ทนายตั้ม จ่อส่งหลักฐาน หักล้างพยานครูปรีชา

09 ก.พ. 2561 เวลา 4:38 น.

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

กองปราบเตรียมเดินหน้า ทำคดีหวย 30 ล้านเต็มตัว หลังตำรวจภูธร ภาค 7 โอนคดีให้อย่างเป็นทางการ ด้านทนายความ ลุงจรูญ จ่อส่งหลักฐานเพิ่ม หักล้างพยาน ครูปรีชา

นายษิทธา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน ซึ่งเป็นทนายความของร้อยตำรวจโท จรูญ วิมล อดีตรองสารวัตรปราบปรามสถานีตำรวจภูธรบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี คู่กรณีคดีสลากกินแบ่งรัฐบาลมูลค่า 30 ล้านบาท กล่าวภายหลังทราบเรื่องที่ตำรวจภูธรภาค 7 มีการโอนสำนวนคดีดังกล่าวมาให้กองบังคับการปราบปราม อย่างเป็นทางการ ว่า ในช่วงเย็นวันนี้ ทีมทนายความและลูกความจะเดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม เพื่อมอบพยานหลักฐาน 2 ส่วนให้เพื่อใช้สมทบเพิ่มเติม กับหลักฐานที่จะใช้ตรวจสอบหาว่าใครคือเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาลมูลค่า 30 ล้านตัวจริง

โดยแบ่งเป็นพยานบุคคลที่ ทีมทนายความและลูกความสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติม ได้ 2 ปาก ซึ่งหนึ่งในนั้น เป็นบุคคลใกล้ชิดกับนายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา และมีข้อมูล สามารถหักล้างพยานบุคคลทั้ง 40 ปาก ฝั่งครูปรีชา ได้ทั้งหมด ขณะที่ฐานอีกส่วน เป็นพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ที่สามารถตรวจสอบและยืนยันได้ว่าใครพูดความจริง

ส่วนกรณีที่มีการเผยคลิปเสียงการสนทนากันทางโทรศัพท์ของ ครูปรีชา และ นางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ แม่ค้าขายลอตเตอรี่ ในทำนองว่านางรัตนาภรณ์ แสดงความดีใจที่ครูปรีชา ถูกรางวัล แต่เจ้าตัวกลับตอบว่าซื้อสลากอีกเลขหนึ่งและไม่ได้ถูกรางวัล โดยคลิปเสียงดังกล่าวทางทีมทนายความและลูกความได้ติดตามรับฟังแล้ว ถ้าหากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีคลิปดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานก็จะถือได้ว่าเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีอย่างมาก ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายเกรงว่าคลิปเสียงดังกล่าวจะถูกหักล้างในชั้นศาลว่า เป็นหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบ เบื้องต้นทราบว่า คลิปเสียงดังกล่าวตำรวจ กู้ได้จากโทรศัพท์มือถือของครูปรีชา หรือ นางรัตนาภรณ์ ในวันที่ตำรวจสอบสวนกลาง ติดต่อขออนุญาตนำโทรศัพท์มือถือของครูปรีชา, นางรัตนาภรณ์, และร้อยตำรวจโทจรูญ ไปตรวจสอบ ซึ่งทุกคนก็อนุญาตให้นำไปตรวจสอบได้ จึงถือว่าพยานหลักฐานดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานที่ได้มาโดยถูกต้อง และได้รับอนุญาตจากเจ้าของโทรศัพท์มือถือแล้ว ไม่ได้เป็นการดักฟังทางโทรศัพท์อย่างที่มีกระแสข่าวออกมาก่อนหน้านี้

ด้านพล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม กล่าวว่า ล่าสุดทราบข้อมูลจากกองบัญชาการสอบสวนกลางว่า มีหนังสืออย่างเป็นทางการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้โอนคดีสลากกินแบ่งรัฐบาลมูลค่า 30 ล้านมาจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 แล้ว และภายหลังจากได้ข้อมูลและสำนวนการสอบสวนจากตำรวจภูธรภาค 7 แล้วจะต้องนำมาตรวจสอบกับคำให้การของพยานบุคคลทั้ง 40 ปากว่า ข้อมูลที่ชุดสืบสวนของกองปราบปรามสามารถลงพื้นที่และสืบสวนมาได้นั้น ตรงกับคำให้การของพยานทั้งหมดหรือไม่ ส่วนกรณีที่จะมีการเรียกสอบสวนพยานทั้ง 40 ปากใหม่หรือไม่นั้นต้องรอความชัดเจนจากสำนวนทั้งหมดก่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด