กลุ่มผู้เสียหายเมจิกสกิน กว่า 140 คนเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ สำนักงานอัยการสูงสุด ข้องใจอัยการเลื่อนสั่งคดีหลายครั้ง “โกศลวัฒน์” รองโฆษก อสส. ชี้แจงทำความเข้าใจ ระบุสั่งสอบเพิ่มในทุกประเด็น

เหยื่อเมจิกสกิน ข้องใจ! อัยการเลื่อนสั่งคดีหลายครั้ง [คลิป]

ที่ สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก กลุ่มผู้เสียหายคดีถูกฉ้อโกง จากการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ อาหารเสริม ไม่ได้คุณภาพ ในเครือบริษัทเมจิกสกิน จำนวน กว่า 140 คน ได้เดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมต่อสำนักงานอัยการสูงสุด

โดยมี นาย โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด มารับข้อร้องเรียนเเละพูดคุยทำความเข้าใจให้ผู้เสียหาย โดยกลุ่มผู้เสียหายที่เดินทางมาเป็นกลุ่มตัวเเทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในเครือ ได้เผยข้อร้องเรียนว่า ภายหลังจากที่พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนพร้อมความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหามาเเล้ว ทางพนักงานอัยการได้มีคำสั่งให้เลื่อนฟังคำสั่งคดีออกไปจำนวนหลายครั้ง จึงเกรงว่าจะไม่ได้ความเป็นธรรมเเละประวิงคดีจนอายุความหมดลง อีกทั้งทราบว่าทางพนักงานอัยการได้มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนไปสอบสวนเพิ่มเติมในประเด็นที่ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ตัวเเทนจำหน่ายเเล้วมีอาการเเพ้ ซึ่งตนมองว่าเป็นคนละประเด็นกับเรื่องที่ตนกับพวกเป็นผู้เสียหายจากการถูกผู้ต้องหาฉ้อโกง เเละขณะนี้มีความยากลำบากในการนำตัวผู้ใช้ผลิตภัณฑ์มาให้พนักงานสอบสวนสอบเพิ่มตามคำสั่งอัยการได้เนื่องจาก ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ไม่มีใครยอมมา บางคนมีภูมิลำเนาอยู่ไกลหรืออยู่ต่างประเทศ ซึ่งตนก็ได้ทราบจาก พล.ต.อ.ดร.วิระชัย. ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร ว่าความจริงเเล้วสำนวนสอบสวนน่าจะสอบครบถ้วนสมบูรณ์พอฟ้องได้เเล้วจึงกังวลว่าหากไม่สามารถสอบเพิ่มเติมตามคำสั่งอัยการได้คดีจะถูกสั่งไม่ฟ้องหรือไม่ เพราะที่ตนเดือดร้อนจากการถูกโกงเงินมันเป็นคนละเรื่องับการเอาผลิตภัณฑ์ไปใช้เเล้วเเพ้ จึงมาร้องขอให้อัยการมีคำสั่งโดยเร็วด้วย

นาย โกศลวัฒน์ กล่าวอธิบายว่า คดีนี้พนักงานอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจ และทรัพยากร ได้นัดฟังคำสั่งคดีอีกครั้ง ในวันที่ 13,14 เเละ18 ธันวาคม ทางอัยการเราไม่ได้นิ่งนอนใจทาง นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุดได้สั่งกำชับให้ความสำคัญกับคดีนี้มาโดยตลอด โดยทางอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจ และทรัพยากร ได้พิจารณาสำนวนในรูปเเบบคณะทำงานมีการตั้งระดับรองอธิบดี อัยการพิเศษฝ่าย พิจารณาสำนวน

เรื้องนี้ไม่ได้เป็นการพิจารณาล่าช้า เนื่องจากทางอัยการได้รับสำนวนมาในช่วงเดือนกรกฎาคม 3 สำนวน มีผู้เสียหายทั้งหมด ประมาณ 300 คน อัยการจะต้องอ่านคำให้การผู้เสียหายหมดทุกคน ถ้าตรงไหนที่อัยการเห็นว่าไม่ครบถ้วน จึงต้องสั่งสอบเพิ่ม ซึ่งรวมถึงเรื่องการขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย เราพยายามทำให้ดีที่สุดเเละก็ทราบว่าคดีนี้มีประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนมาก

ส่วนที่ถามว่าทำไมถึงต้องมีการสั่งสอบเพิ่มในส่วนผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์เเล้วเเพ้ ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องฉ้อโกง นั้นเพราะอัยการจะต้องดูสำนวนให้ครบถ้วน เพื่อให้ได้พยานหลักฐานที่สมบูรณ์ที่สุดเพื่อจะเป็นประโยชน์กับคดีมากที่สุด ซึ่งถ้าพนักงานสอบสวนให้เราหาเเต่เราหาไม่ได้ ก็ไปเเจ้งพนักงานสอบสวนตามความจริงการที่เราใช้ให้สอบเพิ่มเเสดงให้เห็นว่าพนักงานอัยการใส่ใจอ่านสำนวนละเอียด

ส่วนหากหาพยานมาไม่ได้จะตัดพยานได้หรือไม่อยู่ที่คณะทำงานพิจารณา ที่บอกว่ามีตำรวจบอกพยานหลักฐานครบถ้วนเเล้ว นั้นต้องเข้าใจว่าต่างคนต่างก็ทำหน้าที่ ทางตำรวจก็ไม่ได้มีหน้าที่ไปยื่นฟ้องในศาลคนที่ไปยื่นฟ้องในศาลคืออัยการทุกคนก็มีหน้าที่ของตนที่ต้องทำให้ดีที่สุดการสั่งสอบเพิ่มเติมคณะทำงานของอัยการก็ด้พิจารณาเเล้ว

ที่ถามย้ำมาว่าทุกคนที่มาวันนี้เป็นผู้เสียหายคดีฉ้อโกงทำไมต้องสอบสวนเพิ่มในประเด็นเรื่องมีการเเพ้ครีมของผู้บริโภคด้วยอยากให้ทราบว่าในสำนวนที่พนักงานสอบสวนทำความเห็นมานั้นมีการเห็นควรให้ฟ้องข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าเสียหายเเก่ผู้อื่นประชาชน ,ร่วมกันผลิตเเละจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ควบคุมสลากโดยเเสดงสลากไม่ถูกต้อง เเละชื่อสถานที่ผลิตไม่ตรงตามที่ได้รับอนุญาตเ เละร่วมกันจำหน่ายเเละผลิตอาหารปลอม

ฉนั้นอัยการต้องพิจารณาให้ครบถ้วน ที่พนักงานสอบสวนเห็นควรสั่งฟ้องมาให้เรา ซึ่งในข้อหาที่ฟ้องเข้ามามันจะมีเรื่องเกี่ยวข้องในประเด็นที่สั่งสอบเพิ่ม เเละได้ถามเข้ามา จึงขอให้ผู้เสียหายใจเย็นรอฟังคำสั่งที่จะนัดผู้ต้องหามาฟังในวันที่ 13,14 เเละ18 ธันวาค ที่พนักงานสอบสวนได้ส่งมาเเล้ว 3 สำนวน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้พนักงานสอบสวนกองบังคับการกองปราบปรามได้นำสำนวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา รวม 6คน ซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับผู้ผลิตเเละจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในเครือบริษัทเมจิกสกิน 3 สำนวนเเรก เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าเสียหายเเก่ผู้อื่นประชาชน ,ร่วมกันผลิตเเละจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ควบคุมสลากโดยเเสดงสลากไม่ถูกต้องเเละชื่อสถานที่ผลิตไม่ตรงตามที่ได้รับอนุญาตเเละร่วมกันจำหน่ายเเละผลิตอาหารปลอม โดยยังมีอีก 3 สำนวน ที่ยังไม่ได้ส่งมายังพนักงานอัยการ