ตำรวจนครบาล จับมือตะเวนขโมยรถยนต์ในพื้นที่กทม. พร้อมยึดของกลาง หลายคัน

ตำรวจนครบาล ติดตามจับกุม ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุตระเวนขโมยรถยนต์ในหลายพื้นที่ก่อนนำไหสวมซากเพื่อขายต่อให้กับลูกค้า

รถยนต์ 16 คัน ได้แก่ รถโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ 3 คัน รถกระบะ 4 คัน รถเก๋ง 8 คัน และรถตู้แวน 1 คัน รถจยย. 7 คัน ชุดสว่านไฟฟ้า 1 ชุด แผ่นป้ายทะเบียน 9 แผ่น เอกสารคู่มือประจำรถ 10 ชุด แผ่นเพลทแสดงหมายเลขเครื่องและหมายเลขตัวถังรถ 9 แผ่น ยังแผ่นเพลทที่ยังไม่ตอกหมายเลข 40 แผ่น และอะไหล่รถหลายรายการ คือของกลางที่ ตำรวจสืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ยึดได้จาก นายวีรวัฒน์ จันทร์กลาง หนึ่งในผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุตระเวนลักรถในหลายพื้นที่ ภายในบ้านพักแห่งหนึ่งย่านสมุทรปราการ

พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า สืบเนื่องจาก 1 ปีที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้รับแจ้งรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ หายไปกว่า 80 คัน เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบจนทราบว่ามีแก๊งคนร้ายมีพฤติการณ์ตระเวนโจรกรรมรถยนต์ ในเขตกรุงเทพมหานคร,จ.สุพรรณบุรี จ.สระแก้ว และจ.สมุทรปราการ จึงได้สืบสวนหาข่าวและรวบรวมพยานหลักฐานจนทราบว่ากลุ่มคนร้ายนำรถที่โจรกรรมมาได้ไปซุกซ่อนที่ใด

กระทั่งวันที่ 26 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นของศาลอาญา เข้าตรวจค้นบ้านพักที่คนร้ายนำรถที่ลักมาไปซุกซ่อน จำนวน 9 จุด ในเขตพื้นที่ จ.สระแก้ว จ.สมุทรปราการ จ.นนทบุรี จ.สุพรรณบุรี จ.ปทุมธานี สามารถตรวจยึดรถของกลางที่ลักมาจากผู้เสียหายได้ 2 คัน รถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ 5 คัน และรถที่เกี่ยวข้องกับคดีอีก 9 คัน พร้อมจับกุมนายวีรวัฒน์ ไว้ได้ ส่วนผู้ร่วมขบวนการอีก 2 ราย คือนายสุชาติ รอดหงส์ทอง และนายรุ่งโรจน์ นาคเกษม หลบหนีไปได้

ซึ่งจากการสอบสวน นายวีรวัฒน์ ให้การรับสารภาพว่า แก๊งของมีจำนวน 3 คน โดยมีนายสุชาติ ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าแก๊ง คอยติดต่อรับงานจากกลุ่มนายหน้า ตนทำหน้าที่เป็นคนขับรถตระเวนหารถที่เป็นเป้าหมายในการลักทรัพย์ และนายรุ่งโรจน์ทำหน้าที่จัดสัญญาณกันขโมย เปิดล็อคประตู และสตาร์ทเครื่องรถที่ลัก ทั้งนี้ก่อนเริ่มงานผู้จ้างวานจะจ่ายเงินมัดจำให้กับกลุ่มผู้ต้องหาเป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท จากนั้นพวกตนจะออกตระเวนหาลักทรัพย์รถยนต์ที่จอดไว้ในที่ลับตา หรือตามหมู่บ้านที่ไม่มี รปภ. เมื่อสามารถลักรถยนต์ คันดังกล่าวออกมาได้แล้วจะนำไปซุกซ่อนไว้ที่อู่รถย่าน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี และเปลี่ยนแปลงสภาพ ภายนอกเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ก่อนจะส่งต่อรถไปที่อู่รถยนต์ใน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งรับสวมซากรถที่เกิดอุบัติเหตุ จากนั้นจะนำรถที่สวมซากแล้วไปขายใน ตลาดรถมือสอง เต้นท์รถ หรือนำไปโพสต์ขายตามเพจเฟสบุ๊ค โดยบอกว่าเป็นรถหลุดจำนำราคาถูก ซึ่งการขายแบบรถหลุดจำนำจะทำให้ได้ราคามากกว่าการขายแบบรถลักมา ซึ่งหากผู้ที่ซื้อมาแล้วจะไม่สามารถโอนเล่มทะเบียนได้ หรือส่งขายให้กับประเทศเพื่อนบ้าน(กัมพูชา,ลาว,พม่า) เมื่อสามารถขายรถให้ลูกค้าได้แล้ว กลุ่มผู้ต้องหาจะ ได้รับค่าตอบแทนสำหรับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ คันละประมาณ 150,000 – 200,000 บาท และรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ ได้ค่าตอบแทนคันละ 200,000-350,000 บาท

จากแนวทางการสืบสวนทราบว่านายวีรวัฒน์ เคยมีประวัติถูกดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์รถยนต์,ชิงทรัพย์ และยาเสพติด ส่วนผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่ คือนายสุชาติ มีประวัติถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด และนายรุ่งโรจน์ ถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด เพิ่งพ้นโทษมาเมื่อต้นปี 2560 ทั้งนี้จากการตรวจสอบเงินหมุนเวียนในกลุ่มดังกล่าวมีประมาณ 60-70 ล้าน โดยตำรวจจะประสาน ป.ป.ง. เพื่ออายัดทรัพย์ต่อไป

เบื้องต้นแจ้งข้อหานายวีรวัฒน์ ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะติดตามผู้ต้องหาที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

รายงานข่าวแจ้งว่าจากการขยายผลสามารถตรวจยึดของกลางรถแวน ยี่ห้อเบ๊นซ์ หมายเลขทะเบียน ฮล 9678 กรุงเทพมหานคร ได้จากบ้านเลขที่ 98/47ม.1 ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พบของกลางเป็นสมุดใบสั่งกองบังคับการตำรวจจราจร รหัส 7612 ซึ่งเป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจยศ ร.ต.ท. สังกัด บก.จร. ตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวเป็นผู้ร่วมขบวนการด้วย โดยทำหน้าที่เป็นผู้สั่งออเดอร์และโอนเงินให้กับกลุ่มผู้ต้องหาครั้งละ 5,000 บาท ก่อนออกไปตระเวนลักรถ และรับซื้อรถที่สามารถลักมาได้ จากการสอบสวน ร.ต.ท. รับว่าสั่งออเดอร์โอนเงินล่วงหน้าไปจำนวน 5 คัน ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ยังไม่ขอให้การ