ร้องสปริงนิวส์ ตามคดีรถหรูพุ่งชนบนโทลเวย์แต่ไร้ความรับผิดชอบ

11 เม.ย. 2561 เวลา 6:55 น.

นักธุรกิจชาวอังกฤษ ร้องเรียนสปริงนิวส์ ภายหลังเกิดอุบัติเหตุรถถูกชนบนโทลเวย์ แต่คดีไม่มีความคืบหน้า เพราะผ่านมา 1 เดือน ยังไม่ดำเนินคดีกับคู่กรณี

ผ่านมา 1 เดือน ยังไม่ดำเนินคดีกับคู่กรณี

สปริงนิวส์ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายกาเรท โวน ฮิวจ์ สัญชาติอังกฤษ อายุ 56 ปี Managing Director บริษัท RSM (Thailand) Limited ให้ช่วยติดตามคดี กรณีเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ยี่ห้อบีเอ็มดับบลิว รุ่น เอ็มสี่ ทะเบียน ฉล 1111 กรุงเทพฯ พุงชนรถยนต์ตนเองยี่ห้อโตโยต้า รุ่นเอสติม่า จี ทะเบียน 3 กฮ 7950 กรุงเทพมหานคร บนโทลเวย์ บริเวณตึกเบญจจินดา ถ.วิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ตนเอง เพื่อนอีก 2 คน และคนขับรถ รวม 4 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยทั้งหมดได้แจ้งความไว้ที่ สน.วิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2561 แต่จนถึงขณะนี้เรื่องยังไม่มีความคืบหน้า

นักธุรกิจชาวอังกฤษ ร้องเรียนสปริงนิวส์ ภายหลังเกิดอุบัติเหตุรถถูกชนบนโทลเวย์ แต่คดีไม่มีความคืบหน้า เพราะผ่านมา 1 เดือน ยังไม่ดำเนินคดีกับคู่กรณี

เกรงว่าเจ้าหน้าที่จะไม่ดำเนินคดีกับอีกฝ่าย

จากการพูดคุยกับนายกาเรท ซึ่งได้ระบุว่า เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้ตนเองรู้สึกตกใจและช็อคที่รถถูกชนอย่างแรง ก่อนจะเช็คร่างกายว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ ซึ่งทุกคนภายในรถรู้สึกตัวดี ระหว่างนั้นก็มีพลเมืองดีและกู้ภัยเข้าให้การช่วยเหลือนำตัวออกมาจากรถ ก่อนจะเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมเข้าใจว่าจะนัดเรียกคู่กรณีมาเจรจากันในเช้าวันรุ่งขึ้น แต่ก็ไม่มีการปรากฏตัวของอีกฝ่าย ทำให้ตนเองรู้สึกกังวล เพราะเกรงว่าเจ้าหน้าที่จะไม่ดำเนินคดีกับอีกฝ่าย

นักธุรกิจชาวอังกฤษ ร้องเรียนสปริงนิวส์ ภายหลังเกิดอุบัติเหตุรถถูกชนบนโทลเวย์ แต่คดีไม่มีความคืบหน้า เพราะผ่านมา 1 เดือน ยังไม่ดำเนินคดีกับคู่กรณี

 นอกจากนี้นายกาเรท ยังบอกด้วยว่า ที่ผ่านมาได้เดินทางไปติดตามความคืบหน้าที่ สน.วิภาวดี กับการดำเนินคดีกับคู่กรณีคือเจ้าของรถบีเอ็มดับบลิว ซึ่งมีชื่อปรากฎในใบขับขี่คือนายธนานันท์ วิไลลักษณ์ ซึ่งทาง สน.ก็ได้นัดให้ปากคำถึง 4 ครั้ง คือ วันที่ 11 มีนาคม วันที่ 18 มีนาคม วันที่ 22 มีนาคม และวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา แต่ทั้ง 4 วัน นายธนานันท์ไม่เคยเดินทางมา มีเพียงทนายและเลขาฯเท่านั้น พร้อมยืนยันไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการแสดงความรับผิดชอบและมาขอโทษ เนื่องจากจนถึงขณะนี้ยังไม่มีความรับผิดชอบใดจากคู่กรณี ทั้งนี้อยากเตือนให้ทุกคนอย่าขับรถโดยประมาท เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอด และอาจจะไม่โชคดีเหมือนกับตนเอง