ม่านการเมือง

พท.-พธ. ไม่ลงตัว-แกนนำแตก! รอเคาะหลัง 5 ต.ค.ทริปทัวร์ฮ่องกง

“สิ่งที่ชัดเจน คือความไม่ชัดเจน” วลีที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รก.เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กับสื่อไว้ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ เมื่อ 28 กันยายน 2561 วันที่ กกต.นัดพบพรรคการเมืองครั้งล่าสุด กลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมาจนได้ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องกฎ ระเบียบ กติกาจากกกต.ที่มีต่อพรรคการเมือง แต่เป็นปมปัญหาภายในของ 2 พรรค เพื่อไทย กับเพื่อธรรม สองพรรคการเมืองที่ปฏิเสธความเกี่ยวพันกันไม่ได้

เพราะเดิมที พรรคเพื่อธรรมตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับการผ่องถ่าย อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นการเตรียมการไว้ กรณีพรรคเพื่อไทยอาจถูกชี้มูลผิดรัฐธรรมนูญ และขัดคำสั่งกับประกาศคสช.เรื่องห้ามชุมนุมเกิน 5 คนและห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม

แต่ไปๆมาๆกลายเป็นความชุลมุนอีรุงตุงนังไปจนได้ เมื่อผู้บริหารพรรคชุดปัจจุบันหลายคนที่รักษาการอยู่ ประกาศจะสู้ตายอยู่กับพรรคไม่หนีไปไหน ท่ามกลางกระแสข่าวลือภายใน ว่าเกิดความขัดแย้งขึ้นในกลุ่มแกนนำสำคัญในพรรค กลุ่มหนึ่งเห็นควรย้ายไปพรรคเพื่อธรรมตามแผนเดิม แต่อีกกลุ่มไม่เห็นด้วย และหวังจะยึดพรรคเพื่อไทยเป็นฐานที่มั่นสำคัญ ด้วยเชื่อว่าเรื่องจะถูกยุบพรรคยังอยู่อีกไกล ขณะที่พรรคเพื่อไทยังเป็นที่รู้จักดีของประชาชนทั่วไปมากกว่า และจะไม่สร้างความสับสนให้ประชาชนในการเลือกตั้งส.ส.ครั้งหน้า

ข่าววงในดังกล่าวนี้ ส่งผลกระทบหนักต่ออดีตส.ส.และแกนนำพรรคบางส่วน มากกว่าผลกระทบต่อสมาชิกพรรคหรือกองเชียร์เสียอีก เพราะคล้ายกับจะยึดอำนาจไว้ในมือไม่ยอมปล่อย เท่ากับสามารถตัดสินชี้ขาดได้ว่า จะให้ใครลงสมัครส.ส.หรือไม่ และจะลงสมัครแบบไหน หลังจากระบบจัดสรรปันส่วนผสมที่จะถูกนำมาใช้ ทำให้เกิดการแย่งชิงขอลงสมัครส.ส.เขตกันจ้าละหวั่น เพื่อหนีการลงส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งจะมีโอกาสได้เป็นส.ส.น้อยมาก อย่างที่มีรายชื่อปรากฏในสื่อบางสำนัก ทั้งวัฒนา เมืองสุข กิตติรัตน์ ณ ระนอง และสุธรรม แสงประทุม ในพื้นที่กรุงเทพฯ

ประกอบกับส.ส.เขตจะลดลง 25 คน ส่งผลให้เกิดการแย่งเขตพื้นที่ลงสมัครส.ส.ทั้งคนเก่าและคนใหม่ นำไปสู่แนวคิดกระจายคนลงสมัครไปเพื่อธรรมบ้าง แต่ปัญหาใหญ่ที่ตามมา คือการแข่งขันและตัดคะแนนกันเองในสนามเลือกตั้ง เท่ากับปิดประตูชนะ เดินเข้าสู่กับดักตนเอง

ความเห็นต่างที่ว่านี้ รวมกระทั่งยังไม่มีความชัดเจนว่า ท้ายที่สุดแล้ว จะยังคง ให้ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ นั่งตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อไป แล้วให้”หญิงหน่อย”สุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ไปนั่งคุมกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรค ตามที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้หรือไม่ รวมทั้งสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ มีความพยายามจะผลักดันให้ออกจากเพื่อไทยไปนั่งคุมเพื่อธรรม แต่ไม่สำเร็จ

นำไปสู่กระแสข่าว การเดินทางมาฮ่องกงของทักษิณ ชินวัตร วันที่ 5 ตุลาคมนี้ โดยจะมีแกนนำสำคัญในพรรคเดินทางไปพบเพื่อหารือถึงความชัดเจนว่าจะหาทางออกเรื่องปัญหานี้อย่างไร ถือเป็นภารกิจสำคัญและด่วนจี๋

แต่ทั้งนี้ก็ต้องระวัง และพยายามปกปิดภาพหรือหลักฐานการเข้าพบและหารือกันให้ดี เพราะอาจจะยิ่งทำให้เข้าข่ายมาตรา 28-29 พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 แจ่มแจ๋วมากขึ้น

บทวิเคราะห์ :ประจักษ์ มะวงศ์สา