นวัตกรรมใหม่ ที่วิศวกรและมหาวิทยาลัยไทยคิดค้นเพื่อช่วยแพทย์สู้วิกฤตโควิด 19

11 พ.ค. 2563 เวลา 6:31 น.

ในช่วงสถานการณ์วิกฤตโควิด 19 เราจะเห็นถึงศักยภาพของหลายๆ หน่วยงาน ที่เข้ามาช่วยเหลือวงการแพทย์ในด้านที่ถนัด รวมถึงวิศวกรและมหาวิทยาลัยไทยเช่นกัน ที่ไม่นิ่งนอนใจ ร่วมใจกันผลิต นวัตกรรมใหม่ เพื่อสู้วิกฤตนี้ไปด้วยกัน

นวัตกรรมใหม่ เกิดขึ้นมากมายในช่วงนี้ โรคอุบัติใหม่โควิด 19 กำลังระบาด เพื่อสนับสนุนแพทย์และพยาบาล โดยเฉพาะที่ผลิตโดยวิศวกรและมหาวิทยาลัยไทย อาทิ หุ่นยนต์ขนส่งเวชภัณฑ์ ห้องแยกโรคความดันลบ หุ่นยนต์ฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวี ต้นแบบเครื่องช่วยหายใจ เป็นต้น

ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกสภาวิศวกร กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์โรคอุบัติใหม่ COVID-19 ได้คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกมากมาย ท่ามกลางความสูญเสียดังกล่าว ได้สร้างวีรบุรุษในชุดต่างๆ หลากรูปแบบ โดยเฉพาะ ชุดกาวน์ หรือ บุคลากรทางการแพทย์ ผู้เสียสละทำหน้าที่หลักในการตรวจรักษา และมีความใกล้ชิดโดยตรงกับผู้ป่วย

อีกทั้งยังมี วีรบุรุษเสื้อช็อป อย่าง วิศวกรไทยและมหาวิทยาลัยต่างๆ ผู้อยู่เบื้องหลังการควบรวมศาสตร์วิศวกรรม สู่การผลิต นวัตกรรมใหม่ หนุนหลังบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้การตรวจรักษาเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพและราบรื่น

สภาวิศวกร

ที่ผ่านมา พลังของ วิศวกร และ มหาวิทยาลัยไทย ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการผลิตนวัตกรรมและเทคโนโลยี ที่เอื้อต่อการรักษาทางการแพทย์ และผ่านกระบวนการทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานเป็นที่เรียบร้อยแล้วจำนวนมาก โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. นวัตกรรมเซฟบุคลากรทางการแพทย์ ด้วย วิศวกรไฟฟ้า

การแพร่ระบาดของเชื้อดังกล่าว เกิดขึ้นได้ในระยะใกล้ จึงเป็นผลให้บุคลากรทางการแพทย์เสี่ยงรับเชื้อสูง วิศวกรไฟฟ้า ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเชื่อมต่อ ออกแบบ และผลิตระบบไฟฟ้ารูปแบบต่างๆ จึงได้ทำงานร่วมกับ วิศวกรเครื่องกล ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบชิ้นส่วนเครื่องจักร

วิศวกรทั้ง 2 สาขา ได้ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมที่เข้ามาทำหน้าที่หรือลดการทำงานบางขั้นตอน เพื่อลดโอกาสการได้รับเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์ อาทิ หุ่นยนต์ขนส่งเวชภัณฑ์ หุ่นยนต์เสิร์ฟยาและอาหารถึงมือผู้ป่วย ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์สามารถควบคุมได้จากห้องทำงาน ทำโดยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)

นอกจากนี้ วิศวกรรมไฟฟ้า ยังมีบทบาทสำคัญในการติดตั้งระบบสื่อสารและอินเตอร์เน็ตภายในโรงพยาบาลสนาม เพื่อให้แพทย์และผู้ป่วย สามารถสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยล่าสุดบุคลากรทางวิศวกรรมฯ มธ. ได้ติดตั้งระบบดังกล่าวที่โรงพยาบาลสนาม มธ. เรียบร้อยแล้ว

หุ่นยนจากวิศวกรไฟฟ้า

2. สร้างห้องกรองเชื้อโรค ด้วย วิศวกรรมเครื่องกล 

จากการศึกษาพบว่า COVID-19 จะแพร่กระจายเชื้อได้ดีในอากาศ อีกทั้งยังสามารถอยู่ในอากาศได้นานถึง 20 นาที วิศวกรรมเครื่องกลเชี่ยวชาญด้านการออกแบบชิ้นส่วนเครื่องจักร การถ่ายเทพลังงานความร้อน ฯลฯ จึงเกิดความคิดในการสร้างพื้นที่ปิดหรือห้องเฉพาะขึ้น

ไขข้อข้องใจ โควิด 19 แพร่กระจายในอากาศได้ จริงหรือไม่

ห้องเฉพาะ นี้ทำหน้าที่คัดกรองฝุ่นและเชื้อโรค เพื่อช่วยในการควบคุมปริมาณการกระจายของโรค

  • ห้องแยกโรคความดันลบ จาก สจล. ห้องปรับความดันอากาศภายในห้องต่ำกว่าภายนอกห้อง เพื่อไม่ให้อากาศภายในห้องที่อาจจะมีเชื้อโรคปนเปื้อนไหลออกสู่ภายนอกห้อง
  • หุ่นยนต์ผู้ช่วยพยาบาล (CMU Aiyara) ลดความเสี่ยงของผู้ปฏิบัติงาน COVID-19 จากศูนย์นวัตกรรมสุขภาพคณะแพทยศาสตร์ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

หุ่นยนต์ผู้ช่วยพยาบาล วิศวกรเครื่องกล

3. พัฒนาสิ่งประดิษฐ์ฆ่าเชื้อโรคให้ตายสนิท ด้วย วิศวกรรมคอมพิวเตอร์

เชื้อ COVID-19 ถือเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ดังนั้น การมีนวัตกรรมหรือระบบคอมพิวเตอร์ ที่เข้ามาช่วยตรวจจับพร้อมฆ่าเชื้อในพื้นที่เฉพาะ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ณ ขณะนี้ ซึ่งวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ อีกหนึ่งสายงานที่มีบทบาทและสามารถพัฒนานวัตกรรมดังกล่าวได้

นวัตกรรมใหม่ นี้ผ่านการ Coding ชุดคำสั่ง ทั้งการทำงานของคลื่นความถี่ การตรวจจับสิ่งมีชีวิตขอนาดเล็กอย่าง ไวรัส แบคทีเรีย โดยเซนเซอร์ อาทิ

  • หุ่นยนต์ฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวี จาก สจล.
  • หุ่นยนต์ฆ่าเชื้อไวรัสโควิด 19 ด้วยแสงยูวี (Germ Saber Robot) จากศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD) สวทช. ที่ร่วมมือกับ จุฬาฯ หุ่นยนต์ฆ่าเชื้อ ประสิทธิภาพสูง สำหรับฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่เฉพาะ รวมถึงเชื้อบนอุปกรณ์เฉพาะของแพทย์
  • ตู้ฆ่าเชื้อโคโรนา 2019 ด้วยแสงยูวี สำหรับใช้ในครัวเรือน โดยทีมนักศึกษา สาขาวิชาวิศวกรรมหุ่นยนต์และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ฯลฯ

นวัตกรรม Tham-UV Clean ตู้อบฆ่าเชื้อหน้ากากอนามัย ด้วยรังสียูวีซี

ตู้ฆ่าเชื้อด้วยรังสียูวี วิศวกรคอมพิวเตอร์

4. ผลิตเครื่องมือทางการแพทย์ ป้อน รพ. ด้วย วิศวกรรมชีวการแพทย์

ด้วยจำนวนผู้ป่วยที่อัตราเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับความพร้อมด้านเครื่องมือทางการแพทย์ของโรงพยาบาลหลายแห่ง วิศวกรรมชีวการแพทย์ จึงมีบทบาทสำคัญยิ่งในการควบรวม องค์ความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์ และ แพทยศาสตร์ เข้าด้วยกัน

การควบรวมองค์ความรู้นี้ นำไปสู่การพัฒนาเครื่องมือทางการแพทย์ในภาวะขาดแคลนหรือฉุกเฉิน

  • ต้นแบบเครื่องช่วยหายใจ (Mini Emergency Ventilator) จาก สจล. นวัตกรรมที่ช่วยควบคุมการบีบของเครื่องช่วยหายใจ ให้เป็นจังหวะเหมือนกับจังหวะการหายใจของผู้ป่วย พร้อมทั้งสร้างความดันบวกให้กับปอดของผู้ป่วย ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบประสิทธิภาพ และเตรียมผลิตจริงเพื่อส่งมอบโรงพยาบาลใช้งานในภาวะฉุกเฉิน
  • ตู้โควิเคลียร์ หรือ ตู้พ่นซิลเวอร์นาโนฆ่าเชื้อ ลดความเสี่ยงไวรัสโควิด 19 ทำหน้าที่ฆ่าเชื้อโรคที่มาสัมผัสกับผิวหนังหรือเสื้อผ้า มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อได้นาน 24 ชม. ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยมหิดล และ ภาคเอกชนอย่าง บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ฯลฯ

ตู้โควิเคลียร์ วิศวกรรมชีวการแพทย์

5. ก่อร่างสร้าง รพ.ฉุกเฉิน ด้วยหลักการ วิศวกรรมโยธา

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และเป็นวงกว้าง จึงเป็นเหตุให้บางประเทศต้องเตรียมแผนตั้งรับใหม่ทันที อย่าง ประเทศจีนที่ได้จัดสร้าง โรงพยาบาลฉุกเฉิน เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณผู้ป่วยได้ถึง 1,000 เตียงในเวลาเพียง 10 วัน

หากมองในแง่ของโครงสร้างจะพบว่า เป็นความชำนาญการในสายงานวิศวกรรมโยธา ที่สามารถประเมินศักยภาพของพื้นที่ ที่สามารถรองรับโครงสร้างดังกล่าวได้ การเลือกใช้วัสดุ รวมถึงบริหารแนวทางก่อสร้างให้กระทบผู้คนโดยรอบน้อยที่สุด

นอกจากนี้ ทีมคณาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโยธา และวิศวกรรม เคมี จุฬาฯ ยังได้ร่วมคิดค้น "การทดสอบมาตรฐานชุด PPE เพื่อการใช้งานสำหรับแพทย์ในห้อง ICU COVID" เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้งานชุด PPE ได้อย่างปลอดภัย

การทดสอบมาตรฐานชุด PPE วิศวกรโยธา

ในปัจจุบัน มีวิศวกรศักยภาพที่ขึ้นทะเบียนกับสภาวิศวกร มากกว่า 300,000 คน อาชีพวิศวกรยังคงเป็นอาชีพที่มีความต้องการสูง มีงานที่พร้อมรองรับ และมีความสำคัญต่อประเทศไทยอย่างยิ่ง จากปัจจัยด้านความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติและภัยพิบัติต่างๆ ทั้ง แผ่นดินไหว อาคารถล่ม อุทกภัย ภัยแล้ง และสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 รวมถึงความเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจและสังคมในยุคดิสรัปชันในอนาคต

นอกเหนือจากวิศวกรที่เข้ามามีส่วนร่วมเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ในสถานการณ์นี้แล้ว คนไทยทุกคน ทุกภาคส่วน ทุกสายอาชีพ ทั้งผู้ประกอบการธุรกิจ แมสเซนเจอร์รับ-ส่งเอกสารหรืออาหาร พยาบาล แม่บ้าน พ่อบ้าน ผู้ทำความสะอาด ฯลฯ ก็มีส่วนร่วมในการช่วยทีมแพทย์ลดตัวเลขผู้ติดเชื้อลงได้

การช่วยทีมแพทย์ลดตัวเลขผู้ติดเชื้อลงและป้องกันการแพร่กระจายของ COVID-19 สามารถทำได้ไม่ยาก

  • หมั่นล้างมือให้สะอาด หรือเลือกใช้เจลแอลกอฮอล์ทุกครั้งหลังหยิบจับสิ่งของ
  • สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย ปิดปากเมื่อไอหรือจาม
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในที่ชุมชน
  • เลือกทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและออกกำลังกายเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันอยู่เสมอ และอื่นๆ
  • เว้นระยะปลอดภัยทางสังคม Social distancing ที่ทุกคนสามารถทำได้ เพื่อร่วม หยุดเชื้อเพื่อชาติ

ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวกิจกรรมของสภาวิศวกรได้ที่ สายด่วน 1303 เว็บไซต์ www.coe.or.th หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ www.facebook.com/coethailand