ เป็นการช่วยแก้หรือลดการตีความหมายผิด และยังสร้างความรู้สึกถึงการรับรู้และเข้าใจในสิ่งที่พูดด้วย

อย่าแค่พูดว่ารู้สึกอย่างไร แสดงออกด้วย

แน่นอนว่า “ฉันรักเธอ” เป็นสิ่งที่ใครๆ ก็อยากได้ยิน นักจิตวิทยาบำบัดระบุว่าแต่คนทั่วไปพูดคำนี้ไม่บ่อยนัก ดังนั้นการแสดงออกจึงเป็นเรื่องสำคัญ อย่างเช่นชงกาแฟให้กันตอนเช้า ซื้ออาหารหรือขนมเมนูโปรดมาฝาก การกระทำเหล่านี้ไม่ใช่อะไรที่เพิ่มภาระกับคนทำมากมาย แต่เป็นสิ่งเล็กน้อยที่สามารถสร้างความแตกต่างแก่คนรับ

อย่ากลัวที่จะคุยเรื่องเงิน

เรื่องเงินๆ ทองๆ เป็นหนึ่งในประเด็นที่ทำให้คนทะเลาะกันบ่อยๆ แต่การคุยกันอย่างถูกวิธีสามารถทำให้ความสัมพันธ์ของคุณเข้มแข็งขึ้น คู่รักที่สื่อสารเป้าหมายทางการเงินต่อกัน และยอมที่จะร่วมมือกันเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้น แน่นอนว่าจะทำให้ความสัมพันธ์นั้นแข็งแรงขึ้น ถ้าคุณชอบหาข้อมูลมากมายก่อนการซื้ออะไรแพงๆ แต่คู่ของคุณเป็นคนชอบตัดสินใจเดี๋ยวนั้น ลองพยายามหารือกัน อย่างเช่น คุณอยากจะเก็บเงินก้อนไว้ไปเที่ยว แต่คู่ของคุณอยากซื้อบ้านพักตากอากาศ คุยกันตรงๆถึงเหตุผลที่แต่ละฝ่ายชอบของแต่ละทางเลือก แล้วหาทางออกร่วมกัน

จงเลือกที่จะรักคู่ของคุณทุกๆ วัน

นักจิตบำบัดระบุว่า คำแนะนำที่ดีที่สุดให้คู่รักคือ เมื่อตื่นมาตอนเช้าทุกวัน จงตัดสินใจที่จะรู้สึกรักใคร่อีกฝ่าย แนวความคิดคือ เมื่อเราตื่นมาตอนเช้า แล้วสิ่งแรกที่เห็นคือข้อบกพร่องของอีกฝ่าย มันอาจทำให้รู้สึกยากที่จะตกหลุมรักไปตลอดวัน แต่ถ้าตื่นมาแล้วตัดสินใจที่จะรู้สึกดีๆ กับคนรัก นั่นเป็นการตั้งต้นอารมณ์ของวันนั้นเลยทีเดียว

ทะเลาะอย่างสร้างสรรค์

แน่นอนว่าทุกคู่ต้องมีทะเลาะกันบ้าง แต่จะทะเลาะอย่างไรให้เกิดผลดีที่ทำให้ความสัมพันธ์เดินไปข้างหน้า และอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจความรู้สึก ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าคุณต้องเจาะจงไปเลยว่าการกระทำไหนของอีกฝ่ายที่ส่งผลกับคุณ อย่างเช่น “เวลาที่คุณลืมส่งข้อความมาบอกว่าคุณจะมาสาย มันทำให้ฉันรู้สึกว่าคุณไม่ใส่ใจ” แทนที่จะเอาแต่บอกว่าอีกฝ่ายควรทำอะไร เมื่อทั้งคู่เริ่มเปลี่ยนวิธีการพูดเพื่อให้อีกฝ่ายเห็นว่าการกระทำไหนทำให้รู้สึกอย่างไร จะทำให้ทั้งคู่เข้าใจตรงกันได้มากขึ้น