อาชญากรรม

รวบ”ศักดิ์ ผาสุข”มือยิงหน้าผับระนอง

ตำรวจกองปราบปรามจับ “ศักดิ์ ผาสุข” มือปืนยิงหน้าผับระนองได้แล้ว

พล.ต.ต.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แถลงผลการจับกุมนายเกรียงศักดิ์ ถิระไชย อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่านายเทพฤทธิ์ แซ่อ๋อง เสียชีวิตหน้าผับตำบลเขานิเวศน์ อ.เมือง จ.ระนอง เมื่อคืนวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยคดีนี้ตำรวจกองกำกับการสนับสนุน กองบังคับการปราบปราม สามารถติดตามจับกุมตัวนายเกรียงไกรได้ ในพื้นที่จังหวัดชุมพร

หลังก่อเหตุฆ่านายเทพฤทธิ์ นายเกรียงศักดิ์ได้หลบหนีไปกบดานที่บ้านญาติในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ก่อนหลบหนีออกไปประเทศ สปป.ลาว แต่เมื่อเจ้าหน้าที่สืบทราบจึงประสานทางการ สปป.ลาวให้ช่วยติดตามตัว เมื่อนายเกียงศักดิ์ ถูกกดดันอย่างหนักจากทางการลาว จึงหนีเข้าไปยังประเทศเมียนมาร์ แต่ก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ จึงตัดสินใจหนีกลับเข้าไทยจนถูกจับกุมได้ พร้อมผู้ต้องหาที่ช่วยเหลือนายเกรียงไกรหลบหนีคดีอีก 4 คนประกอบด้วย นาย วินัย ทองบาง นาย ยศธร ถิรไชย อายุ 40 ปี นาง ชนิกา ถิรไชย อายุ 32 ปี และน.ส.อุมาพร ชัยกายุทธ อายุ 27 ปี 4 คนจะถูกดำเนินคดีในข้อหา“ร่วมกันช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดอันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษโดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้นหรือโดยช่วยผู้นั้น ด้วยประการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม”

สอบสวน นายเกรียงศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่าในคืนวันเกิดเหตุตัวเขาเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าและจ่อหน้าข่มขู่ผู้ตายจริง แต่ไม่ได้เป็นคนลั่นไกสังหาร เพราะมือปืนคนที่ลั่นไกคืนนายภูมิพรรดิ์ ชาติประนอมไชย อายุ 48 ปี หรือเป้ ทัพพระยา ซึ่งขณะนี้ยังคงหลบหนีอยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนสาเหตุเกิดจากหลังผับปิดกลุ่มของนายเกรียงศักดิ์ ได้มานั่งเล่น ดื่มกินกันบริเวนหน้าผับ โดยเปิดเพลงจากเครื่องเสียงรถยนต์ส่งเสียงดัง ในระหว่างผู้ตายกับพวก เข้ามาต่อว่า โดยความโมโหจึงชักอาวุธปืนออกมาจ่อหน้าผู้ตาย เพื่อข่มขู่ ให้กลัว และถอยออกไปให้พ้น แต่ผู้ตายกลับไม่ถอย ในระหว่างที่ตนกำลังใช่ปืนจ่อหน้าผู้ตายอยู่นั้น นายเป้เพื่อนอีกคน ได้เดินมาจากด้านหลังพร้อมชักปืนยิงใส่ผู้ตายทันที โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง หลังเกิดเหตุต่างคนต่างแยกย้ายกันหลบหนี


คดีนี้กลายเป็นคดีโดงดั่งหลังมีคนนำภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุออกมาเผยแพร่ในโลกออนไลน์ และสื่อมวลชนทุกแขนงต่างนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญภาพจากกล้องวงจรปิดนี้ถูกใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดีกับนายเกรียงศักดิ์ ซึ่งต่อมาศาลจังหวัดระนอง ได้ ออกหมายจับนายเกียงศักดิ์และนายภูมิพรรดิ์ มือปืน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ยิงปืนในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร และพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

พล.ต.ต.อภิชาติกล่าวว่าตำรวจกองปราบปราบ ได้รับคำสั่งจากพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ให้เร่งติดตามผู้ต้องหาในคดีนี้ให้ได้โดยเร็ว ตำรวจกองปราบปราม จึงแกะรอยติดตามกลุ่มผู้ต้องหา จนกระทั้งเมื่อประมาณกลางเดือน พ.ย.61 ตำรวจกองปราบพบข้อมูลว่านายเกรียงศักดิ์ ผู้ต้องหากับพวก ได้หลบหนีไปกบดานอยู่ที่ค่ายมวยแห่งหนึ่ง ในจังหวัดเชียงราย และได้หลบหนีเข้าไปในประเทศเพื่อนบ้าน ตำรวจ บก.ป. จึงได้ทำการประสานงานหน่วยงานระหว่างประเทศ ขอความช่วยเหลือให้ทำการติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีในประเทศไทย ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป. รับแจ้งจากหน่วยงานระหว่างประเทศ ว่า นายเกรียงศักดิ์ฯ หรือศักดิ์ ผาสุข หลบหนีกลับเข้ามายังประเทศไทย โดยการช่วยเหลือของนางอุมาพรฯ (แฟนสาวนายเกรียงศักดิ์), นายยศธรฯ และ นางชนิกา ถิรไชย (ญาตินายเกรียงศักดิ์) เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป. จึงได้ทำการสืบสวนติดตาม จนกระทั่งทราบว่าได้มาพักอาศัยอยู่ในอพาร์ตเม้นแห่งหนึ่งย่านทุ่งสองห้อง โดยการช่วยเหลือของนายวินัย ทองบาง

ต่อมาเมื่อคืนวันที่ 3 ธ.ค.61 ตำรวจ บก.ป. ได้ทำการปิดล้อมพื้นที่เพื่อหาตัวนายเกรียงศักดิ์ แต่นายเกรียงศักดิ์ กับพวกสามารถหลบหนีไปได้ โดยผลการตรวจสอบทำให้ ทราบข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ซึ่งพานายเกรียงศักดิ์ หลบหนี ตำรวจจึงได้ทำการติดตามอย่างต่อเนื่อง และประสานข้อมูลไปยังตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 รวมถึงได้แจ้งข้อมูล ว่าในการหลบหนีผู้ต้องหาจะมีการใช้รถนำเพื่อตรวจสอบว่า ในเส้นทางมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตั้งด่านเพื่อตรวจบุคคลหรือรถอยู่หรือไม่เพื่อไม่ให้ถูกจับกุม

จนกระทั้งเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.61 เวลาประมาณ 09.00 น. ตำรวจ สภ.บ้านมาบอำมฤต จังหวัดชุมพร ตรวจพบรถยนต์คันที่พานายเกรียงศักดิ์ หลบหนี จึงเรียกให้หยุดและตรวจสอบบุคคล พบนายยศธร และนางชนิกาฯ อยู่บนรถคันดังกล่าว และจากการซักถาม ทำให้ทราบว่า นายเกรียงศักดิ์ และ น.ส.อุมาพร ใช้รถยนต์ฮอนด้าบริโอ้ ขับหลบหนีออกไป ตำรวจจึงได้กระจายกำลังกันค้นหา จนกระทั่งไปพบนายเกรียงศักดิ์ และน.ส.อุมาพร พร้อมรถยนต์คันที่หลบหนีอยู่ภายในวัดพ่อตาหินช้าง จังหวัดชุมพร จึงได้ควบคุมตัวนายเกรียงศักดิ์ พร้อมบุคคลซึ่งพานายเกรียงศักดิ์ หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ไปสืบสวนขยายผล

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

จากการสอบประวัติ นายเกียงศักดิ์ เพิ่งพ้นโทษออกมาจากคุกในข้อหาฆ่าคนตาย ถูกจำคุกนาน 10 ปี ส่วนนายภูมิพรรดิ์ มือปืนยังคงหลบหนีและเป็นบุคคลอันตราย ก่อคดีมาอย่างโชกโชน มีหมายจับติดตัวมากถึง 14 หมาย และรู้จักกับนายเกียงศักดิ์ในคุกเมื่อพ้นโทษออกมาจึงออกมาตั้งกลุ่มพัวพันธ์กับยาเสพติด คาดขณะนี้กำลังหลบหนีตามด้านชายแดนไปฝั่งประเทศเมียนมาร์ ซึ่งตำรวจไทยและทางการเมียนมาร์มีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อเร่งติดตามตัวนายภูมิพรรดิ์ และนายไพบูลย์ บริสุทธิ์ ผู้ต้องหารายสำคัญอีกคนที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วที่สุด