เปิดเส้นทางของ "สันธนะ" จากบิ๊กตำรวจสู่การถอดยศ

24 ต.ค. 2561 เวลา 4:48 น.

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

พ.ต.ท. สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับการตำรวจสันติบาล 2 ที่กลับเข้ามาในพื้นที่ข่าวอีกครั้งในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา จากเหตุการณ์  พล.ต.ต. นราเดช กลมทุกสิ่ง ผบก.สกพ. ขณะที่อีกฝ่ายนำกำลังเข้าค้นตลาดใหม่ดอนเมือง เส้นทางบนสายสีกาของ พ.ต.ท. สันธนะ  ผ่านมาหลากหลายตำแหน่ง เคยดำรงตำแหน่งสารวัตรงาน 5 กองกำกับการ 3 กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจสันติบาล 2, สารวัตรงาน 4 ฝ่าย 4 กองตรวจคนเข้าเมือง 2, รองผู้กำกับการ ชุดตรวจงานป้องกันปราบปราม ส่วนตรวจราชการ 5 สำนักงานจเรตำรวจ, รองผู้กำกับการ 1 กองตำรวจสันติบาล 2

พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ เกิดเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2502 เป็นบุตรคนที่ 3 ของ พล.ต.ต.สมชาย และนางนิตยา ประยูรรัตน์ และแต่งงานกับ างพรรณี ประยูรรัตน์ มีบุตร-ธิดา 2 คน

สำเร็จการศึกษา

มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก กรุงเทพมหานคร, มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนเตรียมทหาร (รุ่นที่ 17), โรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 33 เมื่อปี 2523, วิทยาลัยตำรวจ เอฟ.บี.ไอ ประเทศสหรัฐอเมริกา, ปริญญาตรี รัฐศาสนศาสตร์บัณฑิต, ปริญญาโท นิติศาสตร์มหาบัณฑิต สาขากฎหมายธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

เส้นทางที่เริ่มพลิกผัน

กระทั่งปี 2545 พ.ต.ท.สันธนะ “ถูกให้ออกจากราชการ ข้อหา ขัดขวางการเข้าจับกุมบ่อนการพนันของ สน.บางกอกน้อย” หลังจากนั้น พ.ต.ท.สันธนะ ได้ผันตัวเข้าสู่วงการการเมือง ในตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคประชากรไทย และได้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. ในปี 2549 แต่ก็ต้องพับกระเป๋ากลับ เนื่องจากสอบตก และในปีเดียวกันนี้เอง พ.ต.ท.สันธนะ ถูกลอบสังหาร แต่เจ้าตัวกลับรอดหวุดหวิด โดยลูกน้องคนสนิทรับเคราะห์แทน และในปี 2550 พ.ต.ท.สันธนะ ได้ลงสมัคร ส.ส. กทม. เขต 5 ในนามพรรคประชากรไทย แต่ก็ต้องสอบตกตามเคย

ต่อมาในปี 2552 พ.ต.ท.สันธนะ ถูกตำรวจ สภ.เชียงแสน จ.เชียงใหม่ จับกุม ในข้อหาพกพาอาวุธปืน โดยไม่มีเหตุอันควร ที่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งตำรวจชุดจับกุม ระบุว่าการเข้าจับกุม พ.ต.ท.สันธนะ เนื่องมาจาก พบพฤติกรรม ที่ไม่น่าไว้วางใจ เพราะกลุ่มผู้ต้องหา เข้าข่ายไปข่มขู่คนที่อยู่ตามชายแดน หรือคนที่ข้ามไปเล่นกาสิโนในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน โดยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ และอ้างว่าทำงานตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาระดับจังหวัดและภาค 5 ถือว่าอุกอาจมาก อีกทั้ง ที่ผ่านมาจะพาพรรคพวกมาปิดล้อม รีดไถเงินจากผู้ที่เดินทางไปเล่นการพนันบ่อยครั้ง และมีพฤติกรรมเป็นผู้มีอิทธิพล ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่ขอตรวจค้นก็ขัดขืน

หลังจากนั้น พ.ต.ท.สันธนะ ได้ห่างหายไปจากหน้าสื่อ จนปี 2554 เจ้าตัวได้นำหนังสือเข้าร้อง กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เพื่อเอาผิด สนามม้าราชกรีฑาสโมสร ถึงความไม่โปร่งใสเกี่ยวกับการจัดแข่งม้าการกุศล

ปี 2555 เจ้าตัวก็ออกมาให้ข่าวเกี่ยวกับขบวนการไซฟ่อนเงิน จากการทุจริตในภาครัฐ ไปฮ่องกง

ปี 2556 พ.ต.ท.สันธนะ ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในแกนนำ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และถูกดำเนินคดีก่อการร้ายบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อปี 2551 และปัจจุบัน ยังมีการออกมาเคลื่อนไหว เรียกร้องให้ตรวจสอบพฤติกรรมของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เกี่ยวกับวงการพนันในสนามแข่งม้าด้วย

และจากข้อมูลพบว่า พ.ต.ท.สันธนะ ยังอาศัยช่องทาง ที่เป็นบุคคลกว้างขวางรับเป็นนายหน้า ดูแลผลประโยชน์ให้กับกลุ่มนายทุนต่างๆ ดังนั้นการที่ พ.ต.ท.สันธนะ ปรากฎตัวในฐานะ ประธานกรรมการบริษัทพัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร…

 

พระราชโองการถอดยศ-เรียกคืนเครื่องราชฯ พ.ต.ท.สันธนะ

 

“สันธนะ” โวยถูกตำรวจค้นรถ ระหว่างมาเฝ้าดูการค้นตลาดรอบ 4

 

https://www.youtube.com/watch?v=EpmO2R3OQWY

https://www.youtube.com/watch?v=VxqMJEU4AmA

โดยความเคลื่อนไหวที่เด่นชัดที่สุด คงหนีไม่พ้นการเข้าไปยื่นตรวจสอบ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ในหลายเรื่อง ทั้งเรื่องของการทำงาน เส้นทางการเงิน

 

วันที่ 25 ก.ย. 61 งัดหลักฐานแฉว่า พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เป็นนายพลลวงโลก ที่มีการแถลงข่าวผลการจับกุมผู้ต้องหารายเล็กที่ลักลอบเล่นการพนันแข่งม้าโต๊ะเถื่อน แต่กลับไม่มีการดำเนินการจับกุมนายเป้ง สามย่าน ซึ่งเป็นผู้ลักลอบเล่นการพนันแข่งม้าโต๊ะเถื่อนรายใหญ่

 

วันที่ 27 ก.ย. 61 ได้ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม​ ปฎิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี​ ในฐานะประธานกรรมการ ข้าราชการตำรวจ (ผ่านผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ สตช.)​ เพื่อให้ถอดถอนรายชื่อ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์​ หักพาล​ รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว​ ออกจากบัญชีรายชื่อวาระการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจประจำปี 2561​ ของการประชุมคณะกรรมการตำรวจ​ ครั้งที่​ 9​ /2561​

 

ล่าสุด 22 ต.ค. 61 เข้ายื่นหนังสือที่สำนักงานป้องกันและกราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เพื่อขอให้ตรวจสอบธุรกรรมหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของพลตำรวจตรีสุรเชษฐ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ รองโฆษกปปง.