โซเชียลวอนคุมอายุคนขับ หลังยาย 72 ควบเบนซ์เสยรถตกทางด่วนดับ 2

ซ้ำซาก!อุบัติเหตุรถชนท้ายรถจอดเสียบนทางด่วน ยายวัย 70 ปี ซิ่งเบนซ์หรู วูบชนท้ายรถกระบะส่งเฟอร์นิเจอร์ ที่จอดเสียไหล่ทาง ทำให้คนที่มากับรถกระบะสองคนที่ยืนท้ายรถ กระเด็นตกลงมาจากทางด่วนเสียชีวิตสยอง

ยาย 72 ควบเบนซ์เสยรถจอดเสียบนทางด่วนตกมาดับ 2 ราย

อุบัติซ้ำซาก กรณีรถยนต์ชนท้ายรถที่จอดเสียบนทางด่วน เกิดขึ้นเมื่อช่วงสายวานนี้ หลังศูนย์ควบคุมการจราจรบนทางด่วน รับแจ้งอุบัติเหตุรุนแรง รถเบนซ์ สีดำ ชนท้าย ปิคอัพตู้ทึบขนของ มีคนที่มากับปิคอัพกระเด็นตกลงมาเสียชีวิต 2 คน ที่ทางพิเศษศรีรัช ฝั่งขาเข้า บริเวณช่วงเหนือวัดบัวขวัญ มุ่งหน้างามวงศ์วาน

โดยพยานหลายคนระบุว่า ขณะที่ รถปิคอัพคันดังกล่าวจอดเสียอยู่ที่ไหล่ทาง และมีคนยืนอยู่ท้ายรถ 2 คน ได้มีรถเก๋ง เบนซ์ สีดำ ขับมาชนท้ายปิคอัพอย่างจัง จนทำให้ทั้ง 2 คนที่ยืนอยู่กระเด็นตกลงมาเสียชีวิต

ทราบชื่อภายหลัง คือ นายคริษฐ์ วรากลาง และ นายวุฒิชัย สุราชา อายุ 32 ปี นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 1 คนที่มากับรถกะบะ คือ น.ส.ภานุชนารถ คามากลาง อายุ 24 ปี แฟนสาวของนายคริษฐ์

ส่วนรถเก๋งคู่กรณี ที่ขับโดย นางสุรางค์ สุภรสุข อายุ 72 ปี ก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ถูกนำส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ซึ่งภายหลังในช่วงบ่าย ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ เจ้าของพื้นที่เกิดเหตุได้นำตัวไปสอบสวน

พันตำรวจเอก กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล ผู้กำกับการ สภ.รัตนาธิเบศร์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวน นางสุรางค์ รับว่าก่อนเกิดเหตุได้มีการอาการวูบ รถจึงเสียหลักออกนอกเส้นทางพุ่งชนท้ายรถกระบะส่งของที่จอดเสียอยู่บริเวณไหล่ทาง จนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย

เบื้องต้นตำรวจจึงได้แจ้ง 2 ข้อหา คือ ขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียทรัพย์ และ ขับรถประมาท เป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

อย่างไรก็ตามภายหลังที่เรื่องราวน่าสลดนี้ถูกเผยแพร่ ผู้คนบนโซเชียลได้ออกมาแสดงความคิดเห็น โดยส่วนมากเรียกให้มีการจำกัดอายุผู้ที่จะขับรถยนต์โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพจนนำไปสู่อุบัติ พร้อมยังมีการยกตัวอย่าง กรณีชายวัย 70ปี ที่นำรถลูกสาวมาขับ และขวางทางรถฉุกเฉินก่อนหน้า

ขณะที่ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ได้ให้แนะนำความปลอดภัย กรณีผู้ใช้ทางที่รถเสียบนทางด่วนจนรถไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ โดยให้เปิดไฟฉุกเฉินตลอดเวลา และใช้มือถือโทรขอความช่วยเหลือจากภายในรถ ที่หมายเลข 1543 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

กรณีที่ไม่สามารถใช้มือถือได้ ให้ใช้โทรศัพท์ฉุกเฉินที่ กทพ. ได้ติดตั้งไว้บนทางพิเศษ เพื่อโทรขอความช่วยเหลือ และกลับไปนั่งรอในรถ