
SHORT CUT
เป็นเวลา 18 วันแล้ว สำหรับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง นับตั้งแต่อิสราเอลและสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีใส่อิหร่าน พร้อมสังหารผู้นำสูงสุด นำไปสู่การยิงตอบโต้อย่างต่อเนื่อง และการปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านที่ส่งผลกระทบด้านพลังงานไปทั่วโลก
ขณะที่การโจมตียังคงดำเนินต่อไป มีรายงานว่าอิสราเอลยืนยันการสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านอีกครั้ง โดยคาดว่าเป็นผู้นำด้านความมั่นคงที่มีส่วนในการบริหารประเทศท่ามกลางสงคราม จนทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า อิสราเอลสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านไปกี่คนกันแน่ แล้วพวกเขาเป็นใครบ้าง
28 ก.พ. 69
จากการโจมตีครั้งแรก รัฐบาลอิสราเอล ระบุว่า อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ถูกสังหาร พร้อมเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านกลาโหมและข่าวกรองอีกหลายคน เช่น
- อาลี ชามคานี ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงระดับสูง
- โมฮัมหมัด ปักปูร์ ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC)
- อับ ดุลราฮิม มูซาวีเสนาธิการกองทัพ
- อาซิซ นาซีร์ซาเดห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
- โมฮัมหมัด ชิราซี หัวหน้าเลขานุการทหาร
- ซาเลห์ อัสซาดี หัวหน้าหน่วยข่าวกรองทางทหาร
- ฮอสเซน จาบัล อเมเลียน ประธานโครงการนิวเคลียร์ (SPND)
- เรซา โมซาฟฟารี-เนีย อดีตโครงการนิวเคลียร์ (SPND)
3 มี.ค. 69
กองกำลังอิสราเอลได้ใช้การโจมตีทางอากาศ สังหาร มาจิด อิบนุ อัล-เรซา เพียงหนึ่งวันหลังจากที่เขาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแทนอาซิซ นาซีร์ซาเดห์
8 มี.ค. 69
อิสราเอลแถลงว่า การใช้โดรนโจมตีโรงแรมระดับสี่ดาวแห่งหนึ่งในเบรุต ได้สังหารเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เสียชีวิตอย่างน้อย4 นาย
12 มี.ค. 69
อาบู ดาร์ โมฮัมมาดี ผู้บัญชาการปฏิบัติการหน่วยขีปนาวุธของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งประจำการอยู่ในกลุ่มฮิซบอลลาห์ในกรุงเบรุต ถูกสังหาร ในการโจมตีทางอากาศ
17 มี.ค. 69
อาลี ลาริจานี เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงของอิหร่าน ซึ่งเชื่อกันว่ามีบทบาทเป็นผู้บริหารประเทศในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญกับความโศกเศร้าจากการสังหารผู้นำสูงสุด เพิ่งได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตจากการถูกสังหารระหว่างการโจมตีของอิสราเอล
รวมถึง พลเอกโกลาม เรซา โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความมั่นคงภายในที่ทรงอิทธิพล และอยู่เบื้องหลังการปราบปรามการประท้วงครั้งใหญ่มาแล้วหลายครั้ง
ส่วนโมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของอาลี คาเมเนอี ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้สืบทอดตำแหน่ง 'ผู้นำสูงสุด' ยังไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะ และอิสราเอลกำลังสงสัยว่าเขาอาจได้รับบาดเจ็บ
อย่างไรก็ตาม การสังหารผู้นำระดับสูงยังไม่มีผลกระทบต่อสงคราม มากนัก เนื่องจากกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านยังคงยิงขีปนาวุธใส่ประเทศอิสราเอลและประเทศในอ่าวอาหรับอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ อิหร่านยังได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหนึ่งในห้าของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและสั่นคลอนเศรษฐกิจโลก
ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลกล่าวว่า การโจมตีเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อทำให้รัฐบาลอิหร่านอ่อนแอลง 'เพื่อให้ประชาชนอิหร่านมีโอกาสที่จะโค่นล้มรัฐบาล' แต่หลังจากสงครามเริ่มต้นขึ้นจนถึงตอนนี้ ยังไม่มีสัญญาณของการประท้วงของประชาชน เนื่องจากการปราบปรามการประท้วงครั้งล่าสุดได้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และชาวอิหร่านส่วนใหญ่ก็กำลังหลบภัยจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล