ย้อนตำนาน"กำนันเซี๊ยะ"เจ้าพ่อภาคตะวันตกฉายา "พยัคฆ์ประจิม"

เปิดตำนาน “กำนันเซี๊ยะ”

นายประชา โพธิพิพิธ หรือ “กำนันเซี๊ยะ”เจ้าพ่อแห่งภาคตะวันตกฉายา “พยัคฆ์ประจิม” เป็นคน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี แต่เดิมเป็นเกษตรกรที่ปลูกไร่อ้อย และเป็นเจ้าของเขมประชาฟาร์ม เนื้อที่กว่า 2 พันไร่ ที่ ต.ช่องด่าน อ.บ่อพลอย กาญจนบุรี แต่เนื่องจากนิสัยที่กล้าได้กล้าเสีย และเป็นคนกว้างขวางทำให้มีคนนับถือและถูกยกให้เป็นขาใหญ่ สายแข็ง ก่อนจะถูกเลือกให้เป็นนายกสมาคมชาวไร่อ้อยเขต 7 เพราะความที่ “กำนันเซี๊ยะ”มีความใกล้ชิด พล.ต.ต.ราชศักดิ์ จันทรัตน์ ฉายามือปราบยมฑูต ที่โจรในสมัยนั้นแค่ได้ยินชื่อก็ต้องหวาดผวาไปตามตามๆกัน ซึ่งขณะนั้น พล.ต.ต.ราชศักดิ์ มียศ พ.ต.อ. ทำหน้าที่ในตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี  ด้วยการที่เป็นคนใกล้ชิดนายตำรวจมือปราบนี่เองทำให้ชื่อเสียงของกำนันเซี๊ยะ เริ่มโด่งดัง

ปี 2520 กำนันเซี๊ยะกระโจนเข้าสู่เวทีการเมืองท้องถิ่นโดยเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.ท่าเรือ อ.ท่ามะกา 4 ปีต่อมาได้รับเลือกเป็นกำนัน ต.ท่าเรือพระแท่น ปี 2534ได้ เป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลท่าเรือพระแท่นปี 2538 ลงสนามการเมืองระดับชาติ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เขต 2 กาญจนบุรี ตามคำชักชวนของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ชนะเลือกตั้ง ส.ส.เขต 5 ก่อนจะมาพ่ายแพ้ พล.ต.ศรชัย มนตริวัต ผู้สมัครจากพรรคไทยรักไทย ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2544


ด้านชีวิตรักกำนันเซี้ยะ แอบชื่นชอบนางเขมพร ต่างใจเย็น หรือ”เจ้าแม่แดง” ซึ่งเป็นภรรยาของ”เฮียเหลา” เจ้าพ่อนครบาล หรือ”แคล้วธนิกุล”ที่คนทั่วไปรู้จักกันดี แต่เนื่องจากนางเขมพร มีสามีอยู่แล้ว กำนันเซียะ จึงได้แต่แอบรักเพียงข้างเดียว จนกระทั้งเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 5 เมษายน 2534 แคล้ว ธนิกุล ถูกคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่มกว่าร้อยนัด เสียชีวิตอยู่ริมถนนปิ่นเกล้า -นครชัยศรี กลายเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศ เหตุการณ์นี้เป็นการชุดประกายความหวังให้กับกำนันเซียะ ที่จะได้นางเขมพร มาเป็นคู่ครอง จนกระทั้งนางเขมพร ไปลงทุนทำธุรกิจโรงโม่หิน ในจ.กาญจบุรี นางเขมพร จึงโทรศัพท์มาขอความช่วยเหลือจากกำนันเซี้ยะ เพื่อให้ช่วยคุ้มครองธุรกิจ และนี่จึงเป็นการเริ่มต้นคบหากันของเจ้าพ่อภาคตะวันตก และอดีตภรรยาเจ้าพ่อนครบาล อย่างจริงจัง จนกระทั้งทั้่งคู่ตัดสินใจแต่งงานอยู่กินกันฉันสามีภรรยากันอย่างเปิดเผย

วิบากกรรมของกำนันเซี๊ยะ ก็มาถึงเมื่อเช้ามึดวันที่ 4 ก.ค.2546 พล.ต.ต.ฉลอง สนใจ ผช.ผบช.ภ.7 ( ตำแหน่งในขณะนั้น) เปิดปฎิบัติการ”พิทักษ์ประจิมเพื่อสันติสุข” นำกำลังตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านพักของกำนันเซี๊ยะ และผู้เกี่ยวข้องพร้อมกัน 7 จุด แต่การตรวจค้นครั้งนั้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด การที่กำนันเซี๊ยะ ถูกตำรวจบุกค้นบ้าน สืบเนื่องมาจากนายสมชาย จิตตหฤษฎ์ หรือ “เลขาจุก” เลขานุการส่วนตัว “กำนันเซี้ย” ถูกตำรวจกองปราบฯ รวบตัวพร้อมลูกน้อง ข้อหาทำร้ายร่างกายตำรวจที่ปลอมตัวเป็นตัวแทนบริษัทที่รับเหมาเพื่อไม่ให้ยื่นซองแข่งในการประมูลงาน ของกรมชลประทาน จ.กาญจนบุรี เมื่อ 17 พ.ค.2544 จนตกเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศ แต่คนทีเป็นคอการเมืองมองว่าสาเหตุที่”กำนันเซี๊ยะ” ถูกตำรวจบุกค้นบ้านพักครั้งนี้เนื่องจากไม่ยอมย้ายมาสังกัดพรรคการเมืองฝั่งตรงข้าม


ผ่านไป 3 ปี ดูเหมือนจะเป็นวิบากกรรมที่หนักที่สุดของกำนันเซี๊ยะ เมื่อช่วงเช้ามึดวันที่ 1 ธ.ค.2547 ปปง.และตำรวจบุกค้น-อายัดทรัพย์จากคดีฮั้วประมูลและบุกรุกที่ดินรัฐ รวมมูลค่าทรัพย์ที่ถูกยึดไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท ก่อนที่กำนันเซี๊ยะ และเจ้าแม่แดง จะเข้าไปมอบตัวด้วยตนเอง พร้อมขอประกันตัวในชั้นศาล แต่สุดท้ายแล้วปี 2548 ศาลตัดสินให้จำคุกกำนันเซี๊ยะ 5 ปี ส่วนเจ้าแม่แดงจำคุก 4 ปี โดยให้เหตุผลว่า จากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบ แม้ว่าพยานแต่ละคนจะเบิกความต่างเรื่องราวต่างสถานที่ แต่เรียบเรียงแล้วเห็นว่ามีความสอดคล้องกัน ไม่มีเหตุที่โจทก์จะกลั่นแกล้งจำเลยกล่าวหาว่าจำเลยทั้ง 4 ร่วมกันปกปิดวิธีการฮั้วประมูล ข่มขู่ทำร้ายร่างกาย ผู้เสียหาย ส่วนที่จำเลยนำสืบว่าถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองว่า กำนันเซี๊ยะ เป็นอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์และเป็นคู่แข่งทางการเมืองของพรรคไทยรักไทย เป็นการกล่าวอ้างลอยๆ ไม่มีน้ำหนักมาหักล้างพยานโจทก์

25 ก.ย. 2550 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องจำเลยทั้งหมด ก่อนที่อัยการโจทก์จะยื่นฎีกา ขอให้ศาลฏีกาพิพากษาลงโทษจำเลย แต่ระหว่างต่อสู้คดีฮั้่วประมูล กำนันเซี๊ยะ ถูกดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกที่ราชพัสดุ ในจังหวัดกาญจนบุรี และ จังหวัดราชบุรี เพิ่มอีก 1 คดี จนกระทั้งเมื่อวันที่ 29 ส.ค.2557 ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกกำนันเซี๊ยะ 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา กำนันเซี๊ยะยื่นประกันตัวขอสู้คดีในชั้นศาลอุทธรณ์ นอกจากนี้กำนันเซี๊ยะ และภรรยายังถูกดำเนินคดีบุกรุกที่ดินของรัฐ ในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นที่ดินที่อยู่ในความดูแลของกรมธนารักษ์ และคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกคนละ 11 ปี 4 เดือน แต่ทั้งคู่ก็ยื่นประกันตัวสู้คดีชั้นอุทธรณ์ 8 สิงหาคม 2559 ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์ว่าข้อเท็จจริงพยานโจทก็ยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง จึงพิพากษาให้ยกฟ้อง

คดีฮั้วประมูลที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกกำนันเซี๊ยะ 5 ปี และจำคุกนางเขมพร 4 ปี ก่อนที่ศาลอุทธรณ์จะยกฟ้อง แต่สุดท้ายแล้วศาลฎีกาได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้จำคุกกำนันเซี๊ยะ 5 ปี และจำคุกนางเขมพร 4 ปี แต่เนื่องจากทั้งคู่หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาของศาล 29 ม.ค.2559 ศาลจึงออกหมายจับให้ติดตามตัวทั้งคู่มารับโทษตามคำพิพากษาของศาล เช่นเดียวกับคดีบุกรุกที่ราชพัสดุ ที่ล่าสุดเมื่อวันที่18 เม.ย 2560 ศาลฏีกามคำพิพากษาให้จำคุกจำเลย 2 ปี 8 เดือน

ปัจจุบันชื่อของกำนันเซี๊ยะ ได้เงียบหายไปพร้อมกับเจ้าตัวและภรรยาที่หลบหนีคดีอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน แต่สถานการณ์การเมืองของประเทศไทยโดยเฉพาะการแข่งขันในสนามเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น ทำให้ชื่อของคนในตระกูล”โพธิพิพิธ” ตกเป็นข่าวอีกครั้งเมื่อ นายธรรมวิชญ์ และนายอรรถพล โพธิพิพิธ ลูกชายกำนันเซี๊ยะ ถูกพรรคพลังประชารัฐ ดูดไปร่วมงานการเมือง โดยมีรายงานว่าเงื่อนไขที่ทำให้ลูกชายในตระกูลโพธิพิพิธ ยอมทิ้งพรรคประชาธิปัตย์ คือเงื่อนไขที่เกี่ยวกับคดีของกำนันเซี๊ยะ ผู้เป็นพ่อ เพราะลูกชายทั้งสองอยากให้พ่อที่อายุมากและสุขภาพไม่แข็งแรง กลับมารับโทษในประเทศไทยแล้วใช้เงื่อนไขการพักโทษเพื่อรักษาตัวเช่นเดียวกับ นายสมชาย คุณปลื้ม หรือ กำนันเป๊าะ อดีตเจ้าพ่อแห่งภาคตะวันออก เจ้าของฉายา “ฉลามบูรพา”

 

ขอบคุณภาพ คมชัดลึก