ข่าว คอลัมน์

ชะตากรรม 41 ส.ส.วิบากกรรมรัฐบาลลุงตู่ 2 ?! โดย บอน ณ บางแก้ว

เวลานี้ไม่ใช่เฉพาะ 41 ส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น ที่ถูกยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติ และสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.สาเหตุจากการถือหุ้นสื่อ แต่ยังมี 55 ส.ส.จาก 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน และ 21 ส.ว.ที่จะถูกยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นเดียวกัน แต่ต่างช่องทาง..

โดย 55 ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน เป็นการเอาคืนของคนในพรรครัฐบาล ที่จะเข้าชื่อกันยื่นเรื่องผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ช่องทางเดียวกับที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่(อนค.) ยื่นตรวจสอบสถานะของ 41 ส.ส.ก่อนหน้านี้ ส่วน 21 ส.ว.เป็นการยื่นผ่าน กกต.ของอดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) ช่องทางเดียวกับที่ กกต.ยื่นดำเนินการกับ”ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ”

วันพุธที่ 26 มิ.ย.62 ศาลรัฐธรรมนูญ ได้เวลาชี้ชะตา 41 ส.ส.ว่าจะรับหรือไม่รับไว้พิจารณาวินิจฉัย..ถ้ารับจะรับไว้กี่คน..และจะมีใคร”เจอแจ๊คพอต”ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่?

ตรงนี้กระมัง! ที่ทำให้พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เป็นกังวล จึงต้องส่ง”ทศพล เพ็งส้ม” ไปยื่น 3 คำขอต่อศาลรัฐธรรมนูญ เฉพาะในส่วนของ 27 ส.ส.พปชร.!?

หนึ่ง ขอให้จำหน่ายคดี เพราะการยื่นคำร้องไม่ถูกต้องตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาล สอง ขอให้มีการไต่สวน 27 ส.ส.ก่อนจะพิจารณารับหรือไม่รับไว้พิจารณา รวมทั้ง ก่อนมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ และสามขอให้มีการคุ้มครองชั่วคราวระหว่างรอการวินิจฉัย หากต้องถูกคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่..

ต่อมาทีมกฎหมาย พปชร.มีการจัดแบ่งการต่อสู้คดีให้กับ 27 ส.ส.ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่มีความเสี่ยงมาก กลุ่มที่มีความเสี่ยงน้อย และกลุ่มที่ก้ำกึ่ง โดยดูจากเนื้อหาที่ระบุในบริคณห์สนธิ วัดว่ามีระยะใกล้ไกลจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(3) ขนาดไหน?

นั่นเท่ากับว่าฝ่ายกฎหมาย พปชร.เองก็ตระหนักอยู่ไม่น้อยว่า แม้จะเป็นเพียงวัตถุประสงค์ในบริคณห์สนธิ แต่ก็มีความหมายที่แตกต่างกัน โดยยึดมาตรฐาน”ภูเบศร์ เห็นหลอด”ผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร พรรคอนาคตใหม่ เป็นเกณฑ์วัดความหนักเบา..

เอาเป็นว่าวันพุธที่ 26 มิ.ย.นี้ ถ้า 27 ส.ส.พปชร.ไม่ชนะฟาวล์ เพราะประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้ทำเป็นคำร้องตามที่กฎหมายกำหนด แต่ยื่นเป็นหนังสือแทน! เสียก่อน ซึ่งระดับนักกฎหมายใหญ่อย่างประธาน”ชวน หลีกภัย”ไม่น่าพลาด

เดาทางตามท้องเรื่องที่ พปชร.จำแนก 27 ส.ส.ออกเป็น 3 กลุ่มแล้ว งานนี้มีหนาวแน่ๆ ส่วนจะเย็นยะเยือกขนาดไหนนั้น รับรองไม่หนีไปจากนี้ คือ ในจำนวน ส.ส. 41 คนมีทั้งที่เข้าเกณฑ์ต้องรับไว้และมีบางรายไม่เข้าเกณฑ์ก็ต้องปล่อยไปตามระเบียบ

และคงต้องมาลุ้นกันตัวโก่งว่า ที่เข้าเกณฑ์รับไว้นั้น จะมีไผเป็นไผบ้าง..กี่ราย..ที่จะเจอแจ๊คพอตให้หยุดปฏิบัติหน้าที่!?

เพราะเป็นอำนาจที่อยู่ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง ซึ่งขึ้นอยู่ที่ว่า “จะมีเหตุอันควรสงสัยให้ศาลมีคำสั่งให้สมาชิกผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่”หรือไม่?

เรื่องนี้ได้รับการยืนยันจากผู้รู้ระดับปรมาจารย์กฎหมายว่า อำนาจเบ็ตเสร็จอยู่ที่มาตรา 82 วรรคสอง นี่แหละ..ส่วนมาตรา 71 ใน พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นเพียงเปิดช่องให้ยื่นคำขอได้ทั้งผู้ร้องและผู้ถูกร้อง ส่วนจะได้ตามคำขอหรือไม่ ย่อมเป็นดุลยพินิจของศาล

มีหนังตัวอย่างจากคำร้อง กกต.ที่ขอไป 3 ข้อ กรณี”ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 1.ขอให้วินิจฉัยให้พ้นจากการเป็น  ส.ส. 2.ขอให้มีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ระหว่างรอการวินิจฉัย และ 3.ขอให้ยุติการเคลื่อนไหวใดๆ ในทางการเมือง แต่ศาลให้เฉพาะ 2 ข้อแรกเท่านั้น

สุดท้ายกรณี 41 ส.ส.หากไปไกลถึงขั้นต้องถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่แล้ว ย่อมมีผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำแน่ๆ ลำพังทุกวันนี้ต่อให้อยู่กันแบบครบๆ ก็มีเสียงมากกว่าฝ่ายค้านแค่ 8 เสียง แทบจะลุกไปเข้าห้องน้ำห้องท่าไม่ได้เวลาประชุม จึงต้องให้ ส.ส.ที่ไปเป็นรัฐมนตรีลาออก

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ไม่แปลกที่มีการยื่นร้อง 55 ส.ส.เอาคืนฝ่ายค้าน และตอนนี้ลามไปถึง 21 ส.ว.ด้วย ดังนั้น วันพุธที่ 26 มิ.ย.62 จึงไม่ใช่เฉพาะชะตามกรรม 41 ส.ส.แต่มันเป็นวิบากกรรมของรัฐบาลลุงตู่ 2 ด้วยครับ.