Breaking การเมือง

ย้ำ!คุมพื้นที่ธรรมกายต่อ “สุวพันธ์” มีหลักฐานจัดการ พระ-ปชช. ขวางจนท.ทำงาน

ย้ำ!คุมพื้นที่ธรรมกายต่อ "สุวพันธ์" มีหลักฐานจัดการ พระ-ปชช.ขวางจนท.ทำงาน
– 4 มี.ค.60 – นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม ระบุถึงวัดพระธรรมกายว่า หน่วยงานของรัฐกำลังดำเนินการ 3เรื่องพร้อมกันคือ 1.การบังคับใช้กฎหมาย 2.การปกครองของสงฆ์  3.พระธรรมวินัย  โดยผลการปฏิบัติที่ผ่านมาพบว่า มีหลักฐานที่จะใช้มาตรการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ขัดขวางการทำงาน ปลุกปั่น ยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย รวมทั้งมีประเด็นที่จะเสนอให้คณะสงฆ์ดำเนินมาตรการด้านการปกครองและด้านพระธรรมวินัยต่อไป
 
ส่วนการบังคับใช้กฎหมายจะทำอย่างไรนั้น นายธวัชชัย  กล่าวว่า จะยังคงควบคุมพื้นที่อย่างเข้มงวดต่อไปและปรับการปฏิบัติไปตามสถานการณ์ เช่น ทราบว่าเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีได้มีประกาศไม่ให้พระสงฆ์มาชุมนุมที่ตลาดกลางคลองหลวง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานีแล้ว ฉะนั้นต้องให้มีการปฏิบัติที่เป็นไปตามประกาศ ขณะนี้วัดพระธรรมกายอ้างเหตุพระธัมมชโยไม่อยู่ในวัดจึงขัดขวางการเข้าไปปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ จึงมีคำถามว่าถ้าพระธัมมชโยไม่อยู่เเล้วจะขัดขวางไปทำไม และเหตุใดที่ต้องขัดขวางผู้มีอำนาจหน้าที่ไม่ให้เข้าไปในวัด ทราบว่าเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลผู้ขัดขวางการปฏิบัติงาน ทั้งที่เป็นพระและประชาชนทั่วไปแล้ว จะดำเนินการทางกฎหมายและธรรมวินัยต่อไป
 
 “เมื่อวานนี้(3มี.ค.)ได้มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องการทำหน้าที่ของผู้รักษาการเจ้าอาวาสและพระสังฆาธิการของวัดพระธรรมกาย ได้ทำหน้าที่ตามกฎหมายคณะสงฆ์และกฎมหาเถรสมาคมแล้วหรือไม่ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีรายงานว่า ผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้าอาวาส เพื่อยุติการกระทำของพระสงฆ์และการใช้พื้นที่วัดขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง นอกจากนั้นพระสังฆาธิการระดับอื่นๆของวัดก็ไม่ได้ทำหน้าที่ในลักษณะดังกล่าวเช่นเดียวกัน จึงเป็นที่สงสัยของสังคมว่า 

การปกครองของคณะสงฆ์วัดพระธรรมกายมีสภาพที่แท้จริงเป็นอย่างไร เพราะกฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 24 พ.ศ.2541หมวด 4 จริยาของพระสังฆาธิการ ข้อ44  ที่ระบุว่า  พระสังฆาธิการต้องเอื้อเฟื้อต่อกฎหมาย ข้อ 45 ที่ระบุว่า พระสังฆาธิการต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่สั่งโดยชอบด้วยอำนาจหน้าที่ หรือแม้แต่ข้อ46 ที่ระบุว่า พระสังฆาธิการต้องตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง  มิให้เกิดความเสียหายแก่การคณะสงฆ์และการพระศาสนา และห้ามมิให้ละทิ้งหน้าที่ในทางที่ไม่สมควร 

จึงมีคำถามว่าการปฏิบัติหน้าที่ชอบด้วยกฎมหาเถรสมาคมหรือไม่ ถ้าไม่ชอบด้วยกฎต้องแก้ไขอย่างไร เรื่องนี้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้รับไปพิจารณาแล้วคงต้องหารือกับเจ้าคณะผู้ปกครองระดับสูงด้วย ขอเรียนว่ากฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 24 ถ้าถูกนำมาใช้ตามเจตนารมณ์จะช่วยคลี่คลายปัญหาที่กำลังเป็นอยู่ได้เป็นอย่างดีเพราะได้บัญญัติอำนาจหน้าที่ ที่มาที่ไปของพระสังฆาธิการไว้ด้วยแล้ว ” นายธวัชชัย กล่าว 

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

นายธวัชชัย กล่าวต่อไปว่า ส่วนด้านพระธรรมวินัย  กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)และสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รวบรวมข้อมูลหลักฐานการกระทำที่อาจคาบเกี่ยวกับการล่วงละเมิดพระธรรมวินัยเรื่องเดียวกันหรือหลายเรื่องอยู่เป็นประจำบ่อยครั้ง กระทำสิ่งที่เป็นความผิดซ้ำๆ หลายครั้ง ซึ่งปัจจุบันมีข้อมูลปรากฏอยู่เกี่ยวกับพฤติกรรมของพระสงฆ์หลายรูป   รวมทั้งพระธัมมชโยด้วย ทราบมาว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกำลังดำเนินการร่วมกับคณะสงฆ์ฝ่ายปกครองระดับสูง