คอลัมน์ ม่านการเมือง

เปิดรายชื่อผู้ซื้อโต๊ะจีน พปชร. ข้อบัญญัติใน พ.ร.ป.พรรคการเมืองที่ต้องทำ

ได้รับการแจกแจงแล้ว จากนายณัฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และเป็นแม่งานจัดขายโต๊ะจีนระดมทุนเข้าพรรค เมื่อค่ำวันที่ 19 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งได้เกินเป้า 600 ล้านบาทที่ตั้งไว้

หลังจากถูกทวงถามและตั้งข้อสังเกตหลายอย่างในงานวันดังกล่าว ทั้งการเปิดเผยรายชื่อผู้ร่วมซื้อโต๊ะจีนจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนจะมีนักการเมืองจากหลายพรรคออกมาขานรับและจี้ให้ตอบคำถามนี้เช่นกัน

รวมทั้งชื่อย่อหรือชื่อที่เป็น “รหัสลับ”ของผู้ควักเงินซื้อโต๊ะจีนค่ำวันดังกล่าว ซึ่งเผอิญอย่างยิ่งที่ไปใช้อักษรย่อหรือรหัสลับตรงกับหน่วยงานของรัฐจนกระทั่งผู้คนตั้งข้อสงสัยของจริงของหรือของเก๊ จริงหรือเปล่า ไม่ว่าจะเป็น คลัง ททท หรือแม้แต่ กทม

ยังไม่นับรวมนายวีระ สมความคิด ที่โพสต์ตั้งคำถามให้ตรวจสอบว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐ คือรัฐมนตรีและข้าราชการ เข้าไปนั่งร่วมในงานดังกล่าวจำนวนเท่าใด ซื้อบัตรเองหรือใครซื้อให้

เพราะประเด็นคำถามเหล่านี้ ล้วนสุ่มเสี่ยงจะผิดกฏหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 และผิดพ.ร.ป.ว่าด้วย ปปช.ปี 2561

นายณัฐพลได้พยายามแจกแจง โดยปฏิเสธเรื่องหน่วยงานของรัฐ อย่างกระทรวงการคลัง และการท่องเที่ยวฯ หรือททท. ตรวจสอบแล้วยืนยันว่าไม่พบชื่อ 2 หน่วยงานนี้ตามที่มีการกล่าวอ้าง ทั้งยังย้ำว่า มีการเปิดบัญชีสำหรับพักเงินบริจาคเข้าพรรคนี้ไว้ก่อนแล้ว เพื่อตรวจสอบ และหากพบว่ามีบุคคล หรือบุคคลใด ผิดคุณสมบัติที่กฎหมายกำหนด จะคืนเงินทันที

ส่วนกรณีให้เปิดเผยรายชื่อผู้ซื้อโต๊ะจีน ซึ่งเท่ากับเป็นผู้บริจาคเงินให้พรรคการเมือง นายณัฐพล อ้างว่าขอเวลาตรวจสอบก่อน 2-3 สัปดาห์ จึงจะสามารถเปิดเผยได้

ความจริงนายณัฐพล ซึ่งเป็นอดีต ผอ.พรรคประชาธิปัตย์ ย่อมมีประสบการณ์เรื่องจัดงานระดมทุนเข้าพรรค ปชป.มาก่อนหน้านี้แล้ว ย่อมทราบดีว่า ขั้นตอนและข้อกำหนดเรื่องคุณสมบัติของผู้บริจาคเงินเข้าพรรคการเมือง เป็นอย่างไร รวมทั้งสาระที่มีการเปลี่ยนแปลงไปมากในเรื่องคนบริจาคและพรรคการเมืองรับบริจาค ที่เข้มข้นกว่าเดิมชัดเจน เพื่อหวังลดการแทรกแซงจากคนหรือหน่วยงานภายนอกพรรค

ทั้งนี้ ในพ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 หมวด 5 ว่าด้วยรายได้ของพรรคการเมือง ได้กำหนดกรอบไว้อย่างเคร่งครัด รวมทั้งในมาตรา มาตรา 64 กำหนดให้การหารายได้จากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรค ต้องทำโดยเปิดเผยและแจ้งจุดประสงค์ให้ทราบชัดเจนว่าเป็นการหาทุนเข้าพรรค

และให้หัวหน้าพรรคการเมือง ประกาศให้ประชาชนได้ทราบถึงจำนวนและที่มาของเงินทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากกิจกรรมดังกล่าว และให้มีหนังสือแจ้งนายทะเบียนทราบ ภายในสามสิบวันนับแต่วันจัดงาน

การเปิดเผยและแจกแจงรายชื่อผู้ซื้อโต๊ะจีนหาทุนเข้าพรรค จึงเป็นสิ่งที่หัวหน้าพรรคต้องพึงกระทำ

เช่นเดียวกับข้อห้ามในมาตรา 76 ที่ห้ามไม่ให้หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ บริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมือง หรือเข้าร่วมในกิจกรรมตามมาตรา 64

กรณีฝ่าฝืน กำหนดบทลงโทษในมาตรา 123 พรรคการเมืองใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 64 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

ส่วนมาตรา 128 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 76 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้ง

และถ้าการกทำความผิดนั้น เกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของบุคคลซึ่งรับผิดชอบของนิติบุคคล ให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของบุคคลนั้นด้วย

จึงเป็นกฎเหล็กที่ทุกพรรคการเมือง จะต้องใส่ใจและระมัดระวังอย่างยิ่ง สำหรับการจัดกิจกรรมหรืองานระดมเงินทุนเข้าพรรค

หากพลาดพลั้ง จะตกม้าตายได้ง่ายๆ