ศาลสั่งจำคุกระนาว 79คน “ดร.ก๊ก”-กก.สหกรณ์ครู โกงลงทุนโควต้าลอตเตอรี่

ที่ห้องพิจารณา 701 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีฉ้อโกงสหกรณ์ครู 6 จังหวัด หมายเลขดำที่ 3357/2557 ที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูเชียงราย จำกัด ร่วมกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนนทบุรี, สกลนคร, ราชบุรี, ยโสธร และกาฬสินธุ์ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง บริษัท เทวาสิทธิ พิฆเนศ จำกัด , นายศรีสุข รุ่งวิสัย อดีต ส.ว. เป็นจำเลยที่ 3 , นายก๊ก หรือดร.ก๊ก ดอนสำราญ ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ครูไทย จำกัด เป็นจำเลยที่ 5 , นายสุรศักดิ์ ยศปัญญา ผู้จัดการสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สมาชิกชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ครูไทย เป็นจำเลยที่ 6 กับคณะกรรมการบริหารรวม 110 ราย เป็นจำเลยที่ 1-110 ในความผิด 5  ข้อหา ฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน , ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันเป็นผู้มีหน้าที่จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นกระทำผิดหน้าที่โดยทุจริต ตาม พ.ร.บ.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 342, 352, 353

กรณีเมื่อวันที่ 18 ส.ค. – 12 พ.ย.53 จำเลยได้หลอกลวงสมาชิกสหกรณ์ฯ และคนอื่นๆ ไปทำการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลให้สมาชิกสหกรณ์จำหน่ายเพื่อเป็นสวัสดิการ แต่ไม่นำสลากดังกล่าวมาเป็นสวัสดิการของสมาชิกแต่อย่างใด มูลค่าเสียหายประมาณ 5,000 ล้านบาท ขณะที่ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ศาลได้ยกฟ้องจำเลยที่ 60-75 โดยระหว่างนั้นมีการถอนฟ้องจำเลยที่ 2, 4, 17, 30, 33, 37, 38, 59 รวม 8 ราย ศาลอนุญาตให้ถอนฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 47 ตายระหว่างสืบพยานชั้นพิจารณา และจำเลยที่ 1, 3 (ศรีสุข รุ่งวิสัย), 8, 14 หลบหนีการพิจารณาให้ออกหมายจับปรับนายประกัน พร้อมจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราว ดังนั้นในชั้นพิจารณาจึงเหลือจำเลย 81 ราย โดยจำเลยที่ 9, 15 ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดพะเยาและจังหวัดเลย ศาลก็จะส่งคำพิพากษาไปอ่านในภายหลัง

ส่วนจำเลยที่เหลือ 79 คนซึ่งได้รับการประกันตัวคนละ 600,000 บาท ก็เดินทางมาศาล ขณะที่ “ศาล” พิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยนำสืบแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์ทั้งหมดเป็นนิติบุคคลดำเนินการตามวัตถุประสงค์ภายใต้กฎหมายสหกรณ์ เมื่อช่วงปี 2553 นายก๊ก จำเลยที่ 5 ชักชวนผู้บริหารสหกรณ์ครูหลายแห่งมาสัมมนาแนะนำโครงการบริหารเงินสหกรณ์ เพื่อสร้างสวัสดิการแก่ครูสมาชิกด้วยการเอาเงินสหกรณ์ที่เป็นเงินของครู แต่บริหารโดยประธานสหกรณ์และกรรมการสหกรณ์ที่ล้วนเป็นจำเลยในคดีนี้เป็นคนบริหารเงินแทน โดยแจ้งว่าบริษัทจำเลยที่ 1-2 มีโควตาจัดสรรลอตเตอรี่ให้กับนิติบุคคลรายใหญ่หรือสมาคมมาจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล บริษัทจะขายสิทธิ์ให้กับสหกรณ์ เพื่อเอาโควตานี้ไปจัดหาสลากมาขายปลีกแก่สมาชิกในราคาขายลดพิเศษ เพื่อเป็นรายได้แก่สมาชิก โดยให้รับโควตาไปรายละ 200-700 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับจำนวนสลาก แล้วเสนอว่าบริษัทจะรับสลากกลับไปขายให้แทนเพื่อความสะดวก หรือสหกรณ์จะรับไว้ขายเองก็ได้ แต่ขอคิดค่าบริหารจัดการเป็นรายเล่มละ 100 บาท แบ่งจ่ายเป็นรายงวดๆ ละประมาณ 100 ล้านบาท แต่ต่อมาโจทก์พบว่าพวกจำเลยไม่ได้เอาเงินไปซื้อขายลอตเตอรี่จริง เมื่อไปทวงถามก็ถูกบ่ายเบี่ยง

โดยพยานโจทก์มีผู้แทนสหกรณ์และพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เบิกความสอดคล้องกันถึงรายละเอียด ขณะที่บริษัทจำเลยที่ 1 ไม่ได้รับโควตาลอตเตอรี่จากรัฐบาลเลย ส่วนบริษัทอื่นมีโควตาสลากแค่ 15 เล่ม แต่ในวันสัมมนาบอกว่ามี 180,000 เล่ม แล้วเอามาหมุนเวียนขายกับผู้แทนสมาชิกไปเรื่อยๆ

ขณะที่จำเลยพยายามให้การต่อสู้ว่าการดำเนินการแต่ละครั้งเกิดจากมติของกรรมการสหกรณ์เอง เป็นเรื่องเอาเงินสหกรณ์ไปบริหารให้งอกเงยเป็นประโยชน์มากกว่า และเชื่อโดยสุจริตว่าโครงการนี้สามารถทำได้ ผู้เสียหายบางรายก็ได้เงินคืนไปแล้ว แสดงว่าโครงการนี้สร้างผลกำไรจริง ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์จำเลยนำสืบหักล้างกันแล้วเห็นว่า การกระทำของพวกจำเลยเป็นการกระทำผิดฐานเป็นคณะกรรมการดำเนินการ และผู้จัดการสหกรณ์ในแต่ละสหกรณ์ของตน ซึ่งได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สิน ได้กระทำผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามมาตรา 343 วรรคแรก

จึงพิพากษาให้ลงโทษฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน รวม 5 กระทง จำคุกจำเลยที่ 5-7, 9-12 คนละ 5 ปี รวมคนละ 25 ปี สำหรับจำเลยที่ 16, 18-29, 31-32, 34-36, 39-46, 48-54, 76-90, 95-106 ฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน จำคุกคนละ 5 ปี และฐานเป็นผู้ได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นกระทำผิดหน้าที่ของตน คนละ 5 ปี รวมคนละ 10 ปี ส่วนจำเลยที่ 55-58, 91-94, 107-110 ฐานเป็นผู้ได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินฯ จำคุกคนละ 3 ปี ทางนำสืบของจำเลยมีประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง เห็นสมควรลดโทษให้กระทงละ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 5-7, 9-12 รวมคนละ 15 ปี 20 เดือน, คงจำคุกจำเลยที่ 16, 18-29, 31-32, 34-36, 39-46, 48-54, 76-90, 102, 104-106 รวมคนละ 6 ปี 8 เดือน, คงจำคุกจำเลยที่ 55-58, 91-94, 107-110 คนละ 2 ปี ส่วนจำเลยที่ 13, 15 ให้ยกฟ้อง ทั้งนี้ จำเลยที่ 95-101, 103 คงจำคุกไว้ตามเดิมรวมคนละ 10 ปี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจำเลยทั้ง 79 คน ที่ศาลพิพากษาจำคุกได้ยื่นหลักทรัพย์มูลค่า 400,000 – 800,000 บาท เพื่อขอประกันตัวสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป