กรมอนามัย เผยคนท้องติดโควิด 898 ราย ดับแล้ว 16 ราย แนะต้องเร่งฉีดวัคซีน

22 ก.ค. 2564 เวลา 10:35 น. 3

เสวนาในหัวข้อ การขับเคลื่อนการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ซึ่งมี นพ. สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย ร่วมด้วย มีการเปิดเผยข้อมูลว่า นับตั้งแต่ 1 ธ.ค ปีที่แล้ว ถึง 20 ก.ค. มีหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 898 ราย เสียชีวิต 16 ราย

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย ได้ร่วมเสวนา ออนไลน์ ในหัวข้อ “การขับเคลื่อนการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร”  ร่วมกับศาสตราจารย์แพทย์หญิงกุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล รองศาสตราจารย์นายแพทย์ชเนนทร์ วนาภิรักษ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และแพทย์หญิงนฤมล ลือกิตินันท์ อายุรแพทย์ สถาบัน โรคทรวงอก  โดยจุดประสงค์ของการเสวนาครั้งนี้ คือเพื่อหวังสร้างความรู้ ความเข้าใจ ถึงความสำคัญในการฉีดวัคซีนในหญิงตั้งครรภ์แก่บุคลากรที่เกี่ยวข้อง และประชาชนทั่วไป ลดติดเชื้อโควิด-19 ลดอัตราการป่วยรุนแรง รวมถึงลดการเสียชีวิต

 โดย การเสวนาครั้งนี้ ได้ประเด็นสำคัญ นั่นคือ มีการเผยแพร่ ข้อมูลการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในกลุ่ม หญิงตั้งครรภ์ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 – 20 กรกฎาคม 2564 พบมีหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อ 898 ราย เสียชีวิต 16 ราย  
.
ในขณะที่ในประเทศไทยเริ่มมีการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนเพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน แต่ข้อมูลวัคซีน ในหญิงตั้งครรภ์ยังมีไม่มาก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โดย  กรมอนามัยจึงให้ความสำคัญโดยร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้แก่ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ แห่งประเทศไทย ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย และมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เชี่ยวชาญ ผลักดันนโยบายให้หญิงตั้งครรภ์ได้รับการดูแล ที่เหมาะสมผ่านคลินิกฝากครรภ์ที่หญิงตั้งครรภ์ไปรับบริการอยู่
.
โดยให้หญิงตั้งครรภ์จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่ควร ต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เช่นเดียวกับกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค
.

"ทั้งนี้ หญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับวัคซีนเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันแล้ว ยังคงต้องป้องกันตนเองจากการติดเชื้อ เป็นพิเศษ โดยงดใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับคนในบ้าน หมั่นล้างมือเป็นประจำ เว้นระยะห่าง งดออกจากบ้านหรือเดินทางเท่าที่จำเป็นเมื่อต้องไปตรวจครรภ์ โดยเฉพาะรายที่มีความเสี่ยงขณะตั้งครรภ์ สำหรับหญิงตั้งครรภ์ ที่ไม่มีโรคประจำตัว อาจโทรปรึกษาแพทย์เพื่อขอเว้นระยะเวลาการไปตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาล โดยให้แพทย์ เป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสม" นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด