Innovation ข่าว

สตาร์ตอัพอิตาลีสร้างนวัตกรรม วาล์วช่วยหายใจ จากเครื่องพิมพ์ 3D

สตาร์ตอัดอิตาลี ผุดไอเดียใช้เครื่องพิมพ์ 3D สร้างนวัตกรรม วาล์วช่วยหายใจ ส่งโรงพยาบาล ด้วยต้นทุนเพียงชิ้นละ 1 ดอลลาร์เท่านั้น

สถานการณ์ โควิด-19 ระบาดในอิตาลี ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อทะลุ 47,000 รายและมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 4,000 รายแล้ว ด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อนับหมื่นราย ทำให้โรงพยาบาลหลายแห่งที่รองรับผู้ป่วย ไม่สามารถดูแลคนไข้ได้อย่างเต็มที่ หนึ่งในปัญหาสำคัญคืออุปกรณ์ทางการแพทย์ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ช่วยในการหายใจ หรือ วาล์วช่วยหายใจ ซึ่งอาจนำไปสู่อาการที่สาหัสขึ้นและเสียชีวิตในที่สุด

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในโรงพยาบาลเมืองเบรเซีย ซึ่งมีผู้ป่วยหนักในห้องไอซียู ราว 250 คน นอนรอให้แพทย์ช่วยยื้อชีวิต แต่ทีมแพทย์ขาดแคลน วาล์วช่วยหายใจ ที่ใช้สำหรับเปิด-ปิดท่อเชื่อมต่อเครื่องช่วยหายใจกับผู้ป่วย บริษัทผู้ผลิตประจำโรงพยาบาลไม่สามารถจัดหาอุปกรณ์มาให้ได้ทัน โชคดีที่ผู้สื่อข่าวรายหนึ่งเผยแพร่เรื่องด่วนนี้ออกไป และไปเข้าหูประธานบริษัท Isinnova ผู้จำหน่ายเครื่องพิมพ์สามมิติ หรือ 3D printers จนท้ายที่สุด ก็สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยหลายรายได้ทัน

ฟรานคาซซี่และรามิโอลี วิศวกรของสตาร์ทอัพ Isinnova เสนอให้ยืมเครื่องพิมพ์สามมิติ เพื่อผลิตวาลว์ช่วยหายใจ โดยเริ่มต้นจากการขออนุญาตบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์การแพทย์ของโรงพยาบาล เพื่อขอแบบแม่พิมพ์และสัดส่วนที่แน่นอน แต่ทางบริษัทดังกล่าวได้ปฏิเสธและขู่จะฟ้องร้องหากมีการคัดลอกแบบ อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทไม่ฟังคำขู่ เพราะเห็นว่าชีวิตของผู้คนนั้นรอไม่ได้ และการผลิตก็เป็นไปเพื่อช่วยผู้ป่วยให้รอดพ้นจากความตาย ไม่ใช่เพื่อการพาณิชย์ จึงเดินหน้าผลิตวาลว์ในทันที

หลังจากที่ดูตัวอย่างอุปกรณ์ชิ้นนี้ที่โรงพยาบาล พวกเขาก็สามารถสร้างวาลว์ชิ้นใหม่ขึ้นมาจากเครื่องพิมพ์สามมิติ โดยใช้เวลาแค่เพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น และเมื่อนำไปทดลองใช้ก็ได้ผลเสียด้วย จึงกลับมาเร่งผลิตจนครบ 100 ชิ้นภายใน 1 วัน ส่วนต้นทุนต่อชิ้นอยู่ที่ 1 ดอลล่าร์สหรัฐฯหรือราว 30 บาท ซึ่งราคาของวาลว์ที่ผลิตจากบริษัทที่ได้มาตรฐานมีราคาสูงถึง 11,000 ดอลล่าสหรัฐฯต่อชิ้น หรือประมาณ 330,000 บาทเลยทีเดียว ล่าสุดมีโรงพยาบาลแห่งอื่น ๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือเช่นเดียวกัน และทาง Isinnova ก็ให้คำมั่นว่าจะช่วยเหลือทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่ เพื่อสู้กับวิกฤตโรคระบาดในครั้งนี้