อาชญากรรม

เรื่องร้อนรอบวัน : ทลายตลาด สู่ศึก สีกากี “บิ๊กโจ๊ก VS สันธนะ” [คลิป]

จากกรณีตำรวจนำกำลัง เข้าปิดล้อมตรวจค้น ตลาดใหม่ดอนเมือง 5 วันติดต่อกันเพื่อตรวจสอบร้านค้าภายในตลาดหลังพบข้อมูล ว่าร้านค้าหลายร้านได้นำสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน และการรับรองจากสำนักงานอาหารและยา มาขาย พบผู้กระทำผิดจำนวน 186 ร้านค้า และสามารถยึดผลิตภัณฑ์ไม่ได้คุณภาพ 300,000 กว่ารายการ

ตลาดเปิดทำการวันแรก

และวันนี้ (7 พ.ค.) ถือเป็นวันแรกที่กลุ่มผู้ค้าในตลาดใหม่ดอนเมือง ที่ไม่ได้ถูกตำรวจเข้าตรวจค้น หรือพบสิ่งผิดกฎหมาย ต่างทยอยเดินทางเข้ามาเปิดร้านค้า เพื่อดำเนินการค้าขาย แต่ก็ยังมีกำลังตำรวจ บางส่วนเข้ามาดูแลความปลอดภัยโดยรอบ และมีการตรวจตราตั้งแต่ปากทางจนถึงบริเวณด้านในของตลาด และมีผู้เดินทางมาจับจ่ายซื้อสินค้าจำนวนไม่มากเนื่องจากยังไม่มั่นใจว่าผู้ค้าในตลาดจะเปิดร้านหรือไม่

“บิ๊กโจ๊ก – กรมธนารักษ์ กำจัดอิทธิพลมืด”

ซึ่งในการนำกำลังเข้าตรวจสอบครั้งนี้ประกอบด้วย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมด้วย พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 นำกำลังตำรวจ เจ้าหน้าที่กรมธนารักษ์ กรมสรรพากร และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เข้าตรวจค้นสำนักงานฝ่ายปฏิบัติการตลาดใหม่ดอนเมือง เพื่อรวบรวมหลักฐานการเรียกเก็บค่าคุ้มครอง กำจัดอิทธิพลมืดตามคำสั่ง พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ซึ่งการตรวจค้น มี 2 ด้วยกัน โดยจุดแรก เป็นการตรวจค้นบริเวณตลาดพลาซ่าริมน้ำ ภายหลังจากที่เมื่อวานนี้ ( 6 พ.ค.) เจ้าหน้าที่พบว่ามีการเปิดเป็นสำนักงานและมีเอกสารที่ระบุชื่อของตัวแทนเจ้าของตลาดและเอกสารการจ่ายค่าสาธารณูปโภคต่างๆ

ส่วนจุดที่ 2 อยู่ที่สำนักงานบริษัทพัฒนาตลาดใหม่ดอนเมืองจำกัด ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น เลขที่ 199/132 ถึง 133 ซึ่งภายในเป็นสำนักงานของบริษัทที่ดูแลการเช่าและการบริหารจัดการตลาดใหม่ทั้งหมด ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จากตรวจสอบเรื่องการเสียภาษีประจำปี ภาษีโรงเรือน การเก็บค่าเช่า และรูปแบบการดัดแปลงหรือก่อสร้างภายในตลาด

“ผู้เช่า ร้องมีการเก็บค่าคุ้มครอง”

ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ยอมรับว่า มีการร้องเรียนจากผู้เช่าที่ค้าขายในตลาดใหม่ดอนเมือง ว่ามีการเรียกเก็บค่าคุ้มครอง แต่เชื่อว่าเป็นความผิดเฉพาะบุคคล ไม่ได้เป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพล แต่ก็ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด และขอเวลา รวบรวมพยานหลักฐานก่อน คาดว่าภายใน 1-2 วันจะมีความชัดเจนยิ่งขึ้น หากมีความเชื่อมโยงกับใครก็จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ขณะที่ กรมธนารักษ์ ได้ตรวจสอบสัญญาเช่าพื้นที่ ระหว่างผู้ค้ากับบริษัท รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับตลาด เนื่องจากการตรวจสอบที่ผ่านมา พบการกระทำความผิดหลายข้อหา

“สันธนะ ตอบโต้ เผยอัดอั้น”

ด้าน พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรอง ผู้กำกับการตำรวจสันติบาล ในฐานะที่ปรึกษาตลาดใหม่ดอนเมืองตั้งโต๊ะแถลงข่าวอีกครั้ง โดยยอมรับ ว่าการที่ตำรวจบุกตำรวจค้นตลาดใหม่ดอนเมือง 5 วันติดทำให้ตัวเองรู้สึกอัดอั้น ดังนั้นจึงมีการติดต่อไปยัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อพูดคุยเจรจา ในบางเรื่องที่ไม่เปิดเผยได้ซึ่งรู้กัน 2 คน ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ติดต่อกลับมาบอกว่าติดราชการอยู่ต่างจังหวัดจะติดต่อกลับมาภายหลัง

“สันธนะ ขอโทษผู้ค้า ปัดไม่มีเก็บค่าคุ้มครอง”

พร้อมกันนี้ พ.ต.ท.สันธนะ ได้ขอโทษ กลุ่มผู้ค้าที่ตนออกมาโต้แย้งการปฎิบัติหน้าที่ของตำรวจจนทำให้ผู้ค้าในพื้นที่เดือดร้อนจากการตรวจค้น ส่วนปัญหาทั้งหมดเริ่มจากความขัดแย้งของตนเอง กับ รุ่นพี่ในสถาบันเตรียมทหารที่มีอำนาจอยู่ในขณะนี้ ทำให้รุ่นพี่รายดังกล่าวไม่พอใจกรณีเข้ามาเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยการบริหารจัดการตลาด ระหว่าง นายไชยา สะสมทรัพย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับ ผู้บริหารบริษัทพัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง นายสุชาติ โชว์วิวัฒนา โดยมีการโชว์สลิปการโอนเงินเดือนละ 1 แสนบาท ตั้งแต่มีนาคม-ตุลาคม 2559 ซึ่งเป็นเงินที่โอนให้เพื่อชดเชยความเสียหายระหว่างที่นายไชยา เตรียมเข้ามาบริหารตลาด ส่วนการเก็บค่าคุ้มครองนั้นยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ขณะที่เรื่องความเสียหายอาคารสถานที่เกิดขึ้นในช่วงผู้ดูแลตลาดคนเก่าซึ่งปัจจุบันถูกออกจากบริหารตลาดไปแล้ว

“บิ๊กโจ๊ก เผยหลังคุย กรรมการบริหารพัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง”

และในระหว่างที่ พ.ต.ท.สันธนะ กำลังแถลงข่าวอยู่นั้น พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ได้เชิญ สุชาติ โชว์วิวัฒนา กรรมการบริหารพัฒนาตลาดใหม่ดอนเมืองจำกัด เข้าพูดคุยเกี่ยวกับกลุ่มอิทธิพล ที่เรียกเก็บค่าคุ้มครอง มานานกว่า 2 ปี พร้อมขอความร่วมมือในการเข้าตรวจค้นและตรวจสอบตลาด โดยใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมง ในการพูดคุย

ซึ่ง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า ในการพูดคุย นายสุชาติ ยอมรับว่า มีการแบ่งเช่าสัญญาแต่ยังไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดใดมากกว่านี้ พร้อมนำหลักฐานบางส่วนมาให้ และยินยอมให้ตำรวจสามารถเข้าตรวจสอบตลาดได้ และในวันพรุ่งนี้ (8 พ.ค.) รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และกรมธนารักษ์ ป.ป.ง. จะนำหลักฐานและข้อมูลที่ได้รับจากประชาชนรวมทั้งข้อมูลทางการข่าวที่มีมาพิจารณาและประชุมกันที่กองบังคับการตำรวจนครบาล2 เพื่ิอพิจารณาว่ามีเรื่องใดที่เข้าข่ายการกระทำความผิดบ้าง ก็จะต้องดำเนินคดี

“ตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์”

นอกจากนี้ รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ยังกล่าวถึง การตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์กดขี่ข่มเหง รังแกเเละเรียกเก็บค่าคุ้มครอง ว่าในเวลานี้มีการตั้งศูนย์ดังกล่าวแล้วที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนหรือกลุ่มผู้ค้าสามารถมาร้องเรียนได้ และเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจและสบายใจด้วย ส่วนการตรวจสอบพื้นที่ พื้นที่ยังพบว่าบริเวณร้านอเมซอนได้ต่อเติมอาคารผิดกฎหมายจึงต้องสั่งห้ามใช้พื้นที่ดังกล่าว ร้านดังกล่าวจึงต้องปิดลง พร้อมย้ำให้กลุ่มผู้ค้าขายเฉพาะสินค้าที่ถูกกฎหมายเท่านั้น

“สันธนะ รับทราบข้อหา”

คล้อยหลัง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เพียงไม่นาน พ.ต.ท.สันธนะ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง เพื่อรับทราบข้อหา ดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะเข้าปฎิบัติงาน ตรวจค้นผลิตภัณฑ์สินค้าเครื่องสำอาง ที่ไม่ได้มาตราฐานและสินค้ามีเลข อย.ปลอม เครือข่ายบริษัทเมจิกสกิน ตามหมายเรียก ซึ่งเจ้าตัวระบุ เป็นการให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ และแสดงความบริสุทธิ์ใจ อีกทั้งคิดว่าตัวเองไม่ได้ทำผิด เพราะกระแสข่าวที่มีผู้ร้องเรียนว่ามีการเก็บค่าคุ้มครองนั้น ยอมรับว่าก่อนหน้านี้เคยมีแต่ ไม่ได้เป็นช่วงที่ตัวเองเข้ามาทำหน้าที่ดูแลตลาด พร้อมทั้งได้พยามยามแก้ปัญหาผู้เก็บค่าคุ้มครองผู้ค้า ยืนยันว่าปัจจุบันไม่มีผู้เรียกเก็บค่าคุ้มครองแล้ว

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ส่วนแนวทางการเจรราเพื่อหาทางออกของทุกฝ่าย พ.ต.ท.สันธนะพร้อมที่จะเข้าเจรจา แต่จะต้องเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายหลังได้คุยโทรศัพท์กับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินั้น ยังไม่ได้เจรจากัน เนื่องจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติติดภาระกิจที่จังหวัดบุรีรัมย์ และเชื่อว่าการถูกดำเนินคดี เป็นเรื่องทางการเมือง เพราะมีบางกลุ่มไม่ชอบตัวเอง จึงทำให้มีการพยายามกลั่นแกล้ง ซึ่งตัวเองก็พร้อมที่จะดำเนินการกลับ สำหรับผู้ที่พยามยามใส่ร้ายให้สังคมเข้าใจว่าตัวเองเป็นคนไม่ดี