
SHORT CUT
1 ทศวรรษแห่งความภาคภูมิใจ! ย้อนทบทวนเส้นทาง 10 ปีของ ‘มาร์ค-เตนล์’ สองเสาหลักและคู่หู Evil Twin แห่งจักรวาล NCT
ภายจากการประกาศสิ้นสุดสัญญา มาร์ค ตัดสินใจสิ้นสุดสัญญาและยุติบทบาทการเป็นสมาชิกวง NCT ทุกยูนิต (NCT 127 และ NCT DREAM) อย่างเป็นทางการ ในขณะที่เตนล์ สมาชิกชาวไทย ก็ประกาศยุติสัญญาอย่างเป็นทางการกับค่าย แต่ยังคงร่วมกิจกรรม NCT และ WayV ก็กลายเป็นที่พูดถึงของเหล่าแฟนคลับกันเป็นอย่างมาก
ข่าวการตัดสินใจครั้งใหญ่ของทั้งคู่ในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา สร้างแรงกระเพื่อมอย่างมหาศาลให้กับอุตสาหกรรม K-POP เพราะหากเรามองทะลุผ่านคอนเซปต์อันซับซ้อนของวง ยูนิตที่แยกย่อย และจำนวนสมาชิกที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า มาร์คและเตนล์ คือสองกำลังหลักที่ร่วมกันบุกเบิก แบกรับ และผลักดันให้คำว่า ‘Neo’ กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการดนตรีระดับโลก
SM Rookies ยุคของการเติบโตของเพชรเม็ดงาม
มาร์คและเตนล์ ทั้งคู่ถูกเปิดตัวในฐานะ SM Rookies ถือเป็นยุคของการเติบโตของเพชรเม็ดงามของค่าย มาร์ค ลี ถูกเปิดตัวในฐานะเด็กที่พกความฝันจากแคนนาดามาเต็มเปี่ยม พร้อมกับพรสวรรค์ด้านการแร็ปที่โดเด่นเกินวัย ในขณะที่เตนล์ ได้รับการประกาศชื่อในฐานะเด็กฝึกชาวไทยคนแรกของค่าย SM Entertainment สร้างความตื่นเต้นด้วยทักษะการเต้นระดับอัจฉริยะที่ยังคงสร้างความตราตรึงใจให้แฟนๆ จนปัจจุบัน
The 7th Sense ยูนิตเปิดจักรวาล
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนเมษายน 2016 SM Entertainment ประกาศเปิดตัวโปรเจกต์ NCT ระบบวงที่ประกาศคอนเซปต์ว่าจะไม่มีการจำกัดจำนวนสมาชิก และจะขยายยูนิตไปทั่วทุกมุมโลก ท่ามกลางเครื่องหมายคำถามถึงระบบวง การปรากฏตัวของเด็กหนุ่มทั้ง 5 คน (แทยง, โดยอง, เตนล์, แจฮยอน, มาร์ค) ในมิวสิกวิดีโอเพลง The 7th Sense ของยูนิต NCT U ยูนิตเปิดจักรวาล NCT ที่เป็นการเปิดตัวโปรเจกต์ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่ความสามารถของทั้ง 5 คน ทะลุเกินขีดจำกัดของคำว่ารุกกี้ไปอย่างมาก
มาร์ค ลี เด็กชายที่ไม่เคยหยุดพัก
หากพูดถึงคนที่นิยามคำว่า “ทำงานหนักเพื่ออุทิศตน” ชื่อของมาร์คคงถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้นๆ ของวงการ แต่ถึงอย่างนั้น การทำงานหนักของมาร์คก็ได้รับผลตอบรับจากแฟนคลับที่มั่นคงและมอบความรักให้เขาเป็นอย่างดีตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา
มาร์คเปรียบเสมือนศูนย์กลางแรงโน้มถ่วงที่คอยเชื่อมโยงสารพัดยูนิตเข้าด้วยกัน เขาคือแร็ปเปอร์หลักผู้สร้างอัตลักษณ์และความแข็งแรงดุดันให้กับ NCT 127 ผ่านเพลงฮิตระดับตำนานอย่าง Cherry Bomb Kick It หรือ Sticker ในขณะเดียวกัน เขาก็ต้องคอยวิ่งสลับยูนิตเป็นพี่ใหญ่ให้กับน้องๆ ในยูนิต NCT Dream
บาดแผลที่ใหญ่ที่สุดของเหล่าแฟนคลับและมาร์ค รวมไปถึงสมาชิกในวง NCT Dream คือช่วงเวลาที่มาร์ค ต้องเผชิญกับระบบจบการศึกษาของวง NCT Dream ที่เป็นยูนิตรวมเด็กอายุไม่เกิน 20 ปี เมื่อมาร์คที่เป็นพี่ใหญ่ต้องบอกลายูนิตนี้ไปก่อน ในคอนเสิร์ต The Dream Show ในครั้งนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันที่ระบบไม่อาจประเมินค่าได้ ก่อนที่พลังของแฟนๆ จะผลักดันให้ค่ายยกเลิกจบการศึกษา และในปี 2020 มาร์ค ก็ได้กลับมาทำกิจกรรมร่วม NCT Dream 7 คน ในเวลาต่อมา
ตลอด 10 ปีในฐานะศิลปิน มาร์คมีตารางงานแน่นจนน่าตกใจ ทั้งคัมแบ็คของสองยูนิตที่ทับซ้อนกัน ทัวร์คอนเสิร์ตข้ามทวีป และการเป็นตัวแทนสำคัญในโปรเจกต์ระดับอินเตอร์อย่าง SuperM ที่รวมตัวท็อปของค่ายทุกคนไว้ สิ่งที่มหัศจรรย์คือ ท่ามกลางความเหนื่อยล้าจากการทำงาน มาร์คไม่เคยปล่อยให้การแสดงบนเวทีของเขาตกลงแม้แต่นิดเดียว เขาทำหน้าที่ในฐานะศิลปินได้เป็นอย่างดีอย่างไม่เคยขาดตกบกพร่อง และพร้อมมอบรอยยิ้มให้กับแฟนคลับอยู่เสมอ
เตนล์ ผู้ทลายกำแพงแห่งขีดจำกัด สู่การเดินทางของศิลปิน
เตนล์ ชิตพล ลี้ชัยพรกุล เด็กไทยคนแรกของค่ายที่ตลอดเส้นทางการทำงานในฐานะ NCT ของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และเต็มไปด้วยบทสอบอยู่เสมอ ถึงแม้จะถูกเปิดตัวในฐานะรุกกี้และเป็นผู้บุกเบิกจักวาล แต่เขากลับต้องเผชิญกับสุญญากาศของการรอคอย เตนล์ไม่มีชื่อในยูนิตหลักทำกิจกรรมอย่างถาวร และยังต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บที่หัวจนต้องเข้ารับการผ่าตัดและต้องพักงาน
แต่อย่างไรก็ตาม เพราะแพชชั่นที่รักในการเต้น และการยืนหยัดที่จะอยู่เคียงข้างเตนล์ของเหล่าแฟนคลับ การเฝ้ารอศิลปินที่รู้ว่าเขามีศักยภาพเต็มเปี่ยมแต่ไร้เวทีให้แสดงออก คือบาดแผลที่เปลี่ยนให้พวกเขาผลักดันเตนล์ทุกครั้งที่ได้รับโอกาส แฟนๆ มักจะทุ่มเทสร้างปรากฏการณ์ ส่งเสียงให้ดังที่สุดเพื่อพิสูจน์ให้ค่ายและโลกเห็นว่า ‘ศิลปินคนนี้มีค่าเกินกว่าจะถูกซุกซ่อนไว้’ การก้าวเดินของเตนล์ในแต่ละก้าวจึงมีทั้งความรัก ความศรัทธา ที่แฟนคลับคอยอยู่เคียงข้างมาโดยตลอด
เมื่อการรอคอยสิ้นสุด เตนล์ได้ทำลายกำแพงทางภาษาผ่านผลงานเพลงโซโล่ในเพลง ‘Nightwalker’ และก้าวขึ้นเป็นศิลปินเดี่ยวที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล สำหรับแฟนคลับ เตนล์ไม่ได้เป็นเพียงเมนแดนซ์ของวงไอดอล แต่เขาคือคนที่พิสูจน์ให้เห็นว่าทุกการรอคอยอย่างยาวนานมันคุ้มค่า และกลายเป็นความภาคภูมิใจที่หาอะไรมาแทนไม่ได้
จากคู่หู ‘Evil Twin’ สู่ศิลปินอิสระผู้พร้อมโบยบินออกจากกรอบเดิม
หลังจากทำหน้าที่เป็นเสาหลักของ NCT มาตลอด 1 ทศวรรษ เมื่อ มาร์ค ลี ตัดสินใจประกาศไม่ต่อสัญญากับต้นสังกัด พร้อมกับยุติบทบาทในฐานะสมาชิกวง NCT ท่ามกลางความตกใจของวงการ มาร์คได้ส่งมอบจดหมายเขียนมือ ที่เต็มไปด้วยความจริงใจและการค้นพบตัวเอง
"ตั้งแต่สมัยเป็นเด็กฝึก ผมมีความฝันหนึ่งที่ถูกซ่อนไว้ในมุมลึกที่สุดของหัวใจเสมอ... ผมอยากถือหน้าตากีตาร์โปร่งออกเดินทางไปเล่นเปิดหมวกตามท้องถนน และอยากเป็นนักเขียนที่เล่าเรื่องราวผ่านตัวอักษร ผมอยากรู้ว่ารูปแบบที่แท้จริงของความฝันนั้นคืออะไร ผมอยากค้นหาว่า ‘ดนตรีที่แท้จริง’ ของมาร์ค ลี เป็นแบบไหน เพื่อที่จะนำเสนอมันให้โลกเห็น"
"สิ่งที่หัวใจผมมองเห็นในตอนนี้ ไม่ใช่ประตูที่กำลังปิดลง แต่เป็นประตูบานใหม่ที่กำลังเปิดออกต่างหาก ขอบคุณทุกคนที่มอบความรักให้มาร์ค NCT มาตลอด 10 ปีนะครับ"
เราต่างเฝ้ามองมาร์คมาตั้งแต่เขายังเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่แบกความฝันไว้เต็มบ่า 10 ปีที่ผ่านมาคือเครื่องยืนยันว่ามาร์คและแฟนคลับได้เติบโตมาด้วยกัน ดังนั้น ความเยาว์วัยของพวกเราไม่ได้สิ้นสุดลงเลย แต่มันกำลังก้าวข้ามผ่านช่วงวัย เพื่อผลิบานในเส้นทางใหม่ๆ อีกครั้ง
และในเวลาไล่เลี่ยกัน เตนล์ ก็ได้ส่งจดหมายถึงแฟนๆ เพื่อแจ้งการตัดสินใจสิ้นสุดสัญญากับค่ายเช่นกัน แม้เขาจะเลือกยังคงสถานะการเป็นสมาชิกของวง NCT และ WayV ต่อไป แต่การตัดสินใจก้าวออกจากเซฟโซนตลอด 10 ปี ก็สะท้อนถึงวุฒิภาวะและการแสวงหาความท้าทายใหม่ๆ เตนล์เขียนข้อความที่งดงามไว้ว่า
“10 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก” วันนี้เตนล์เข้าใจประโยคนี้อย่างลึกซึ้ง เพราะเมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่า 10 ปีได้ผ่านไปแล้วนับจากวันที่ผมได้เริ่มต้นชีวิตกับ SM ในฐานะสมาชิกของ NCT U เมื่อปี 2016
SM จะเป็น “บ้าน” ที่เตนล์รักและผูกพันเสมอ เป็นสถานที่ที่ทำให้เตนล์ได้เรียนรู้ ได้เติบโต และได้กลายเป็นตัวตนในวันนี้ ทุกโอกาสที่เตนล์ได้รับจากที่นี่ จะเป็นสิ่งที่เตนล์เก็บไว้ในหัวใจตลอดไป - เตนล์ภูมิใจมากที่ได้เป็นศิลปินของทุกคนทุกครั้งที่ได้ขึ้นแสดงบนเวทีนี้ และเตนล์อยากขอบคุณทุกคนที่ร่วมเดินทางมากับเตนล์ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา
แม้จะโบกมือลากับต้นสังกัด แต่กลับได้ยินเสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอก เพราะหากย้อนมองบาดแผลตลอด 10 ปีที่ผ่านมา พวกเขาต่างรู้ดีว่าเตนล์ต้องอดทนและพยายาม ในสภาพแวดล้อมที่หลายครั้งก็ดูเหมือนจะคับแคบเกินกว่าจะโอบรับพรสวรรค์ระดับอัจฉริยะของเขาเอาไว้ได้หมด
1 ทศวรรษที่ผ่านมา มาร์ค ลี และ เตนล์ ชิตพล ได้ทำหน้าที่ของตัวเองเกินกว่าคำว่าสมบูรณ์แบบ เส้นทางหลังจากนี้ของทั้งคู่จะมุ่งหน้าสู่โลกกว้างในจังหวะที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เราอาจได้เห็น มาร์ค ลี นั่งเกากีตาร์โปร่งและจรดปากกาเขียนเนื้อเพลงอยู่ริมถนนในมุมใดมุมหนึ่งของโลก ในขณะที่เราก็คงได้เห็น เตนล์ ชิตพล รังสรรค์ผลงานศิลปะชิ้นมาสเตอร์พีซ ในสภาพแวดล้อมที่ไร้เพดานมากดทับ ไม่ว่าทั้งคู่จะเลือกเส้นทางไหนก็ตาม แฟนคลับของทั้งคู่ก็ยังคงภูมิใจและคอยเป็นกำลังใจในเส้นทางที่พวกเขาเลือกเดินเสมอ