คนงานดีดเจดีย์ เล่าวินาทีระทึก...ก่อนทรุดทับร่างเพื่อนร่วมงานดับ [คลิป]

26 ก.ย. 2561 เวลา 3:56 น.

คนงานดีดเจดีย์ วัดพระยาทำ รับยังผวากับเหตุการณ์เจดีย์หล่นทับเพื่อนร่วมงาน ด้านผู้คุมงาน ยันทำตาขั้นตอนกรมศิลป์ทุกประการ

ผู้รับเหมาดีดเจดีย์ หอระฆังภายในวัดพระยาทำวรวิหาร ที่ทรุดตัวลงมาทับคนงานจนมี ผู้บาดเจ็บ 11 คน เสียชีวิต 1 คน เดินทางมายังพื้นที่ เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อช่วยกันเก็บอุปกรณ์การทำงาน ออกจากใต้ฐานเจดีย์

ขณะที่ นายจันทร คงยิ่งหาญ 1 ในคนงานที่อยู่ในเหตุการณ์ และไดรับบาดเจ็บศรีษะแตก ได้เล่าถึงวินาทีก่อนเกิดเหตุว่า ก่อนที่ช่างจะดีดเจดีย์ขึ้นคนงานทุกคนจุดธูปขอขมาให้ทำงานปลอดภัย และทำการดีดทีละ 1 มิลลิเมตร จนใกล้เที่ยง ตนนั่งพักและได้ยินเสียงลั่น ก่อนที่ยักษ์จะหล่นลงมาทับร่างเพื่อนร่วมงาน ซึ่งตนก็โดนเศษปูนหล่นใส่ศรีษะแตก ตนและคนที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยพยายามช่วยเพื่อนร่วมงาน และเรียกหาผู้เสียชีวิตแต่ไม่มีเสียงตอบกลับ คิดว่าไปถูกส่งโรงพยาบาลแล้ว ยอมรับวันนี้ยังหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเช้าจุดธูปขอขมาอีกครั้ง

คนงานดีดเจดีย์ วัดพระยาทำ รับยังผวากับเหตุการณ์เจดีย์หล่นทับเพื่อนร่วมงาน ด้านผู้คุมงาน ยันทำตาขั้นตอนกรมศิลป์ทุกประการ

ด้านผู้คุมงานบอกว่า เจดีย์อยู่ในสภาพเอียงค่อนข้างมาก ทางกรมศิลป์ จึงให้มาดีดขึ้นเพื่อซ่อมแซม ซึ่งทำตามขั้นตอนทุกอย่าง และไม่คาดคิดว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้น

คนงานดีดเจดีย์ วัดพระยาทำ รับยังผวากับเหตุการณ์เจดีย์หล่นทับเพื่อนร่วมงาน ด้านผู้คุมงาน ยันทำตาขั้นตอนกรมศิลป์ทุกประการ

ขณะเดียวกัน สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ได้ประสานความร่วมมือกับภาควิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในการนำเทคโนโลยีเครื่องสแกน 3 มิติ มาตรวจสอบสภาพ พื้นที่อีกครั้ง ว่าจะมีเกิดการล้มลงมาหรือไม่

ซึ่งนายวิชิต อรุณมานะกุล วิศกรโยธาเชียวชาญกรมโยธาแหละผังเมือง กล่าวว่า วันนี้เข้ามาดูแลในส่วนของกฏหมายและความปลอดภัยในการทำงาน โดยบื้องต้นเจดีย์ดังกล่าว ยังคงอยู่ในแนวดิ่งไม่เอียงปมากกว่านี้แล้ว

ด้านผศ.ดร.ชัยณรงค์ อธิสกุล รองผู้อำนวยการโครงการเทคโนโลยีวิศวกรรมโยธา นำเครื่อง 3 D เลเซอร Scanning มาเก็บขนาดเสมือนจริงหลังจากที่ได้รับการร้องขอจากกรมศิลปากร ว่าเครื่องนี้มีคุณสมบัติเหมือนตาเห็น ซึ่งจะดูภาพรวมของข้อมูลพิกัดมิติ รูปทรง ซึ่งจะสะดวกแก่การวิเคราะห์ ข้อมูล โดยหลังจากนี้ จะนำข้อมูลไปประมวลภาพจากคอมพิวเตอร์ว่ามีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหนก่อนบูรณะซ่อมแทรมอีกครั้ง แต่จากการประเมินด้วยตาเปล่า พบว่าหากไม่มีปัจจัยเข้ามาแทรก ก็จะยังคงสถานะอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ

สำหรับเครื่องมือดังกล่าวที่ผ่านมาเคยนำไปใช้สแกนโบราณสถานที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยามาก่อนและผลมีความแม่นยำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด