ข่าว คอลัมน์ ม่านการเมือง เลือกตั้ง62

“บิ๊กตู่” มั่นใจชนะ ได้เวลาพิสูจน์ของจริง ระวังปริศนา “เสื้อแดงแกล้งตาย”

การประกาศพร้อมลงนายกฯในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง ไม่ใช่นายกฯคนนอกของ”บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เท่ากับมั่นใจแล้วว่า กระแสนิยมดี ทั้งตัวพล.อ.ประยุทธ์เอง และพรรคพลังประชารัฐ หรือพปชร.

หลังจากแทงกั๊ก ไม่ยอมพูดแบบฟันธงเสียที ว่าจะเดินหน้าต่อด้วยทางเลือกไหน ระหว่างผ่านรายชื่อของพรรคการเมือง หรือจะไปรอนายกฯคนนอก

เพราะถือเป็นรอยต่อที่สำคัญที่สุดหากหวังจะนั่งเก้าอี้นายกฯเป็นผู้นำต่อไป เพราะการตัดสินใจครั้งนี้ มีโอกาสแค่ครั้งเดียวพลาดแล้วพลาดเลย

ในแง่ส่วนตัวของพล.อ.ประยุทธ์ แม้จะขี้บ่น อารมณ์เสียอยู่บ่อยๆ แต่ส่วนใหญ่มักเป็นตอนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน และจะหงุดหงิดกับคำถามที่อาจไปสร้างความรำคาญให้

แต่กับประชาชนทั่วไป มักจะอารมณ์ดี รวมทั้งเวลาลงพื้นที่พบปะชาวบ้าน และการประชุมครม.สัญจร “บิ๊กตู่”จะเป็นขวัญใจบรรดาแม่ยกทั้งหลาย รวมไปถึงกระทั่งเด็กๆของ”ลุงตู่” ขณะที่โครงการประชารัฐของรัฐบาล ก็ดูจะสร้างความประทับใจให้กับประชาชนถ้วนหน้า โดยเฉพาะบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่าบัตรคนจน ปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นนโยบายประเภท”ซึมลึก”ที่สร้างความชื่นชอบให้กับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งมีจำนวนยอดลงทะเบียนปัจจุบันมากถึง 14 ล้านคน และได้อานิสงส์จากหลายโครงการในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2561 และต่อเนื่องถึงปี 2562 ทั้งยังสามารถเบิกเงินสดจากตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทยได้ด้วย

เมื่อพรรคพลังประชารัฐ ประกาศสานต่อนโยบายของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะมีเสียงตอบรับด้วยดีจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ทั้งในกลุ่มคนจนในเมืองและในชนบท แม้แต่ในอำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด ที่รัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ทำเป็นโมเดลแก้จน และเป็นที่รู้จักกันดีทั่วไป ปัจจุบัน มีร้านค้าธงฟ้าประชารัฐพร้อมให้บริการ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหลายร้าน จนดูคล้ายเป็นการสานต่อนโยบายแก้จนในความรู้สึกของผู้คนในพื้นที่ไปเลยก็เยอะ

นั่นจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้แกนนำในพรรคพลังประชารัฐ มั่นใจว่า พรรคจะได้รับเสียงสนับสนุนไม่ด้อยไปกว่าพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีฐานเสียงสำคัญอยู่ที่ระดับฐานรากทั่วไป

ความมั่นใจนี้ คงถูกส่งไปถึง “บิ๊กตู่” ผ่านทีมงานคนใกล้ชิด ซึ่งต้องทำหน้าที่ประมวลข้อมูลและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง  หลายครั้งหลายหน กระทั่ง”บิ๊กตู่”กล้าจะฟันธงพร้อมเดินหน้าบนเวทีการเมืองเต็มตัว ผ่านรายชื่อนายกฯของพรรคการเมือง

อย่างไรก็ตาม แม้ด้านหนึ่ง การลงพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครและปราศรัยกับประชาชนของพรรคพลังประชารัฐ จะมีเสียงตอบรับ และการปรากฎตัวของผู้คนในพื้นที่ที่แห่มาร่วมงานหนาตา แต่ความเป็นจริงอย่างหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ คือเป็นเรื่องของการจัดตั้งมวลชนและเกณฑ์ผู้คนมาร่วมงานของว่าที่ผู้สมัครส.ส.และหัวคะแนนในพื้นที่ เพื่อมุ่งหวังสะท้อนศักยภาพของตนเองให้แกนนำในพรรคได้เห็น แต่จะสามารถแปรเปลี่ยนเป็นคะแนนเสียงที่ล้นหลามในวันเลือกตั้งส.ส.ได้จริงหรือไม่ อาจเป็นอีกกรณีหนึ่งก็เป็นได้

ทั้งนี้ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นกับเวทีปราศรัยพบปะประชาชนที่จังหวัดมหาสารคามของพรรคพลังประชารัฐเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ถือเป็นกรณีศึกษาอย่างยิ่ง เมื่อมีการนำเสนอเป็นข่าวและคลิปภาพ การลุกเดินออกจากด้านหน้าเวทีปราศรัยของผู้คนจนเหลือแต่เก้าอี้ ท่ามกลางเสียงเชิญชวนให้อยู่ฟังต่อ เพราะจะมีคนขึ้นเวทีปราศรัยอีกหลายคน แต่ไม่เป็นผล

เหตุการณ์ดังกล่าว นำไปสู่วิวาทะตอบโต้กันไปมาระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย โดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรค พปชร. ที่นำทีมปราศรัยอ้างว่าถูกใส่ร้ายเพราะมีคนร่วมฟังมากกว่า 5 พันคน แต่ที่มีคนลุกเดินออกจากหน้าเวทีเนื่องจากอากาศร้อน ตนจึงแจ้งให้ไปนั่งหลบตามใต้ร่มไม้ก่อน แต่ทางฝ่ายพรรคเพื่อไทยเจ้าของพื้นที่อย่างนายประยุทธ์ ศิริพานิชย์  อดีตส.ส.และอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวงแจกแจงว่า เป็นการให้บทเรียนกับนักการเมือง ที่ไปพูดพาดพิงโจมตีพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร จนทำให้ชาวบ้านไม่พอใจและลุกหนีกลับบ้าน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้จะยังไม่สามารถสรุปข้อเท็จจริงว่าเกิดจากอะไรกันแน่ แต่หากเป็นจริงอย่างที่แกนนำพรรคเพื่อไทยกล่าวอ้าง จะนับเป็นบทเรียนสำคัญที่พปชร. ต้องนำไปถอดรหัสและตอบโจทย์ให้ได้ว่าสามารถเป็นตัวเลือกใหม่ทดแทนพรรคเก่าได้แล้วจริงหรือไม่

ยังไม่นับรวมการเคลื่อนไหวของแกนนำกลุ่มหมู่บ้านคนเสื้อแดงอุดรธานี อย่างนายอานนท์ แสนน่าน ที่ล่าสุดระบุไปพบนายทักษิณที่สิงคโปร์ พร้อมแกนนำหมู่บ้านคนเสื้องแดงจากภาคเหนือ และตัวแทนกลุ่มเกษตรกรวิสาหกิจชุมชน เพื่อรับนโยบายขับเคลื่อนช่วยเหลือประชาชนไปปฏิบัติในพื้นที่ หลังจากก่อนหน้านี้ ได้โพสต์ภาพกับนายทักษิณ และความเคลื่อนไหวของแกนนำหมู่บ้านคนเสื้อแดงเป็นระยะๆ

ขณะที่แกนนำเสื้อแดงตัวจริงเสียงจริงแห่งอุดรธานี นายขวัญชัย ไพรพนา หลังพ้นคุกเมื่อกลางปี 2561 คดีทำร้ายกลุ่มพันธมิตรฯที่หนองประจักษ์ ได้พยายามเก็บตัวเงียบพักใหญ่ ล่าสุด ได้ออกโรงยอมรับ ที่ผ่านมาคนเสื้อแดงแกล้งตาย ไม่มีความเคลื่อนไหวเพื่อไม่ให้ถูกทหารเล่นงาน ยืนยันคนอีสานยังรักนายทักษิณ และเชื่อมั่นในพรรคเพื่อไทย รอให้ถึง 24 มีนาคม ค่อยใช้ปากกาฆ่าเผด็จการทีเดียว

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่อาจมีผลต่อสมการการเมืองปัจจุบัน ที่ต่างฝ่ายต่างขั้วอาจคิดหรือเชื่อต่างกัน แต่อันไหนของจริง ภาพไหนลวงตา อีกไม่นานจะได้คำตอบ