svasdssvasds

จับตา 'ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา' รอบ 3 หลังพบสัญญาณเตือน นายกฯ ย้ำไม่มีไรน่าห่วง

จับตา 'ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา' รอบ 3 หลังพบสัญญาณเตือน นายกฯ ย้ำไม่มีไรน่าห่วง

จับตา 'ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา' หลังพบสัญญาณทหารกัมพูชาเคลื่อนกำลังประชิดชายแดนบริเวณปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ และมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องการสะสมอาวุธ

SHORT CUT

  • เกิดความกังวลถึงการปะทะรอบที่ 3 หลังพบสัญญาณทหารกัมพูชาเคลื่อนกำลังประชิดชายแดนบริเวณปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ และมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องการสะสมอาวุธ
  • กองทัพบกชี้แจงว่าเป็นการเคลื่อนกำลังตามปกติ ยังไม่ล้ำแนวปฏิบัติการของไทย แต่ยังคงตรึงกำลังเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดและไม่ประมาท
  • นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าสถานการณ์ไม่มีอะไรน่ากังวล หลังตรวจสอบข้อมูลกับกองทัพแล้ว และขอให้ประชาชนสบายใจ
  • โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าว โดยย้ำจุดยืนในการแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างสันติและยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิง

จับตา 'ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา' หลังพบสัญญาณทหารกัมพูชาเคลื่อนกำลังประชิดชายแดนบริเวณปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ และมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องการสะสมอาวุธ

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้ง หลังผ่านพ้นเหตุการณ์ปะทะใหญ่มาแล้ว 2 รอบในปี 2568 จุดเริ่มต้นของกระแสการปะทะรอบที่ 3 มาจากการที่ฝ่ายกัมพูชาขยับเข้ามาวางกำลังพื้นที่ด้านล่างใกล้ปราสาทตาควาย และเนิน 350 จังหวัดสุรินทร์ ทำให้ฝ่ายทหารมองว่ามีโอกาสที่จะเกิดการปะทะในรอบที่สามในเร็วๆ นี้ เป็นไปได้สูง

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา มีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง หลังจากทหารไทยมีการเปลี่ยนแปลงกำลัง 3 ส่วน คือ

  1. ถอนกำลังกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 3 ที่ส่งไปสนับสนุนกองทัพภาคที่ 2 ในเหตุปะทะกัมพูชาทั้งสองรอบ ออกจากพื้นที่กลับที่ตั้งปกติ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงน้อย ไม่ใช่พื้นที่หน้าแนว
  2. ปรับกำลัง สลับหน่วยหมุนเวียนกันภายในพื้นที่
  3. ให้กำลังบางส่วนออกไปพักตามวงรอบ

ขณะที่ฝ่ายกัมพูชา หลังเสียพื้นที่ควบคุมทั้งหมดให้กับฝ่ายไทย ได้ถอนร่นออกไปตั้งฐานที่ตั้งใหม่ ไม่ให้อยู่ในพิกัดการโจมตีฝ่ายไทย เพื่อความปลอดภัย แต่ล่าสุดพบความเคลื่อนไหว มีการขยับเข้ามาวางกำลังพื้นที่ด้านล่างใกล้ปราสาทตาควาย และเนิน 350 จังหวัดสุรินทร์ 

ส่วนกำลังทหารไทย ได้ตรึงกำลังเบ็ดเสร็จจนถึงบริเวณบันไดทางขึ้นทั้งหมด ทำให้ทหารกัมพูชาไม่สามารถรุกคืบขึ้นมาบนเนินเขาได้  ท่ามกลางการเฝ้าระวังเพื่อป้องกันการรุกล้ำอธิปไตย และการเผชิญหน้าทางทหารที่อาจทำให้สถานการณ์บานปลาย

 

 

เตือนห้ามประมาท หลังกัมพูชาวางกำลังประชิดชายแดน

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ในความรับผิดชอบของ กองทัพภาคที่ 2 ยังมีการวางกำลังประชิดชายแดน แต่ไม่ได้ประชิดมาก เหมือนช่วงเวลาก่อนเหตุปะทะ เนื่องจากหลายพื้นที่มีการเปลี่ยนแนว โดยทหารกัมพูชาต้องหาพื้นที่ที่เหมาะสม หลังจากต้องถอยร่นออกจากพื้นที่เดิม ที่ถูกยึดคืนและอยู่ในความควบคุมของฝ่ายไทย

ยอมรับว่า มีบางพื้นที่กัมพูชาขยับเข้ามาวางกำลังใกล้ชายแดนไทย แต่ไม่ได้เลยแนวเส้นสมมุติฐาน หรือเส้นปฏิบัติการที่ฝ่ายไทยยึดถืออยู่ โดยมองว่ายังไม่มีอะไรต้องกังวลมากนัก แต่ไม่ควรประมาท ต้องเข้มข้นในการทำหน้าที่เช่นเดิม เช่น การเฝ้าระวัง ลาดตระเวน ตรวจพื้นที่ การปรับปรุงฐานที่มั่นที่ กรณีเกิดเหตุไม่คาดคิดสามารถที่จะปฏิบัติงานได้ รวมถึงการเดินหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิด

ทั้ง 2 ประเทศจะต้องยึดถือข้อตกลงที่ได้ลงนามร่วมกันไปหลังหยุดยิง ในส่วนของฝ่ายไทยนั้นมีความเคร่งครัด และปฏิบัติตามเงื่อนไขการหยุดยิง ขณะที่ฝ่ายกัมพูชามีการยั่วยุ การขยับเข้าใกล้ฐานปฏิบัติการฝ่ายไทย การประทะด้วยวาจา หรือเรื่องวินัย ส่งผลให้อาวุธบางอย่างตกมายังฝ่ายไทย ซึ่งหน่วยในพื้นที่มีมาตรการ และวิธีในการดำเนินการ

 

 

เปิด 2 ปัจจัยเสี่ยง กัมพูชาสะสมอาวุธยุโรป-เลือกตั้ง 2570

พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก ได้โพสต์ข้อความระบุว่า มีคนกล่าวไว้ “No mission too difficult, no sacrifice too great, duty first.” (ไม่มีภารกิจใดที่ยากเกินไป ไม่มีการเสียสละใดที่ยิ่งใหญ่เกินไป เพราะหน้าที่ของเรานั้นเหนือสิ่งอื่นใด)

วันนี้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ดูจะมีทิศทางที่จะใช้กำลังทหารเข้าสู้รบลดลง แต่ไปเพิ่มในการเดินเกมที่ใช้ กฏหมายระหว่างประเทศ และใช้โลกล้อมไทย แต่โดนกระแสความขัดแย้ง สหรัฐ-อิสราเอล-อิหร่าน บดบัง แต่ก็ยังคงวางใจไม่ได้ว่า จะไม่มีการสู้รบโดยใช้กำลังทหารอีก

ปัจจัยที่ควรคำนึง 2 ประการใหญ่ๆ คือ

  1. การที่เขมรสั่งซื้ออาวุธจำนวนมากจากหลายประเทศในยุโรปตะวันออก
  2. เขมรจะมีการเลือกตั้งในปี 2570

เพราะฉะนั้น 2 ประเด็นนี้คือสิ่งบอกเหตุที่อาจจะนำไปสู่การใช้กำลังสู้รบบริเวณชายแดน ไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 3 เพียงแต่ยังไม่เกิดแบบเร่งด่วนปัจจุบันทันด่วน

4-5 เดือนจากนี้ไปหลังหน้าฝน คือเวลาที่ต้องจับตามอง เพราะฉะนั้น เราจึงประมาทไม่ได้

ทหารเราต้องกลับไปทำ 2 สิ่งนี้

  1. ฝึกเพิ่มเติมโดยใช้ บทเรียนจากการรบทั่ง 2 ครั้งมาปรับปรุง แนวคิดในการใช้กำลังครั้งต่อไป
  2. ฟื้นฟูทหาร และ สะสมอาวุธ/ยุทโธปกรณ์ ให้มีความพร้อมในการสู้รบครั้งต่อไป

ขอให้พวกเราอย่าประมาทมัวแต่ชื่นชม ดีใจกับการสู้รบ 2 ครั้งที่ผ่านมา การเตรียมความพร้อมในการทำหน้าที่ของเราให้สมบูรณ์ คือสิ่งที่ทหารเราทุกนายต้องกลับมาเตรียมตัว

"อนุทิน" ย้ำชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่มีอะไรน่ากังวล ไร้สัญญาณปะทะ

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรึว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา กรณีที่เจ้ากรมข่าวทหารบก เปิดเผยว่า มีโอกาสที่จะมีการปะทะกันรอบที่ 3 หลังมีรายงานว่า ทหารกัมพูชายกพลประชิดชายแดนว่า ตนได้สอบถามไปยัง พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) ซึ่งได้ให้ข้อมูลว่า ฝั่งกัมพูชามีการเคลื่อนย้ายกำลังพลตามปกติ ไม่ได้มีความวิตกว่าจะทำอะไรกับประเทศของเรา

โดยได้ถามย้ำไปถึง 2 ครั้ง และนำโพสต์ที่สำนักข่าวต่างๆ นำเสนอส่งไปให้ดู และให้กองทัพบกออกมาชี้แจงเพื่อให้ประชาชนได้สบายใจ เนื่องจากตอนนี้เรามีปัญหาเรื่องอื่นอยู่แล้ว ซึ่งตนเห็นแล้วว่า โฆษกกองทัพบกได้ออกมาชี้แจงว่า ไม่มีเรื่องของการจะมาคุกคามประเทศไทย

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า แต่เราไม่ได้ประมาท ซึ่งนอกจากถามถึงสถานการณ์ชายแดนกับเสธ ทบ.แล้ว ยังถามถึงการดูแลพื้นที่ ซึ่งสถานการณ์ในขณะนี้ยังคงเหมือนเดิม และมีการเตรียมความพร้อมในด้านยุทธโธปกรณ์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้ จึงขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่า เรื่องชายแดนนั้น ไม่มีข้อกังวล

ขณะนี้เราก็อยู่ของเราให้ดีที่สุด ลดปัจจัยความกังวลของประชาชนให้มากที่สุด และวันนี้ในเรื่องชายแดน นายกรัฐมนตรีตอบแล้วว่า “ไม่มีอะไรน่ากังวล” ซึ่งคำตอบไม่ได้เกิดจากการคาดเดาของตนเอง แต่เกิดจากการตรวจสอบข้อมูล มีการสอบถาม และยืนยันข้อมูลจากกองทัพบก ฉะนั้นประเด็นนี้ขอให้ตัดออกไป

กัมพูชาโต้ข่าวลือ เตรียมเปิดฉากรบไทยรอบ 3

วันที่ 25 มี.ค. 69 พล.ท.หญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมราชอาณาจักรกัมพูชา ชี้แจงว่า จากกรณีสื่อมวลชนไทยได้เผยแพร่คําแถลงการณ์ของหัวหน้าเจรจาต่อรองไทย กล่าวหาว่ากัมพูชาเตรียมการยิงครั้งที่ 3 นั้นไม่ถูกต้อง และไม่มีพื้นฐาน 

ทหารกัมพูชา-ไทย ยึดมั่นในการยึดมั่นในการแถลงการประชุมพิเศษของคณะกรรมการชายแดนทั่วไปกัมพูชา-ไทย ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 68 แถลงการณ์ร่วมกันเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพระหว่างกัมพูชาและประเทศไทย ในวันที่ 26 ต.ค. 68 และข้อตกลงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงปฏิบัติตามคําสั่งของรัฐบาลกัมพูชา เพื่อรักษาความสงบสุข ความมั่นคงและความมั่นคงตามแนวชายแดน 

กองทัพกัมพูชาสนับสนุนจุดยืนของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างสันติสุข ยืนหยัดอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ และการประชุม สนธิสัญญา และข้อตกลงที่ทั้งสองประเทศมี

 

related