เทคนิคการใช้น้ำหอมสุดล้ำ กลิ่นหอมยวนใจ น่าหลงใหลกว่าเดิม!!!

08 มี.ค. 2564 เวลา 9:05 น.

ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลิ่นกายหอมๆ ช่วยเสริมบุคลิกภาพและเพิ่มความมั่นใจให้เรามากขึ้น แถมกลิ่นของน้ำหอมยังสามารถบ่งบอกอารมณ์ ความเป็นตัวตนของคนๆ นั้น ในขณะเดียวกันเราก็สามารถเปลี่ยนสไตล์ได้ด้วยกลิ่นของน้ำหอมที่เราใช้

มารู้จัก Notes ชั้นต่างๆ กันดีกว่า

โดยปกติแล้วน้ำหอมถูกออกแบบมาเพื่อให้มีกลิ่น 3 ส่วน โดยแต่ละส่วนจะแสดงกลิ่นออกมาในช่วงเวลาที่ต่างกัน

Top Notes – เป็นกลิ่นแรกที่เราสัมผัสเวลาฉีดน้ำหอม โมเลกุลของกลิ่นนี้จะอยู่แค่ช่วง 15 นาทีแรก และจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว ความหอมในส่วนนี้จึงทำให้เราสนใจและตัดสินใจซื้อ

Heart Notes – เป็นกลิ่นที่ตามมาหลังจาก Top Notes จางหาย ความหอมในชั้นที่ 2 จะติดอยู่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ซึ่งเรามักจะทำกลิ่นของคนๆ นั้นได้จาก Heart Notes

Base Notes – เป็นกลิ่นสุดท้ายที่ช่วยสนับสนุนกลิ่นหอมทั้งหมด โมเลกุลของน้ำหอมในชั้นนี้จะระเหยช้าและเป็นกลิ่นที่ติดทนนานตลอดทั้งวัน

Jacques Cavallier

เทคนิคความหอมสุดล้ำ

หลายคนถามหาวิธีที่จะทำให้ความหอมติดทนนาน เทคนิคง่ายๆ และนิยมกันมากคือ การฉีดน้ำหอมตามจุดชีพจรต่างๆ เช่น ข้อมือ, หลังใบหู, ข้อพับแขน หรือบริเวณสะดือ แต่ก็ไม่ได้การันตีว่ากลิ่นหอมจะติดทนนาน

และน้ำหอมที่เราซื้ออาจให้กลิ่นที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคลเพราะเคมีในร่างกาย อุณหภูมิ กลิ่นตัวของคนเราไม่เหมือนกัน การเพิ่มลูกเล่นให้กับน้ำหอมโดยการจับคู่ความหอมหรือใช้น้ำหอม 2 กลิ่นผสมกัน ทำให้ได้กลิ่นที่มีเลเยอร์ มีความหอมกว่าเดิม หรือได้กลิ่นหอมในสไตล์ที่ต่างกัน

ดังเช่นเทคนิคล่าสุดของ Jacques Cavallier : Master Perfumer ชื่อดังชาวฝรั่งเศส ที่ได้นำความเข้มข้นของ Raw Material หรือวัตถุดิบหลักในการใช้ทำน้ำหอม มาสกัดเป็น Bvlgari Magnifying Essence โดยการแยกโมเลกุลที่แสดงออกมามากที่สุด เผยกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เป็นเบสความหอมกลิ่นต่างๆ ที่เข้มข้นบรรจุไว้ในขวดสีขาวขุ่นที่ออกแบบมาเพื่อ Magnifying Essence โดยเฉพาะ เนื่องจากเป็นความ Raw Material จึงใช้ขวดที่มีความทึบแสงในการเก็บรักษาน้ำหอม

Bvlgari Magnifying Essence

เมื่อจับคู่ Magnifying Essence กับน้ำหอม Bvlgari Allegra หรือน้ำหอมขวดโปรดที่เราใช้ จะขยายความหอมนั้นให้น่าสนใจยิ่งกว่าเดิม ตามคอนเซ็ปต์ Magnify For More ซึ่งมีให้เลือกด้วยกัน 5 โทนกลิ่น คือ  Musk ใช้มัสก์ที่สกัดจากพืชแทนการใช้สัตว์ ให้ความหอมที่อบอุ่น, Bergamot สารสกัดจาก Calabrian bergamot กลิ่นหอมหวาน สดชื่น, Rose กลิ่นหอมแบบนุ่มนวล ซึ่งใช้กุหลาบบัลแกเรียและตุรกี, Patchouli  ใช้แพทชูลี่ อินโดนีเซีย นำมาสกัดได้กลิ่นหอมที่มีความเซ็กซี่ และ Vanilla หวานละมุนจากวานิลลาที่นำเข้าจากมาดากัสการ์

น้ำหอม

นอกจากนี้น้ำหอม Allegra ของ Bvlgari ยังมี eau de parfum คอลเลคชั่นหลักที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความสด ความสุขในอิตาลี เช่น Riva Solare น้ำหอมกลิ่นซิตรัสที่ชวนให้นึกถึงท้องทะเล, Flori D’Amore กลิ่นหอมของดอกกุหลาบผสานกับความสดชื่นของกลิ่นผลไม้, Dolce Estasi กลิ่นหอมหวานของลูกกวาดเสมือนอยู่ร้านขนมชื่อดังในอิตาลี, Rock’N’Rome กลิ่นที่ให้ความรู้สึกของงานพบปะสังสรรค์และ Fantasia Veneta กลิ่นหอมที่เพิ่มความเฟมินีนสุดหรู

MagnifyForMore

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด