Alive Edutainment

ตัวเลขที่ดีของชีวิตที่มีความสุข

ตัวเลขที่ว่าไม่ใช่เรื่องความเชื่อ แต่เป็นตัวเลขที่ได้มาจากการสำรวจและวิจัยคนจำนวนมาก เป็นตัวเลขเชิงสถิติที่เกี่ยวข้องกับความสุขของชีวิต มาดูกันว่าคนที่มีความสุข เขาใช้ชีวิตในหลายแง่มุมที่เหมือนกันตรงไหนบ้าง

เลข 6 หรือ 7 คือจำนวนชั่วโมงต่อวันที่ใช้ในการอยู่ร่วมกับคนอื่น

จากการทำแบบสอบถามพบว่า คนที่ใช้เวลา 1/4 ของวันอยู่กับครอบครัวและเพื่อน เป็นคนที่รู้สึกว่ามีความสุขมากกว่ารู้สึกเครียดหรือกังวลใจถึง 12 เท่า  นอกจากนี้ ยังพบว่าคนมีความสุขที่สุดในช่วงสุดสัปดาห์ (ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจหรอก) ส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้ใช้เวลากับคนที่รักในช่วงนั้น

เลข 10 คือจำนวนของเพื่อนที่เสริมชีวิตของคุณให้ดีขึ้น

ผลการสำรวจคนวัยผู้ใหญ่นับพันคนพบว่า การได้พบปะพูดคุยเป็นประจำกับเพื่อน 10 คนขึ้นไป มีผลกระทบอย่างมากต่อระดับความสุขของเขา โดยรวมแล้ว คนที่มีเพื่อนน้อย มีระดับความสุขน้อยกว่าคนที่มีเพื่อนมาก นอกจากการมีเพื่อนจะทำให้คุณอารมณ์ดีขึ้นแล้ว การมีเครือข่ายทางสังคมที่กว้างขวาง มีความเชื่อมโยงกับปัจจัยทางสุขภาพเชิงบวก รวมถึงการมีอายุยืนยาวขึ้น

เลข 5 คือจำนวนครั้งของปฏิสัมพันธ์เชิงบวกของคู่ที่มีความสุข

เมื่อเปรียบเทียบคู่ที่อยู่ด้วยกันกับคู่ที่หย่าร้าง นักวิจัยพบว่า คู่ที่มีความสุข มีปฏิสัมพันธ์เชิงบวก 5 ครั้ง แล้วจึงมีปฏิสัมพันธ์เชิงลบ 1 ครั้ง นั่นก็คือทำดีต่อกันเสมอ นานๆจึงจะขัดแย้งกัน ในขณะที่คู่ที่จบลงด้วยการหย่าร้าง มีปฏิสัมพันธ์เชิงบวกเพียง 0.8 ครั้ง แล้วจึงมีปฏิสัมพันธ์เชิงลบ 1 ครั้ง หมายถึงการทะเลาะกันมากกว่าดีกัน ปฏิสัมพันธ์เชิงบวกไม่ได้เกิดขึ้นได้โดยตัวของมันเอง แต่เป็นสิ่งที่คุณสร้างขึ้นเอง ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวคำชื่นชมกัน ความทรงจำดีๆร่วมกัน หรือบางอย่างที่ทำให้หัวเราะด้วยกัน

75,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐคือรายได้เฉลี่ยต่อปีที่ทำให้คนมีความสุข

ถึงแม้ว่าจะเป็นตัวเลขของสหรัฐอเมริกา แต่ความสำคัญของเรื่องเงินก็ให้ข้อคิดกับเราไม่มากก็น้อย รายได้ที่เพิ่มขึ้นทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น อย่างน้อยก็ในระดับหนึ่ง มีงานวิจัยของสหรัฐอเมริกาที่พบว่า เมื่อเงินเดือนแตะ 75,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อปีขึ้นไป การหารายได้เพิ่มขึ้นไม่มีผลต่อความสุขประจำวันของคุณ แต่คนที่มีรายได้น้อยกว่านี้ มักมีชีวิตที่ลำบากขึ้น เช่นผ่านการหย่าร้าง หรือสุขภาพไม่ดี ในขณะที่โดยทั่วไปแล้ว คนที่มีรายได้สูงขึ้น จะพอใจกับชีวิตของตัวเองมากกว่า

เลข 1 คือระยะทาง (เป็นหลักไมล์) ที่เพื่อนสนิทอยู่ใกล้

แน่นอนว่าพูดยากทำง่าย แต่การมีเพื่อนที่บ้านอยู่ในระยะน้อยกว่า 1 ไมล์ ทำให้คุณมีโอกาสที่จะมีความสุขมากขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์ มีข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ที่ระบุว่า ความสุขของคุณจะเพิ่มขึ้นในระดับเดียวกัน หากคุณมีคู่ชีวิตที่อยู่ด้วยแล้วสนุกสนาน หรือบ้านอยู่ในระยะ 1 ไมล์ใกล้กับญาติสนิทที่มีชีวิตที่มีความสุข หรือคุณมีเพื่อนบ้านที่ดีและเป็นคนร่าเริง ความรู้สึกดี ๆ เป็นเรื่องที่สื่อถึงกันได้ ดังนั้น จงเก็บเพื่อนไว้ใกล้ตัว และเก็บเพื่อนคนที่มีความสุขไว้ใกล้ตัวเข้าไปอีกนิด

ตัวเลข 33, 50 และ 70 ขึ้นไป เป็นวัยที่มีความสุขที่สุด

นักจิตวิทยาวิเคราะห์ไว้ว่า คนในวัยช่วง 30-39 มีความสุขที่สุด เพราะเป็นช่วงเวลาที่มีทั้งพลังในชีวิต มีความเฉลียวฉลาดและมีเงิน มีงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งพบว่า คนในวัย 50 กลางๆมักจะยิ้มมากที่สุด และมีงานชิ้นที่ 3 ที่นักวิจัยพบว่า ความสุขของคนลดลงต่ำที่สุดเมื่อช่วงอายุ 44 ปี แล้วค่อย ๆเพิ่มขึ้นทีละนิดจนสูงสุดในช่วงวัย 70 ปีขึ้นไป ข้อคิดที่ได้จากผลวิจัยที่ขัดแย้งกันทั้ง 3 ชิ้นนี้คือ ”วัยที่ความสุขที่สุด” ไม่มีอยู่จริงหรอก ถึงแม้ว่านักวิทยาศาสตร์หลายคนจะเห็นพ้องต้องกันว่า โดยทั่วไปแล้ว เราจะมีความสุขมากขึ้นเมื่อแก่ตัวลง ดังนั้น แทนที่จะรอดูว่าวันเกิดครั้งต่อไปจะมีอะไรขึ้นบ้าง จงพยายามทำทุก ๆ ปีของคุณ ให้เป็นปีที่มีความสุขที่สุดจะดีกว่า

40 คือตัวเลขเปอร์เซ็นต์ของความสุขที่ขึ้นอยู่กับคุณล้วน ๆ

คุณสามารถควบคุมความสุขของตัวเองได้ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ คำพูดนี้อาจฟังง่ายเกินไปหน่อย แต่นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ระดับความสุขของคุณเป็นผลของปฏิสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของยีน พฤติกรรม และเหตุการณ์ในช่วงชีวิต ถึงแม้ว่าบางคนอาจมียีนทางกรรมพันธุ์ที่ทำให้มีความสุขได้ง่าย ๆ แต่ความรู้สึกส่วนใหญ่ของคุณ อยู่ภายใต้การควบคุมของคุณเอง นั่นหมายความว่า วิธีที่คุณใช้เวลาของคุณ และวิธีคิดของคุณ มีผลกระทบต่ออารมณ์และความสุขของคุณในระยะยาว

เราได้อะไรจากตัวเลขเหล่านี้บ้าง

คุณอาจไม่จำเป็นต้องหารายได้ปีละเท่านั้นเท่านี้ หรือปรับตัวให้กลายเป็นมนุษย์เจ้าสังคม หรือย้ายไปอยู่ใกล้เพื่อนคนที่มีความสุขที่สุด ประเด็นอยู่ที่ความสามารถของคุณในการแสวงหาปฏิสัมพันธ์เชิงบวกให้มากขึ้น และลงมือเปลี่ยนแปลงความรู้สึกของคุณ ไม่ว่าชีวิตของคุณจะแวดล้อมด้วยสภาวะใดก็ตามต่างหาก ลองปรับเปลี่ยนดู แล้วคุณจะรู้สึกถึงความสุขที่ค่อยๆไหลรินเข้ามาในชีวิต