Breaking

Breaking News : มติ คกก.วัตถุอันตราย เลื่อนแบน 2 สารเคมี อีก 6 เดือน แต่ไม่แบนไกลโฟเซต

คณะกรรมการวัตถุอันตราย มีมติเอกฉันท์เลื่อนการแบนพาราควอตและคลอร์ไพริฟอสจากวันที่ 1 ธันวาคมเป็นวันที่ 1 มิถุนายน 2563 ส่วนสารไกลโฟเสตให้จำกัดการใช้ เนื่องจากมีผลกระทบต่อการนำเข้าวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์

นายสุริยะ​ จึงรุ่งเรืองกิจ​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม​ กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย​ ว่าตามที่มติคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา​ ซึ่งได้แบน​ สารเคมี 3 ชนิด​ คือ​ พาราควอต ไกลโฟเซต​ และคลอร์ไพริฟอส ในความรับผิดชอบของกรมวิชาการเกษตร​ เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 โดยมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ธันวาคม​ และให้กรมวิชาการเกษตร​ไปยกร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม​ ว่าด้วยบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย​ จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น​ รวมทั้งขอให้กรมวิชาการเกษตรไปพิจารณาระยะเวลาความเหมาะสมในการบริหารจัดการวัตถุอันตราย​ ที่ยังคงเหลืออยู่หลังจากประกาศผลบังคับใช้​ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วมาเสนอกรรมการในการพิจารณาประชุมครั้งต่อไปนั้น

การประชุมในวันนี้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการว่าได้มีการประชุมหารือแนวทางในการบริหารจัดการวัตถุอันตรายที่ยังคงเหลืออยู่​ รวมถึงผลกระทบด้านอื่นๆ​ พบว่ามีข้อจำกัดในการปฏิบัติ​ หากจะให้การยกเลิกใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 รายการมีผลในวันที่ 1 ธันวาคมนี้​ รวมทั้งผลการประชุมรับฟังความคิดเห็นซึ่งพบว่ามีผู้ไม่เห็นด้วยและมีข้อเสนอแนะจำนวนมาก

ทั้งนี้การจัดการสารพิษตกค้างซึ่งมีจำนวน 23,000 ตัน โดยประมาณ​ หากต้องทำลาย​จะต้อง​มีค่าใช้จ่ายที่สูงมากและบางส่วนไม่สามารถผลักดันส่งกลับไปได้​ อีกทั้งผลกระทบที่เกิดต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่อง​ เช่นอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ซึ่งอาจไม่สามารถนำเข้าวัตถุดิบที่เป็นผลผลิตทางการเกษตร​ ​เนื่องจากมีสารตกค้างอยู่ในผลผลิตดังกล่าว​ ในประเด็นนี้ยังไม่มีมาตรการในการจัดการ​ และยังมีข้อกังวลเรื่องของผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ

มติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายในวันนี้​ มีผู้เข้าร่วมประชุม 24 คน​ จาก​ 27​ คน​ ลงมติเป็นเอกฉันท์ให้เลื่อนการปรับระดับการควบคุม​ สารพาราควอตและและคลอร์ไพริฟอส​ เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 จากวันที่ 1 ธันวาคม​ เป็นวันที่ 1 มิถุนายน 2563 ส่วนสารไกลโฟเสตให้จำกัดการใช้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม​ ให้เหตุผลว่าที่ต้องแยกไกลโฟเสทออกมาเป็นเพียงจำกัดการใช้​นั้น​ เพราะว่าจะกระทบต่อการนำเข้าถั่วเหลือง​ และข้าวสาลีซึ่งมีผลต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่อง​ ตามที่นายกสมาคมอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ร้องเรียนมา ซึ่งหากไม่สามารถนำเข้าถั่วเหลืองได้ก็จะไม่สามารถผลิตอาหารสัตว์ได้ มีมูลค่าความเสียหายเป็นหมื่นล้านบาท

ด้าน​นายอนันต์​ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ บอกว่า สำหรับพาราควอต​ เป็นสารเคมี กำจัดวัชพืช ที่เสมือนเป็นยาสามัญประจำบ้าน​ เพราะใช้มาเป็นระยะเวลานานในทุกครัวเรือน​ เมื่อมีการแบนจะต้องมีการหาสารทดแทน​ และการจัดการแบบผสมผสาน​ แต่ยอมรับว่าการหาสารทดแทนนั้น​ ค่อนข้างยาก​ ทุกหน่วยงานราชการจึงต้องช่วยกันหาแนวทาง​ ก่อนถึงวันที่ 1 มิถุนายนปีหน้า ที่จะไม่ไปเปลี่ยนแปลงมติในวันนี้อีก​

อย่างไรก็ตาม​ หลังจากที่คณะกรรมการ​วัตถุ​อันตราย​ มีมติในวันนี้​ ก็จะประกาศลงราชกิจจานุเบกษา​ มีผลให้ พาราควอต​ และคลอไพริฟอส​ เป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 วันที่ 1 มิถุนายน​ มีผลในทางกฎหมาย​ แต่ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มี สารทดแทนคลอไพลิฟอส ในการกำจัดหนอนทุเรียนได้

ทั้งนี้ สารเคมี พาราควอต​ และคลอไพริฟอส​ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ 23,000 ตัน​ จะต้องระบายและจัดการให้หมดก่อนวันที่ 1 มิถุนายน​ 63​ โดย ปัจจุบันไม่มีการนำเข้ามาเพิ่มแล้ว ส่วนไกลโฟเสทยังสามารถนำเข้าได้เพราะ เป็นเพียงจำกัดการใช้