lifestyle ข่าว

4 วิธีคุมกำเนิดที่ไม่ถูกต้อง ไม่อยากท้องต้องเลิกทำ

ผู้เชี่ยวชาญเตือน วิธีคุมกำเนิดที่วัยรุ่นชอบใช้ แต่ไม่ได้ผล จนทำให้เกิดปัญหา “ท้องไม่พร้อม” แนะนำว่าไม่ควรทำ 4 อย่างนี้

ปัญหา “ท้องไม่พร้อม” ในหมู่วัยรุ่น สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการขาดความรู้และความเข้าใจในเรื่องการคุมกำเนิด ทำให้ไม่สามารถป้องกันการคุมกำเนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อ.พญ.อรวี ฉินทกานันท์ สาขาวิชาอนามัยการเจริญพันธุ์ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ขอเตือนผู้ที่ยังไม่พร้อมจะเป็นคุณพ่อคุณแม่วัยใส วิธีการคุมกำเนิด 4 ข้อ ที่ถือเป็นความเชื่อผิดๆ ซึ่งไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรืออาจจะป้องกันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

ควรให้เลิกใช้วิธีคุมกำเนิดเหล่านี้

1.หลั่งนอก กลั้นอสุจิ

การหลั่งนอกและการกลั้นอสุจิไม่ให้ไหลเข้าไปในช่องคลอดนั้น เป็นวิธีที่นิยมทำกันมากในหมู่วัยรุ่น เพราะสะดวก ไม่เสียค่าใช้จ่าย และทำได้ทุกเมื่อ

แต่การกลั้นไม่ให้อสุจิหลั่งเข้าไปในช่องคลอดไม่มีอะไรสามารถรับประกันได้เลยว่า จะสามารถกลั้นได้ทั้งหมด เพราะอสุจิบางตัวอาจจะติดมากับสารหล่อลื่นที่ออกมาในขณะที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว ฉะนั้นแล้วการหลั่งนอกหรือการกลั้นอสุจิจึงเป็นวิธีการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพต่ำมาก

2.สวนล้างช่องคลอด

การสวนล้างช่องคลอด คือ การใช้น้ำสวนเข้าไปในช่องคลอดเพื่อชำระคราบอสุจิออกมา ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ไม่แนะนำที่สุด เพราะจะทำให้ภายในช่องคลอดได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ยังทำให้สภาพแวดล้อมในช่องคลอดเปลี่ยนไป เพิ่มโอกาสการติดเชื้อต่างๆ อีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้นยังมีความเชื่อที่ว่าหากใช้น้ำที่มีด่างผสมเขาไปล้างช่องคลอดจะช่วยให้ไม่ท้องซึ่งก็เป็นความเชื่อที่ผิดมาก เพราะ น้ำที่เป็นด่างจะทำให้สมดุลให้ช่องคลอดเสียแถมยังอันตรายและไม่ได้ลดความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ลงเลย

3.ปัสสาวะทันทีหลังมีเพศสัมพันธ์

การปัสสาวะทันทีหลังการมีเพศสัมพันธ์นั้น แท้จริงแล้วจะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อของท่อปัสสาวะ เพราะ หลังการมีเพศสัมพันธ์จะมีโอกาสติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะสูง การที่ปัสสาวะออกมาทันทีจะช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะได้ แต่ไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงในการตั้งครรภ์อย่างที่หลายคนเข้าใจ

4.นับหน้า 7 หลัง 7

หน้า 7 หลัง 7 หรือในทางการแพทย์ เรียกว่า Fertility Awareness Method คือ การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวันที่จะมีประจำเดือน 7 วัน และ หลังวันแรกที่มีประจำเดือนอีก 7 วัน แม้จะเป็นวิธีการคุมกำเนิดที่ดีกว่าวิธีอื่นที่กล่าวมาข้างต้น แต่ก็มีความเสี่ยงในการตั้งครรภ์สูงเหมือนกัน วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่สุขภาพร่างกายแข็งแรงและประจำเดือนมาอย่างสม่ำเสมอเท่านั้น ไม่เหมาะกับคนที่ประจำเดือนมาคลาดเคลื่อน และต้องให้แน่ใจว่าเลือดที่ออกมาคือประจำเดือนจริงๆ ไม่ใช่เลือดที่เกิดจากแผลหรือเลือดที่ออกอย่างผิดปกติ

การคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพนั้นมีอีกหลายวิธีที่สามารถใช้ได้จริง เช่น การรับประทานยาคุมกำเนิด การฝังยาคุมกำเนิด หรือการใช้ถุงยางอนามัย ซึ่งเป็นวิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพมากพอ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีวิธีไหนที่สามารถคุมกำเนิดได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทุกคนควรมี คือความพร้อมและสติในการฉุกคิดถึงความรับผิดชอบ ก่อนจะมีเพศสัมพันธ์นั่นเอง