ลูกฝังใจพ่อถูกฆ่า ตั้งใจเป็นตำรวจตามล่าคนร้าย รวบได้ก่อนหมดอายุความ 1 เดือน

พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รักษาราชการแทน ผู้บังคับการกองปราบปราม (รรท.ผบก.ป.) สั่งการให้ นำกำลัง จับกุมตัว นายบุญฤทธิ์ ครุฑละออง อายุ 54 ปี ชาว อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ตามหมายจับของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ 786/2551 ลงวันที่ 22 ก.ย.2551 ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น หรือเพื่อเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ และข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธติดตัว ใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม โดยจับได้ที่บริเวณริมถนนในหมู่บ้าน ม.2 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร

พ.ต.อ.ภูมินทร์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 – 6 ธ.ค.ต่อเนื่องกัน ปี 2541 ที่ หมู่ที่ 6 ต.ท่าข้าม อ.พุนพิน จว.สุราษฎร์ธานี นายบุญฤทธิ์ พร้อมกับพวก ได้ร่วมกันใช้อาวุธมีดฆ่า นายประสิทธิ์ แซ่อื้อ และนายชาณี ทองหญีต แล้วนำศพมาทิ้งไว้ที่บริเวณสระน้ำริมทาง บ้านท่าตะเภา ต.ท่าข้าม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี โดยก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายทั้งงคู่ได้ขับรถสิบล้อ เพื่อไปบรรทุกไม้ยางที่บริษัทแก่งหนึ่งในเขตพื้นที่ อ.พุนพิน เมื่อผู้ตายทั้งสองมาถึงที่บริษัทได้จอดรถรออยู่ด้านหน้า ขณะนั้น นายบุญฤทธิ์ พร้อมพวกได้เข้ามาปล้นรถบรรทุกโดยใช้อาวุธมีดจี้บังคับผู้ตายทั้งสองให้ขึ้นรถยนต์กระบะ โดยใช้ถุงพลาสติกสีดำคลุมศีรษะและใช้อาวุธมีดฆ่านายประสิทธิ์ และนายชาณี ในเวลาต่อมา แล้วนำศพไปทิ้งดังกล่าว

พ.ต.อ.ภูมินทร์ กล่าวอีกว่า ต่อมาศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ออกหมายจับ ที่ 786/2551 ลงวันที่ 22 ก.ย.2551 ซึ่งคดีกำลังจะหมดอายุความ ในวันที่ 2 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ ทั้งนี้ขณะเกิดเหตุนั้นภรรยาของหนึ่งในผู้ตายได้ตั้งครรภ์และต่อมาคลอดบุตรชาย ปัจจุบันบุตรของผู้ตายสามารถสอบบรรจุเข้ารับราชการตำรวจได้ติดยศ สิบตำรวจตรี สังกัด ตำรวจภูธรภาค 8 และสืบสวนจนทราบว่า นายบุญฤทธิ์ ผู้ฆ่าบิดาตนเองยังไม่ถูกจับกุม จนได้เบาะแสแหล่งกบดาน จึงได้ประสานชุดสืบสวนกองปราบฯเข้าวางแผนจับกุม

เบื้องต้นสอบสวน นายบุญฤทธิ์ ให้การยอมรับว่า เป็นบุคคคลตามหมายจับจริง เมื่อรู้ว่ามีหมายจับจึงหลบหนี และไม่ได้ทำบัตรประชาชนอีกเลย นับตั้งแต่นั้นมา ส่วนพฤติกรรมของคดีขอให้การปฏิเสธ และจะขอต่อสู้คดีในชั้นศาล ชุดสืบสวนจึงจับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ดำเนินการตามกฎหมาย

ด้าน ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ มากประดิษฐ์ ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 บุตรชาย นายประสิทธิ์ ผู้ตาย กล่าวว่า ตอนจำความได้เคยถามแม่ว่าพ่อหายไปไหน แต่แม่ไม่บอก จนกระทั่งตนรบเร้าหลายครั้งจนแม่ยอมบอกว่าพ่อถูกฆ่าตาย และบอกอีกว่าพ่ออยากให้ตนเป็นนายร้อยตำรวจ จึงมุ่งมั่นสอบเข้าตำรวจให้ได้ตามที่พ่อคาดหวัง อีกทั้งอยากจับกุมคนร้ายที่ร่วมกันฆ่าพ่อด้วย ต่อมาเมื่อปี 2560 ก็สอบเข้าตำรวจได้ จึงไปสอบถามตำรวจเก่าๆ และญาติๆ ที่รู้เรื่องพ่อ จนทราบว่าคดีนี้มีผู้ต้องหา 3 ราย ถูกจับกุมไปแล้ว 2 ราย เหลือเพียง นายบุญฤทธิ์ ที่ยังหลบหนี จากนั้นก็ทราบว่าเขาไปกบดานที่ประเทศมาเลเซีย และเพิ่งเข้ามาในพื้นที่ไม่นาน จึงประสานตำรวจกองปราบปรามจับกุมดังกล่าว

“รู้สึกดีใจมากที่ผมมีส่วนร่วมจับกุมคนร้ายที่ฆ่าพ่อผมได้ โดยคดีนี้ผมสืบสวนหาข่าวด้วยตัวเอง เนื่องจากตำรวจท้องที่ไม่ค่อยให้ความสำคัญ เมื่อได้ข้อมูลว่าคนร้ายกลับเข้ามาในพื้นที่จึงประสานกองปราบจับกุมดังกล่าว ” ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ กล่าว