อาชญากรรม

ให้ออกจากราชการ….! อดีตผู้บังคับการภูธรจังหวัดเลย ทุจริตโครงการรวมหนี้

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยัน ลงนามให้ อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย และ ลูกน้องคนสนิท ออกจากราชการไว้ก่อน จากการที่ถูกกล่าวหามีส่วนเกี่ยวข้อง ทุจริตโครงการรวมหนี้และบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย

พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคล้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าในการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย และพ.ต.อ.เฉลิม ยอดปทุม ผู้กำกับการอำนวยการ ตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู ลูกน้องคนสนิทที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันก่อเหตุ ทุจริตโครงการรวมหนี้และบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย ว่าล่าสุด ได้ลงนามคำสั่งให้ นายตำรวจทั้ง 2 ออกจากราชการไว้ก่อนตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคมา ที่ผ่านมา เพื่อความสะดวกในการสืบสวนทางคดีและทางวินัย หลังกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ดำเนินคดีอาญา และพล.ต.ต.สุทิพย์ ได้เข้ารายงานตัวต้องคดีอาญาที่สำนักงานกำลังพลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ กล่าวว่า การตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงนั้น มีการกำหนดกรอบระยะเวลา ไม่เกิน 270 วัน คณะกรรมการก็จะมีมติ ซึ่งโทษจะมีทั้งปลดออก หรือให้ออกจากราชการ แต่ถ้ามติลงความเห็นว่าไม่มีความผิด ผู้ถูกกล่าวสามารถร้องขอกลับเข้ารับราชการได้เหมือนเดิม

ส่วนคดีอาญา พนักงานสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ก็ดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน ซึ่งที่ผ่านมาตนเองก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด แต่ก็รับทราบข่าวว่ามีพยานหลักฐานชัดเจนในการดำเนินคดีอาญาในข้อหาฉ้อโกงประชาชน

พร้อมยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ส่วนการเยียวของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมีเพียงการดูแลสิทธิตามสมควร ซึ่งผู้เสียหายจะต้องไปฟ้องแพ่งดำเนินคดีกันเอง แต่ก็ยอมรับว่าเห็นใจผู้ใต้บังคับบัญชา จึงได้สั่งการให้มีการสร้างรายได้และอาชีพที่เหมาะสมกับข้าราชการตำรวจที่ได้รับผลกระทบ

ขณะที่พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็ได้สั่งการให้มีการสืบสวนสอบสวนเอาผิดทั้งทางอาญาและทางวินัยไปตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมทั้งสั่งการให้ทุกกองบัญชาการตำรวจทั่วประเทศ ตรวจสอบผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ให้เกิดกรณีลักษณะนี้ขึ้นอีก

สำหรับคดีนี้มีผู้เสียหายเป็นข้าราชการตำรวจภูธรจังหวัดเลย 192 นาย ถูกพล.ต.ต.สุทิพย์ ชักชวนให้ลงทุนในโครงการรวมหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย เพื่อเป็นกองทุนบริหารจัดการหนี้ ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือชำระหนี้ให้กับสมาชิก แต่ทางโครงการกลับไม่เคยได้นำเงินไปใช้หนี้ให้สมาชิกจริง ทำให้สมาชิกซึ่งเป็นข้าราชการตำรวจหลายนายถูกเจ้าหนี้ตามทวงหนี้ ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก มูลค่าความเสียหายกว่า 229 ล้านบาท