เช็กอิน : สุขสันต์คริสต์มาส "เทศกาลแห่งดวงดาว" ส่งต่อความรัก [คลิป]

24 ธ.ค. 2561 เวลา 9:34 น.

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ที่บริเวณอาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล จันทบุรี งานเฉลิมฉลอง เทศกาลคริสต์มาสชุมชนชาวคริสต์ “SWEET [email protected] CHANTHABURI MIRACLE CHRISTMAS 2018” งานคริสต์มาสที่น่ารักที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเป็นงานประเพณีเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสประจำปีของชุมชนชาวคริสต์ เชื้อสายเวียดนามที่อยู่อาศัยใน จ.จันทบุรี มานานกว่า 300 ปี และจัดติดต่อมาเป็นปีที่ 6 ที่ไฮไลท์ของงานอยู่ที่การแสดง แมทติ้งโปรเจคชั่นแสงสีฉาบอาคารอาสนวิหารฯ ที่ปีนี้มีฉาก แสงสี ที่แตกต่างจากทุกปีที่ผ่านมา รวมทั้งมีการจุดพลุดอกไม้ไฟในเวลาเที่ยงคืน การประดับตกแต่งสถานที่ด้วยไฟประดับสวยงาม อุโมงค์ไฟ สะพานดาว การประดับถ้ำพระกุมาร ต้นคริสต์มาสปีนี้ประดับตกแต่งไฟแนววินเทอร์ ไวท์คริสต์มาส การจับสลากมอบของขวัญเทศกาลคริสต์มาส การแสดงของเยาวชนในชุมชนที่ถ่ายทอด ความรัก ความศรัทธา การแบ่งปันที่สื่อความหมายของเทศกาลคริสต์มาส เทศกาลแห่งความรัก และการแบ่งปัน ทั้งนี้การแสดงแสงสีฉาบอาคารอาสนวิหารฯ จะจัดขึ้นวันละ 2 รอบ ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง วันที่ 24 ธันวาคม 2561

[gallery columns="1" size="full" ids="407772,407773,407774,407775"]

SWEET [email protected] CHANTHABURI MIRACLE CHRISTMAS 2018 ในปีนี้ นับเป็นการจัดกิจกรรมเป็นปีที่ 6 ซึ่งปัจจุบันการจัดกิจกรรมไม่ได้เป็นเพียงงานภายในชุมชนอีกต่อไป โดยพบว่ามีชาวคริสต์และนักท่องเที่ยวเดินทางมามากขึ้น จนกลายเป็นงานระดับจังหวัด และติดตลาดระดับประเทศ ที่นักท่องเที่ยวหลายคนรอคอยเทศกาลคริสต์มาส โดยเฉพาะในปีนี้ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหล เข้ามาเที่ยวชมงานเพิ่มขึ้นกว่าเดิม โดยคณะกรรมการจัดงานได้เตรียมพื้นที่จอดรถบริเวณด้านนอก แล้วมีรถบริการสาธารณะนำคนเข้าร่วมงานที่บริเวณอาสนวิหาร ธีมการจัดงานปีนี้เน้น การส่งต่อความสุข ขบวนพาเหรดฉลองเทศกาลคริสต์มาส การเปิดบ้านแบ่งปันของชุมชนที่แสดงให้เห็นถึงการแบ่งปันน้ำใจให้กับผู้มาเยือน งานออกร้านอาหารชุมชนวิถีถิ่นจันทบูรเพิ่มพื้นที่ขายสินค้าชุมชนบริเวณหน้าตลาด 100 ปี และ ชุมชนท่าเรือจ้าง ให้ประชาชน นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตชุมชน 3 เชื้อชาติ และชาวคริสต์โดยรอบอาสนะวิหาร วัดคาทอลิกจันทบุรีเพิ่มขึ้น

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ที่ชุมชนบ้านซ่งแย้ ตำบลคำเตย อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร งานแห่ดาวของชุมชนชาวคริสต์ในเทศกาลวันคริสต์ มาส ประจำปี 2018 โดยโบสถ์อัครเทวดามีคาแอล ร่วมกับชุมชนชาวซ่งแย้ได้ร่วมกันจัดขึ้นเป็นปีที่ 4 ของการจัดงานแห่ดาวโดยมี ขบวนดาวขนาดใหญ่ ที่ประดับด้วยแสงไฟหลากสีสัน จำนวน 12 ดวง จากคริสต์ศาสนิกชน 12 ชุมชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดยโสธร ได้นำดาวขนาดใหญ่ร่วมขบวนแห่ไปตามถนนวารี ราชเดชและถนนภายในชุมชนซ่งแย้ ก่อนที่จะไปสิ้นสุดที่บริเวณโบสถ์ อัครเทวดามีคาแอล ซ่งแย้ พร้อมตกแต่งตามเรื่องราวต่าง ๆ ของพระเยซูตั้งแต่ประสูติ

[gallery columns="1" size="full" ids="407778,407779,407780"]

 

นอกจากนี้ภายในงานยังเปิดโอกาสในทุกคนทุกศาสนาสามารถเข้าร่วมงานได้อย่างสนุกสนาน พร้อมร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์ มาสได้และในปีนี้ภายในงานได้มี การทำอุโมงค์ดาวขนาดใหญ่ ที่มีการประดับดาวและแสงไฟหลากสี เอาไว้ให้ประชาชนได้เข้าไปชมและเป็นจุดถ่ายรูป ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากประชาชนเข้าไปถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก โดยนอกจากจะมีขบวนแห่ดาวขนาดใหญ่แล้วชาวชุมชนยังได้ ร่วมกันประดับดาวขนาดเล็กอีกจำนวนกว่า 20,000ดวง ตามแนวถนนภายในชุมชนและตามบ้านเรือนของตนเพื่อเฉลิมฉลองการบังเกิดมาของพระเยซูเจ้า

โบสถ์อัครเทวดามีคาแอลบ้านซ่งแย้ เป็นโบสถ์ไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยก่อสร้างด้วยไม้ทั้งหลังใช้เสาไม้ขนาดใหญ่กว่า 227 ต้น และใช้ไม้แป้นมุงหลังคากว่า 1,000 แผ่น มีอายุกว่า 100 ปี ตัวโบสถ์รูปทรงที่สร้างขึ้นมีลั กษณะแบบศิลปะไทย กว้าง 16 เมตร ยาว 57เมตร

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ที่บริเวณอัครสถานเทวดาคามี แอลท่าแร่ เทศบาลตำบลท่าแร่ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ชาวคริสต์ ในเขตเทศบาลตำบลท่าแร่ และชาวตำบลท่าแร่นับพันคน ได้นำรถยนต์ประดับตกแต่งเป็นรูปดวงดาวขนาดใหญ่ ซึ่งประดับไฟอย่างสวยงาม ที่ชาวคุ้มต่างๆ ในท่าแร่ สร้างสรรค์ขึ้นมา เข้ามาร่วมกันแห่ดาวไปตามถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาลตำบลท่าแร่ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในเทศกาลวันคริสต์มาส ที่จะมีมาถึง ในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ โดยดาวที่นำมาแห่ดังกล่าว เพื่อรำลึกถึงการถือกำเนิดของพระเยซูเจ้า ศาสดาของศาสนาคริสต์ ตามความเชื่อของชาวคาทอลิก จากนั้นก็นำไปหน้าโบสถ์อัครเทวดามิคาแอล โดยมีนักท่องเที่ยวนับหมื่นคนหลั่งไหลเข้ ามาชมความตระการตาของขบวนแห่ ดาวแห่งเดียวในไทย

 

[gallery columns="1" size="full" ids="407783,407784,407785,407786"]

โดยในวันนี้เป็นการแห่ดาวที่ประดับบนรถยนต์ และแห่ดาวมือถือ แล้วเข้าสู่พิธีทางศาสนา (มิสซา) ซึ่งเป็นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ ภายในวิหาร โดยมีประมุขของมิสซังท่าแร่ หนองแสงเป็นประธาน ส่วนบริเวณในเขตเทศบาลท่าแร่ ประชาชนส่วนใหญ่ ก็มีการตกแต่งบ้านเรือนด้วยดาวอีกด้วย ทำให้ในถนนเต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับน่าดู สำหรับขบวนแห่ดาวได้วิ่งไปตามถนนภายในชุมชนต่างๆ ซึ่งมีระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร ซึ่งหลังจากที่ได้แห่ไปตามถนนที่ ประดับตกแต่งด้วยดาวและแสงไฟระยิบระยับแล้ว ผู้มาร่วมงานทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ก็ต่างพากันออกมารอรับขนม ลูกอมจากซานตาครอส ซึ่งมีความความเชื่อที่ว่า เป็นการแสดงถึงความรักแบ่งปันซึ่งกันและกัน แสดงความยินดีแก่วันประสูติ พระเยซูเจ้า ให้โลกสงบสุข

 

ตามตำนานที่เล่าว่า ในช่วงเวลาที่พระเยซูประสูตินั้น โหราจารย์ได้มองเห็นดาวลักษณะพิเศษดวงหนึ่งที่มีความสุกสว่างกว่าดาวทั่วไป ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าเป็นที่น่าอัศจรรย์ จึงออกเดินทางตามแสงแห่งดวงดาว จนไปพบกับสถานที่ประสูติ ของพระเยซูเจ้าที่เมืองเบธเลเฮม ประเทศปาเลสไตน์  นับแต่นั้นมาชาวคริสต์จึงถือว่ า "ดาว"  คือสัญลักษณ์ของการเสด็จลงมาประสูติบนโลกมนุษย์ ของพระเยซูเจ้า จึงมีการริเริ่มประเพณีแห่ดาวในเทศกาลคริสต์มาสเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์นั้น  การแห่ดาวจึงเป็นการแสดงถึงความเชื่อความศรัทธา การส่งมอบความสุขความรื่นเริง  ความเป็นหนึ่งเดียวกันของคริสตชนในช่วงเทศกาลคริสต์มาส เป็นเทศกาลแห่งสีสันความสุขและรอยยิ้ม

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด