
SHORT CUT
ทำไมดูฟุตบอลทีมชาติไทย ในการถ่ายทอดสดยุคนี้ต้องเสียเงิน ไม่เหมือนสมัยก่อนอีกต่อไปแล้ว จนกลายเป็นคำถามในสังคมในช่วงเวลาที่ผ่านมา พร้อมกับเปรียบเทียบคำชี้แจงสมาคมฯ ในยุค 'มาดามแป้ง' กับโมเดลให้ดูฟรีของญี่ปุ่นที่มองฟุตบอลคือสมบัติชาติทำไมดูฟุตบอลทีมชาติไทยแล้วไม่ฟรี ?
นี่คือคำถามที่ดังจากโซเชียลมีเดียของใครหลายๆคน ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน ฮุนไดคัพ 2026 ท่ามกลางกระแสแฟนบอลที่บางตาลงในสนามราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อคืนวันที่ 1 สิงหาคม 2026 ที่ผ่านมา
กับราคาค่าตั๋วเข้าชมเกมฟุตบอลไทยดวลกับมาเลเซีย ในโซน W1 ราคา 600 บาท โซน E1 500 บาท และโซน N กับ S ราคา 300 บาท สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้ชี้แจงว่าไม่ได้ปรับขึ้นราคาตั๋วมานานแล้ว และครั้งนี้ก็ขยับขึ้นเพียง 100 บาทเท่านั้น ไมได้มากมายใดๆเลย
.
แต่มุมมองของแฟนบอลกลับเห็นต่างออกไป เพราะนี่คือทัวร์นาเมนต์ที่แรงดึงดูดไม่สูงเท่าฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก
ดังนั้นในสายตาของแฟนบอล การอัปราคาในจังหวะนี้จึงทำให้กระแสการซื้อตั๋วดูเงียบเหงาและบัตรยังเหลือทุกโซน และเหมือนจะผิดจังหวะไปหน่อย
แล้วทำไมแฟนบอลทีมชาติไทย ถึงต้องเสียเงินดูผ่านแอปพลิเคชัน ? ในการแข่งขันทัวร์นาเมนต์นี้ "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมฯ เคยชี้แจงคอมเมนต์ไว้ชัดเจนว่า "รายการนี้อยู่ภายใต้ AFF ไม่ใช่ลิขสิทธิ์ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ โดย AFF ก็ได้ขายลิขสิทธิตามกลไกการตลาด
โดยมี True ที่ได้ไปซื้อลิขสิทธิ์มาอีกทอดหนึ่ง" ดังนั้น ในเมื่อทรูวิชั่นส์ลงทุนจ่ายค่าลิขสิทธิ์ระดับหลักสิบล้านเพื่อถ่ายทอดสดตลอดทัวร์นาเมนต์ การจัดเก็บค่าบริการเป็นรายเดือนจึงเป็นสิทธิ์ที่ชอบธรรมตามกลไกธุรกิจปกติ
และนี่คือโมเดลที่เป็นธุรกิจตามกลไกอย่างแท้จริง เหมือนกับที่ JAS ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 มา แล้วก็มาขายแพ็กเกจต่างๆนั่นเอง
ในยุคที่ฟุตบอลคือธุรกิจและทุกอย่างมีราคาต้องจ่าย ทำไมญี่ปุ่นยังให้ดูทีมชาติฟรีได้ ? นี่คือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ใครหลายคนตั้งคำถาม
คำตอบคือ สมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น (JFA) มีแนวคิด "Universal Access" หรือสิทธิการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียม JFA ยึดถือจุดยืนว่าเกมของทีมชาติ "ซามูไรบลู" คือคอนเทนต์ระดับชาติที่ต้องส่งถึงมือประชาชนทุกคน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ และรักษาความนิยมระยะยาวแม้ค่าลิขสิทธิ์จะมหาศาล JFA เลือกใช้กลยุทธ์ "Bara-gai"
โดยให้ทีวีดิจิทัลผนึกกำลังกันซื้อลิขสิทธิ์เฉพาะนัดสำคัญเพื่อให้ประชาชนดูฟรี ส่วนนัดอื่นๆ DAZN แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่คว้าสิทธิ์แบบครบทุกแมตช์ ก็งัดกลยุทธ์ "Freemium" เปิดให้ดูฟรีผ่านช่องทาง FanZone แต่ต้องแลกกับเสียงพากย์แนวบันเทิงเพื่อดึงดูดฐานผู้ใช้งาน
นี่คือความสมดุลที่ยอมลดเพดานรายได้ระยะสั้น เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับศรัทธาของแฟนบอลทั้งประเทศนั่นเอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง