ปปป. ส่งสำนวนทุจริตเงินทอนวัดล็อต 3 เพิ่มเติมให้ ป.ป.ช. พิจารณา

23 เม.ย. 2561 เวลา 9:46 น.

รองผู้การ ปปป. หอบสำนวนคดีทุจริตเงินทอนวัดล็อต 3 เพิ่มเติมให้ ป.ป.ช. พิจารณา พบมีพระสงฆ์อีก 7 รูป เกี่ยวข้อง

พ.ต.อ.วรายุทธ สุขวัฒน์ รองผู้บังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. พร้อมพนักงานสอบสวน นำแฟ้มสำนวนคดีเงินทอนวัดล็อต 3 จำนวน 8 แฟ้ม กว่า 4,000 หน้า แบ่งเป็น 7 วัด ผู้ต้องหา 20 คน แบ่งเป็นพระสงฆ์ 7 รูป และ ฆราวาส 13 คน มาส่งมองให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพิ่มเติม หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยส่งสำนวนให้พิจารณาไปแล้ว

รองผู้การ ปปป. หอบสำนวนคดีทุจริตเงินทอนวัดล็อต 3 เพิ่มเติมให้ ป.ป.ช. พิจารณา พบมีพระสงฆ์อีก 7 รูป เกี่ยวข้อง

โดยพระสงฆ์ 7 รูปที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องนั้น พ.ต.อ.วรายุทธ ระบุว่า ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นพระสงฆ์ระดับใด และ ฆราวาส ที่เกี่ยวข้อง มีเจ้าหน้าที่จาก สำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) กลุ่มใหม่เกี่ยวข้องด้วย แต่ก็ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เช่นกัน ส่วน 7 วัดใหม่ที่นำมายื่นเพิ่มเติมนั้น เป็นวัดในเขตพื้นที่ทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่นที่จังหวัดอุดรธานี ที่ได้มีการลงพื้นที่ไปตรวจสอบเมื่อวานนี้

รองผู้การ ปปป. หอบสำนวนคดีทุจริตเงินทอนวัดล็อต 3 เพิ่มเติมให้ ป.ป.ช. พิจารณา พบมีพระสงฆ์อีก 7 รูป เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกันจากพยานหลักฐาน ในการทุจริตยังพบว่า กลุ่มที่ดำเนินการนั้น มีพฤติการณ์ใกล้เคียงกับ กลุ่มผู้ต้องหา ล็อต 1 และ 2 คือมีการทุจริตเงินทอนของเงินสนับสนุน 3 ประเภทคือ 1.เงินอุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์และพัฒนาวัด 2.เงินอุดหนุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และ 3.เงินอุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา แผนกธรรม และแผนกบาลี โดยล็อตนี้มีมูลค่าความเสียหายกว่า 140 ล้านบาท

สำหรับ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่เข้าให้ข้อมูลและร้องทุกข์คดีทุจริตเงินทอนวัดล็อต 3 ขณะนี้ พ.ต.อ.วรายุทธ ระบุว่า ครบถ้วนแล้วไม่จำเป็นที่ ผอ.สำนักพุทธฯจะต้องเดินทางมาให้ข้อมูลอีก ยกเว้นมีหลักฐานเพิ่มเติม หรือ ทางคณะอนุกรรมการชี้มูลของ ป.ป.ช.ต้องการพยานหลักฐานในส่วนใดก็จะประสานมาที่ ปปป.ไปสอบเพิ่มเติม