งบปี 62  ใครได้ ใครไม่เสีย

31 ส.ค. 2561 เวลา 6:09 น.

การผ่านร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 62 ของ สนช. ที่แทบไม่มีใครคัดค้าน หากจะย้อนมองดูที่มาที่ไป หลายอย่างสะท้อนความเข้มแข็งและยังยั่งยืน.....ว่าแต่ เป็นความเข้มแข็งและยั่งยืนของใคร?

ยังจำกันได้ใช่ไหม ภาพสมาชิก สนช.ผู้ทรงเกียรติอย่างน้อย 2 ท่าน นั่งหลับในห้องประชุมสภา ก่อนมีการแชร์ภาพร้อนกระหึ่มโลกโซเชียล

ไม่ได้ร้อนเฉพาะบนสื่อสังคมออนไลน์ และสื่อหลักที่ต้องนำเสนอแข่งกับสื่อโซเชียลเท่านั้น ยังร้อนไปถึงนายกฯ”บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จนต้องออกมาเปิดปากไล่ให้กลับไปอยู่บ้าน

เป็นเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2561 ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือ สนช.

การผ่านร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 62 ของ สนช. ที่แทบไม่มีใครคัดค้าน หากจะย้อนมองดูที่มาที่ไป หลายอย่างสะท้อนความเข้มแข็งและยังยั่งยืน.....ว่าแต่ เป็นความเข้มแข็งและยั่งยืนของใคร?

แต่ที่พิเศษกว่านัดอื่นๆ คือเป็นวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี นำเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 วงเงิน 3 ล้านล้านบาท ให้สนช.พิจารณาในวาระแรก หรือวาระรับหลักการ ด้วยตัวเอง

การนั่งหลับในวันที่นายกฯประยุทธ์ เป็นคนพูดในสภา สนช.แท้ๆ จึงเป็นความไม่ปกติอย่างยิ่ง

วันดังกล่าว หลังผ่านวาระรับหลักการ ได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดหนึ่งขึ้นมาพิจารณา จำนวน 50 คน จากรัฐบาล 10 คน และจากสนช. 40 คน แต่โควต้าจากรัฐบาล ทำหน้าที่ประธานกรรมาธิการชุดนี้ คือนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีคลัง

ทำหน้าที่ร่วมกันทำหน้าที่พิจารณาปรับลดปรับทอนรายละเอียดต่างๆ ทั้งตัวโครงการและวงเงินงบประมาณ ซึ่งแม้จะมีการปรับลดงบได้มากถึง 2.4 หมื่นล้านบาท

การผ่านร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 62 ของ สนช. ที่แทบไม่มีใครคัดค้าน หากจะย้อนมองดูที่มาที่ไป หลายอย่างสะท้อนความเข้มแข็งและยังยั่งยืน.....ว่าแต่ เป็นความเข้มแข็งและยั่งยืนของใคร?

แต่สุดท้ายก็นำไปปรับเพิ่มให้กับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นๆ อยู่ดี โดยนายอภิศักดิ์ อธิบายเหตุผลว่า เพื่อให้หน่วยงานเหล่านี้ มีงบประมาณรองรับการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลในระยะต่อไป รวมทั้ง เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศ

ซึ่งเลี่ยงไม่พ้นที่จะถูกตีความหมายว่า เป็นการเตรียมการ หรือปูทาง สู่การเลือกตั้งในปี 2562 เพื่อกุมความได้เปรียบไว้ก่อน

ล่าสุด ร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 62 ได้ผ่านความเห็นชอบจาก สนช. ในวาระที่ 2-3 แล้ว เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา หลังใช้เวลาประชุมเพียง 3 ชั่วโมง สนช.ส่วนใหญ่ ต่างเห็นดีเห็นชอบตามตัวเลขงบประมาณที่กรรมาธิการวิสามัญชุดนายอภิศักดิ์ ปรับเปลี่ยนลดทอนและเติมเงินให้เรียบร้อย

แม้กระทั่ง สนช.ที่เคยได้ชื่อว่า เป็นขาประจำในการอภิปรายในห้องประชุม สนช. แต่ครั้งนี้ สมัครใจที่จะไม่พูดสักวัน

แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่นอกเหนือการคาดหมายอยู่ก่อนแล้ว เพราะ สนช.ก็เป็นหนึ่งในแม่น้ำห้าสายที่มาจาก คสช. และเมื่อ สนช.ต้องพ้นจากการทำหน้าที่อันทรงเกียรติเมื่อได้สมาชิกรัฐสภาชุดใหม่ หลายคนอาจต้องมองข้ามช็อตไปข้างหน้า อย่างคนมีวิสัยทัศน์ เพราะยังไม่อยากว่างงาน โดยเฉพาะ สมาชิกวุฒิสภา ที่ยังคงจะมาจากการคัดเลือกของ คสช.

งบกระทรวงกลาโหม วงเงิน 117,583,067,200 บาท หรือกระทรวงมหาดไทย 43,927,994,000 บาท จึงผ่านฉลุย เพราะทราบดีว่า ในปี 2562 หากไม่มีปัจจัยนอกเหนือการควบคุมเกิดขึ้น จะต้องมีการเลือกตั้ง ส.ส.เกิดขึ้นตามโรดแม็ป

2 กระทรวงนี้ รวมทั้งหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ล้วนมีความจำเป็นต้องมีการเตรียมการ และดูแลความสงบเรียบร้อยเป็นพิเศษ นับตั้งแต่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ส.ส. ไปกระทั่งถึงวันเลือกตั้ง

หรือแม้แต่ทันทีที่มีการ”คลายล็อค”พรรคการเมือง ให้ทำกิจกรรมเบื้องต้นทางทางการเมืองเสียด้วยซ้ำ เรื่องเงินงบประมาณจึงถือว่าสำคัญอย่างมาก

เช่นเดียวกับงบ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วงเงิน 25,476,695,800 บาท และกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งยังคงได้รับจัดสรรงบประมาณมากเป็นอันดับหนึ่ง วงเงิน 297,355,867,200 บาท

รวมถึงงบประมาณในส่วนของกองทุนและเงินทุนหมุนเวียน จำนวน 45,340,757,500 และกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก จำนวน 40,000 ล้านบาท

ผลโหวตในวาระ 3 ที่ออกมาอย่างเป็นเอกฉันท์ ด้วยคะแนน 206 ต่อ 0 งดออกเสียง 2 เท่ากับสะท้อนความเข้มแข็งและยังยั่งยืนของใครบางคนได้เป็นอย่างดียิ่ง