Breaking

Breaking News : ทรัมป์ แถลง คว่ำบาตรอิหร่านต่อ ขอทุกชาติร่วมต้านก่อนการร้าย

ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา โดนัล ทรัมป์ เปิดแถลงเป็นครั้งแรกหลังอิหร่านเปิดฉากโจมตีที่มั่นทางทหารของสหรัฐในอิหร่าน ยืนยันไม่มีทหารอเมริกันเสียชีวิต เรียกร้องนานาชาติต่อต้านก่อการร้าย หวังอิหร่านกลับมาร่วมมือสู่ไอเอส

เมื่อเวลา 23.29 น.วันที่ 8 ม.ค. (เวลาในประเทศไทย) ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นายโดนัล ทรัมป์ แถลงอย่างเป็นทางการครั้งแรกหลังเหตุการณ์ อิหร่านโจมตีที่มั่นทางทหารของสหรัฐที่ตั้งอยู่ในประเทศอิรัก เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าไม่มีกำลังทหารของสหรัฐเสียชีวิตแต่อย่างใด

ขณะที่ยืนยันว่า อิหร่านเป็นประเทศที่ให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายที่มีบทบาทสำคัญอย่างมาก จึงนำไปสู่การตัดสินใจ สั่งสังหารนายพลของอิหร่านดังกล่าว เนื่องจากเป็นผู้นำทางทหารของอิหร่านที่สร้างความเสียหายมาหลายต่อหลายครั้ง และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีสถานทูตสหรัฐที่กรุงแบกแดด จนเป็นเหตุให้มีคนอเมริกันเสียชีวิต ซึ่งความจริงควรสั่งสังหารนายพลดังกล่าวไปนานแล้วด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี ทรัมป์ ยืนยันว่าจะดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านต่อไป จนกว่าอิหร่านจะตัดสินใจเปลี่ยนแปลงการปกครองและการบริหารของตนเอง ขณะที่เรื่องข้อตกลงอาวุธนิวเคลียร์นั้น ทรัมป์ยืนยันว่า อิหร่านได้รับเงินสนับสนุนไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งน่าจะขอบคุณอเมริกามากกว่า แต่กลับเป็นฝ่ายสังหารทหารอเมริกัน

นอกจากนี้ ทรัมป์ ยังกล่าวหาผู้นำของอิหร่านว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสังหารประชาชนของตนเองโดยอ้างว่ามีประชาชนเสียชีวิตไปกว่า 1500 รายด้วย

จากนั้น ทรัมป์ได้กล่าวถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ว่าถึงเวลาแล้วที่ควรล้มเลิกข้อตกลงของอิหร่านต่างๆเพื่อร่วมกันกดดันอิหร่าน พร้อมกับเรียกร้องนานาชาติให้หันมาต่อต้านการกระทำของอิหร่านอันทำให้เกิดกลุ่มก่อการร้ายตามมา พร้อมทั้งเรียกร้องนาโต้ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการผ่อนคลายสถานการณ์ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง

ส่วนประเด็นเรื่องแหล่งน้ำมันนั้น  ทรัมป์ กล่าวว่าไม่ใช่สิ่งที่สหรัฐมุ่งหมาย เนื่องจาก สหรัฐค้นพบแหล่งพลังงานของตนเองเพิ่มเติมอีกเป็นจำนวนมาก น้ำมันในตะวันออกกลางจึงไม่ใช่เป้าหมายที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด

ขณะที่ช่วงท้าย ทรัมป์ กล่าถึงกลุ่มก่อการร้าย ไอเอส ที่แท้จริงแล้ว ก็ถือเป็นศัตรูของอิหร่านด้วยเช่นกัน ซึ่งหวังว่าอิหร่านจะกลับมาร่วมมือกันต่อสู้กับกลุ่มไอเอส แทนที่จะมาเป็นศัตรูกันเอง