อาชญากรรม

ศึกตระกูล ณรงค์เดช พ่อเศร้าลูกปลอมลายเซ็นโอนหุ้น 2 หมื่นล้าน ฟ้องถึงที่สุด

“เกษม ณรงค์เดช” เจ้าของอาณาจักรเคพีเอ็น ควง 2 ลูกชาย “กฤษณ์-กรณ์” แถลงข้อเท็จจริง กรณีถูกปลอมลายมือชื่อ โอนหุ้น วินด์เอนเนอร์ยี่ กว่า 2 หมื่นล้านบาท ยืนยันเดินหน้าเอาผิดลูกชายคนกลางกับพวกที่ร่วมกันก่อเหตุ

วานนี้ นายเกษม ณรงค์เดช นักธุรกิจชื่อดัง เจ้าของอาณาจักร เคพีเอ็น พร้อม ลูกชาย 2 คน คือ นาย กฤษณ์ และ กรณ์ แถลงข่าว กรณีที่มีการฟ้องร้อง นายณพ ณรงค์เดช ลูกชายคนกลาง และพวมร่วม กันใช้เอกสารสิทธิ์ปลอม ในการซื้อขายหุ้นบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้งส์ (WEH)

โดยนายเกษม ระบุว่า ครอบครัวของตนได้มีการซื้อขายหุ้น บริษัท วินด์น เมื่อปี 2558 ตามคำชวนของ นายณพ เพื่อนำมาเป็นอีกธุรกิจของครอบครัว และได้ให้เงินนาย ณพ ไป 3 พันล้านบาท เพื่อไปซื้อขายหุ้นดังกล่าว และให้ถือหุ้นถึง 59.46% แต่ นายณพ กลับใช้ชื่อเสียงของกลุ่มบริษัท เคพีเอ็น และชื่อเสียงของตนไปดำเนินการต่างๆ เกี่ยวกับบริษัท วินด์ ฯ จนถูกฟ้องร้อง

โดนเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ตน และ นายกฤษณ์ ลูกชายคนโต ถูกหมายศาลคดีอาญา คดีร่วมกับนายณพ โกงค่าหุ้นกับ ผู้ถือหุ้นบริษัทวินด์ฯเดิม และยังมีการยักย้ายจำหน่ายจ่ายโอนหุ้นไปยังที่ต่างๆ ต่อมาในเดือนพฤษภาคม ตน ได้รับคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจากศาลฮ่องกง ห้ามมิให้ บริษัท โกลเด้น มิวสิค ลิมิเต็ด บริษัทของตนที่อยู่ในฮ่องกง โอนหุ้นที่ถืออยู่ในบริษัท วินด์ ไปยังบุคคลอื่น

ซึ่งกรณีตนพร้อมทำตาม และให้ นายเกษมลูกชายเรียกประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อแจ้งความประสงค์ / แต่นายณพ กับ คุณหญิงกอแก้ว บุญยะจินดา แม่ยาย กลับร่วมมือกันใช้เอกสารปลอม ตั้งตัวแทน และ โอนหุ้นทั้งหมด ของบริษัท โกลเด้นฯ ไปให้ คุณหญิงกอแก้ว เพื่อขัดขวางความตั้งใจของตน

นอกจากนี้ระหว่างการดำเนินคดีความต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ยังพบว่า มีการเอกสารปลอมอื่นๆ จำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือสัญญาซื้อขายหุ้นบริษัท วินด์ฯ ที่บริษัท เคพีเอ็นฯ ขายให้ ตน ในราคาเพียง 2,400 ล้านบาท ก่อนจะมีการโอนต่อไปอีกทอดยังบริษัท โกลเด้นฯ

ทั้งที่หุ้นจำนวนดังกล่าว นายณพ ได้เคยตกลงซื้อจากเจ้าของเดิม เป็นจำนวนเงินถึง 700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 21,000 ล้านบาท ตนจึงตกลงใจที่จะยุติการดำเนินคดีที่ฮ่องกง เพราะเมื่อสัญญาโอนหุ้นจากต้นทางเป็นสัญญาปลอม การดำเนินการเรียกร้องสิทธิ์ใดๆ เอากับหุ้นที่ได้มาหลังจากนั้นจึงไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

ทั้งนี้ นายเกษม ยืนยันว่า หลังจากนี้จะดำเนินคดีต่อถึงที่สุด กับผู้ปลอมลายมือชื่อของตน ส่วนคดีอาญาที่ นายเกษม ฟ้องลูกชายคนกลาง และผู้ร่วมขบวนการ ที่ร่วมกันใช้เอกสารสิทธิปลอมนั้น ขณะนี้กำลังอยู่ในชั้นอุทธรณ์ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทำให้ตนรู้สึกเศร้าใจและเสียใจมาก

ด้าน นายกฤษณ์ และ นายกรณ์ ระบุว่า ขณะนี้ในครอบครัวกำลังพยายามไกล่เกลี่ยกัน แต่ยังไม่เป็นผล พวกตนยืนยันไม่อยากมีปัญหา และไม่อยากให้พ่อต้องเสียใจ แต่จะไม่ยอมให้ชื่อพ่อไปติดคดีในศาล

ขณะนี่ นายณพ ณรงค์เดช ชี้่แจงผ่านโทรศัพท์ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องในครอบครัว ส่วนเรื่องคดีความที่อยู่ในชั้นศาล ต้องพิสูจน์กันต่อไป แต่ขณะนี้กิจการของ วินด์ เอนเนอร์ยี่ ธุรกิจก็เดินหน้าด้วยดี ไม่มีปัญหาใด