
SHORT CUT
กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดผลสำรวจล่าสุด พบตัวเลขที่ชวนกังวล เมื่อคนไทยถึง 48.32% มีเงินสำรองฉุกเฉินไม่ถึง 1 เดือน และอีก 35.24% มีเงินสำรองเพียง 1-3 เดือนเท่านั้น
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ค่าครองชีพสูง และรายได้ไม่สอดคล้องกับรายจ่าย สะท้อนให้เห็นภาพชัดเจนว่า ‘คนไทยกำลังลำบาก’ และมีเงินเก็บลดลงอย่างน่ากังวล ล่าสุด กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดเผยข้อมูลสำรวจที่ตอกย้ำความเปราะบางทางการเงินของครัวเรือนไทย เมื่อพบว่าประชาชนจำนวนมากมีเงินสำรองไม่เพียงพอสำหรับรับมือเหตุฉุกเฉิน
‘ยรรยง ราชานนท์’ ผู้ช่วยเลขาธิการกองทุนการออมแห่งชาติ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ เปิดเผยผลสำรวจของสวนดุสิตโพล เรื่อง ‘คนไทยกับการรับมือปัญหาเศรษฐกิจ’ พบว่า คนไทยร้อยละ 48.32 มีเงินสำรองฉุกเฉินไม่ถึง 1 เดือน ขณะที่ร้อยละ 35.24 มีเงินสำรองอยู่ในช่วง 1-3 เดือน ส่งผลให้รวมแล้วกว่า 83.56% ของประชาชนอยู่ในภาวะเสี่ยงทางการเงิน หากเกิดเหตุไม่คาดคิด เช่น การตกงาน เจ็บป่วย หรือรายได้หยุดชะงัก อาจนำไปสู่การก่อหนี้และปัญหาการเงินในระยะยาว
ยรรยง ระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวเปรียบเสมือน ‘ระเบิดเวลา’ ที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินของครัวเรือนและระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง จึงจำเป็นต้องเร่งสร้างวินัยทางการเงิน โดยแนะนำให้ประชาชนใช้แนวทางบริหารเงินแบบ ‘50-30-20’ แบ่งรายได้ออกเป็น 50% สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น 30% สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัว และ 20% สำหรับการออมและการลงทุน พร้อมตั้งเป้าหมายสร้างเงินสำรองฉุกเฉินให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 3-6 เดือน เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับมือความไม่แน่นอน
นอกจากนี้ กอช. ยังถูกยกเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการสร้างหลักประกันทางการเงิน โดยเฉพาะสำหรับแรงงานนอกระบบ อาทิ อาชีพอิสระ พ่อค้าแม่ค้า ฟรีแลนซ์ รวมถึงนักเรียนและนักศึกษา อายุระหว่าง 15-60 ปี ที่ยังไม่มีระบบบำนาญรองรับ โดยสามารถเริ่มออมได้ตั้งแต่ 50 บาทต่อครั้ง สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี และไม่จำเป็นต้องออมเท่ากันทุกเดือน
จุดเด่นของการออมผ่าน กอช. คือ รัฐบาลจะสมทบเงินออมให้ตามช่วงอายุ สูงสุดถึง 100% แต่ไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี อีกทั้งยังสามารถนำเงินออมไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง และเมื่ออายุครบ 60 ปี สมาชิกจะได้รับเงินบำนาญรายเดือนตลอดชีวิต ช่วยสร้างความมั่นคงในช่วงหลังเกษียณ
ทั้งนี้ กอช. ย้ำว่า การออมไม่ใช่ภาระ แต่เป็นการวางรากฐานเพื่ออนาคตในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน วินัยทางการเงินและการเริ่มต้นออมตั้งแต่วันนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยน ‘ความเปราะบาง’ ให้กลายเป็น ‘ความมั่นคง’ ในอนาคต