เทพไท-มัลลิกา ปชป. ร้าวลึก จริงหรือ ?

23 มี.ค. 2563 เวลา 3:29 น.

การปะทะระหว่างสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ "ศึกใน" ที่ต้องจับตา ว่าจะนำไปสู่รอยร้าวลึก และถึงขั้นส่งผลกระทบกับเสถียรภาพของรัฐบาล หรือไม่ ?

ไม่ใช่คู่แรก และคงไม่ใช่คู่สุดท้าย ในพรรคประชาธิปัตย์ พรรคที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงอยู่ของประเทศไทย ระหว่าง นายเทพไท เสนพงศ์ หนุ่มสะตอแดนใต้ กับ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล ตั้งมหาสุข สาวเหนือแดนลิ้นจี่ลำไย

เรื่องฝ่ายหลังโดนกล่าวหาว่าพัวพันกับการส่งออกหน้ากากอนามัยไปต่างประเทศ ในช่วงสถานการณ์ไม่ปกติ คนไทยหาซื้อไม่ได้ แต่กลับไปโผล่ขายในโลกออนไลน์และมียอดส่งออกเป็นร้อยๆ ตัน นำไปสู่การยื่นหนังสือถึงหัวหน้าพรรค นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และกรรมการบริหารพรรค ให้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ท่ามกลางกระแสสังคมที่ระอุคุกรุ่น

นายเทพไท อดีตนายกองค์การนักศึกษา ม.รามคำแหง (อศมร.) อยู่กับพรรคประชาธิปัตย์มานานมาก ตั้งแต่ยังไม่ลงสมัคร ส.ส.ด้วยซ้ำไป เพราะสมัยเป็นนักศึกษา มีความใกล้ชิดกับ นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ มาก เมื่อนายชำนิได้เป็นรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย หลังเลือกตั้งกันยายน 2535 นายเทพไท จึงข้ามชั้นปาดหน้าใครๆ ไปเป็นเลขานุการ รมช.ที่มหาดไทย และได้นั่งตำแหน่งนี้อีกครั้ง ในปี 2541 หลัง นายชวน หลีกภัย ได้เสียงสนับสนุนจาก ส ส.กลุ่มงูเห่าภาคแรก 13 คน ให้เป็นนายกฯ  แทนที่ "บิ๊กจิ๋ว" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่ลาออกเพราะพิษต้มยำกุ้ง

นายเทพไท ลงสมัคร ส.ส.ปชป.ครั้งแรกปี 2548 และได้เป็น ส.ส. สมใจ จากนั้นก็ผูกขาดเป็น ส.ส.นครศรีธรรมราชมาตลอด รวมทั้งเลือกตั้งมีนาคม 2562 เส้นทางทางการเมืองรุ่งโรจน์อีกครั้ง เมื่อพรรคพลังประชาชนโดนศาลสั่งยุบพรรค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขณะเป็นหัวหน้าพรรคได้แรงหนุนจากกลุ่ม "เพื่อนเนวิน" และพรรคภูมิใจไทย ชิงจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ นายเทพไทได้เป็นโฆษกส่วนตัวหัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรี เป็นเงาเสียงคอยแถลงตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามในช่วง "ศึกกีฬาสี" ที่คุกรุ่นอยู่หลายปี กระทั่งถูกมองว่า เป็น ส.ส.ในสายนายอภิสิทธิ์

ไม่เพียงเท่านั้น นายเทพไทยังสั่งสมและขยายบารมีในสนามเลือกตั้งท้องถิ่นนครศรีธรรมราช เปิดทางให้กับพี่น้องนั่งเก้าอี้ใหญ่ในเมืองคอนชนิดหาคู่แข่งยาก แต่เส้นทางการเมืองสนามใหญ่เริ่มลุ่มๆ ดอนๆ หลังจากนายอภิสิทธิ์นำพรรคแพ้เลือกตั้งปี 62 และประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคและ ส.ส. เพื่อแสดงความรับผิดชอบ แม้ ปชป. จะได้เข้าร่วมรัฐบาล ภายใต้การนำของนายจุรินทร์ หัวหน้าพรรคคนใหม่ แต่นายเทพไทไม่ได้รับตำแหน่งทางการเมืองใดๆ และไม่มีส่วนร่วมในการบริหาร

มิหนำซ้ำ กลายเป็น "ตัวป่วน" ในรัฐบาล "บิ๊กตู่" ตั้งแต่แสดงจุดยืนให้ "บิ๊กตู่" จริงจังกับเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ การโหวตสวนญัตติตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบจากการรัฐประหาร และล่าสุด ทิ้งระบิดบอมบ์ในพรรค เรียกร้องให้ตั้งกรรมการสอบนางมัลลิกา พัวพันส่งออกหน้ากากอนามัย

ส่วน "เจ๊ติ่ง" มัลลิกา มีเส้นทางที่ผกผันไม่น่าเชื่อ จากนักกีฬาปั่นจักรยาน บ้านเกิด จ.พะเยา สู่แวดวงสื่อมวลชน เป็นนักข่าวสายการเมืองสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ประเดิมจากประจำพรรคความหวังใหม่ ยุค "พ่อใหญ่จิ๋ว" และกระทรวงมหาดไทยสมัย พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เป็น มท.1

เคยถูกแฟนคลับการเมืองล้อมกรอบกดดันระหว่างรายงานข่าวภาคสนาม กรณีพรรค ปชป. เมื่อไอทีวีล่มสลาย ได้ตัดสินใจเข้าสู่เวทีการเมือง โดยเริ่มจากพรรคมหาชนของ เสธ.หนั่น ในการเลือกตั้งปี 2548 แต่ไม่ได้รับเลือก จากนั้นย้ายเข้าพรรคประชาธิปัตย์ และลงเลือกตั้งตลอด แต่ไม่เคยสอบได้ ส.ส. เลย

อย่างไรก็ตาม กลับได้รับตำแหน่งทางการเมืองมาตลอด เคยเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายธีระ สลักเพชร สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ปี 2551 เป็นที่ปรึกษา นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีฯ หรือไอซีที ปี 2553 และล่าสุด เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ จึงถูกมองว่า เป็น ปชป. สายตรงหัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน ซึ่งกุมบังเหียนพรรค และเป็นคนตัดสินใจสุดท้ายสำหรับการเข้าร่วมรัฐบาล

การเปิดวิวาทะและบานปลายถึงขั้นตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ทั้งกรณีกักตุนและส่งออกหน้ากากอนามัย ด้านหนึ่งจึงถูกมองว่า เป็นสงครามตัวแทนระหว่าง 2 ขั้วใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ และเป้าหลักอาจไม่ใช่แค่ผลสอบ แต่อาจถึงถอน-ไม่ถอน การร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะหากผลออกมาในทางลบ

เป็น "ศึกใน" ที่ร้อนแรงอีกครั้งใน ปชป. และอาจมีผลถึงเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งหน้า ที่หลายคนในพรรคแอบหายใจไม่ทั่วท้องไว้ล่วงหน้า